คัดลอกลิงค์

หนังและซีรีส์

Move to heaven : ซีรีส์เกาหลีที่ลึกซึ้ง อบอุ่น และเรียบง่าย

360
 call me by your film
call me by your film
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก call me by your film
แจ้งตรวจสอบ
Move to heaven : ซีรีส์เกาหลีที่ลึกซึ้ง อบอุ่น และเรียบง่าย

Move to heaven (2020)

                    เป็นซีรีส์ที่เรียบง่ายที่งดงามอีกหนึ่งเรื่องของออรินัล Netflix ผลงานการกำกับของง Kim Sung-ho ซึรีส์เรื่องนี้ว่าด้วย "ฮันกูรือ" เด็กหนุ่มที่มีอาการแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม โดยมีปัญหาในการพัฒนาทักษะทางด้านสังคม แต่ก็มีระดับสติปัญหาที่ปกติและมีความจำค่อนข้างดีมาก ฮันกูรือกับพ่อทำงานเป็น "trauma cleaner" หรือที่เรียกว่าบริการเก็บกวาดของคนที่ตายแล้ว แต่เมื่อพ่อกูรือต้องมาจากไป ฮันกูรือจะต้องอยู่กับคุณอา "โจซังกู" คุณอาที่มีนิสัยตรงกันข้ามสุดขั้วและเพิ่งออกจากคุกมา นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จึงอยากเชิญชวนทุกคนไปติดตามและชื่นชมดูว่าชีวิตฮันกูรือจะเป็นอย่างไรต่อไปในซีรีส์เรื่องนี้

ืืmove to heaven

                    เริ่มด้วยสิ่งที่อยากจะชมเป็นอันดับแรกในซีรีส์เรื่องนี้เลยคือ แสง ยอมรับได้เลยว่าแสงมีผลอย่างมากในการสร้างอารมณ์ของผู้ชมให้อินตามไปเรื่องราวในเรื่องได้เป็นอย่างดี และเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างดี โดยเลือกแสงและสีที่ทำให้เราที่เป็นคนดูรู้สึกสงบ และเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสภาพแวดล้อมได้ดี ตัวซีรีส์เองก็ค่อยๆเล่า อธิบายถึงความเป็นมาเป็นไป โดยใช้ภาพบ้าง ใช้การบรรยายบ้าง ซึ่งโดยรวมทำออกมาได้นุ่มนวลและอ่อนโยนมาก อยากให้ไปดูกันว่าแสงสีในซีรีส์มันสวยงามมากแค่ไหน

Advertisement

Advertisement

                    ต่อมาคือเรื่องของ CG เรื่องนี้ก็ทำได้เข้ากับตัวซีรีส์ได้ค่อนข้างเนียนและสวย ดูสบาย เข้ากับเรื่องมากๆ รายละเอียดของกระดาษ หนังสือ สมุด การมีภาพในหัวของฮันกูรือ นั้นดีมากๆ มันช่วยทำให้คนดูเข้าใจว่าในหัวของกูรือเองนั้นคิดอะไรอยู่ มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง และเรียบเรียงอย่างไร move to heaven โจซังกูและฮันกูรือ

                    การที่ตัวหลักมีหน้าที่ทำความสะอาด เก็บกวาดของคนที่ตายแล้ว สิ่งของที่เหลืออยู่ของคนตายนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งของเล็กๆน้อยๆภายในเรื่องนี้ก็เก็บได้ค่อนข้างละเอียดมาก เพราะของเหล่านี้ด้วยจึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้อ่อนโยนและเล่าได้ถึงมากขึ้นกว่าเดิม และที่ต้องชมอีกอย่างคือเพลงประกอบ ตอนที่ดูเมื่อไหร่ก็ตามที่ scroll เพลงขึ้น ทำให้คนดูอย่างเรารู้สึก feel good มาก ซึ่งต้องชมว่าทีมผู้ผลิตเลือกเพลงมาได้เป็นอย่างดี

Advertisement

Advertisement

                    อีกอย่างที่ชอบมากๆคือ การเติบโตของตัวละครภายในเรื่อง ที่เห็นได้ชัดเลยคือ ฮันกูรือ และโจซังกู ทั้งคู่ต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถพัฒนาตัวเองให้เห็นได้แตกต่างจากตอนเริ่ม ทำให้เราที่เป็นคนดูก็อิน แล้วก็เอาใจช่วยตาม ดีใจที่เขาพยายามก้าวออกมาจากเซฟโซนได้ ในขณะเดียวกันนอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว พอดูไปเรื่อยๆก็เหมือนเราที่เป็นผู้ชมก็ได้รับกำลังใจไปด้วยในขณะเดียวกัน move to heaven โจซังกูและฮันกูรือ

Advertisement

Advertisement

                    เรื่องนี้มีทั้งหมด 10 ตอน ตอนละ 40-50 นาทีโดยประมาณ ซึ่งแต่ละตอนก็จะเล่าไปเรื่อยๆว่ากือรูไปทำความสะอาด เก็บกวาดที่ไหนบ้าง มีเรื่องราวอย่างไร แล้วฮันกูรือเติบโตจากเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งมีอยู่หนึ่งตอนที่ทำเราชอบมากที่สุดคือ ตอนที่ 5 มันเป็นตอนที่ทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่กับซีรีส์เกาหลี มันสนุกแล้วก็พาเราไปถึงอารมณ์ที่อินกับตัวละครที่สุด ตัวละครที่อยู่ใน Ep นี้ก็มีมิติ นุ่มลึกในบทบาทมากๆ มันไม่ได้แบบโยนๆ story มาแล้วปล่อยทิ้งให้คนดูไปเศร้าเอง แต่มันพาเราเรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับตัวละคร ดังนั้น Ep 5จึงเป็นตอนที่เราประทับใจที่สุดmove to heaven                     ซีรีส์เรื่องนี้ก็จะเล่าด้วยบรรยากาศสบายๆ และเรียบง่ายไปจนจบเรื่อง ไม่ได้มีอะไรหวือหวาหรืออะไรที่ทำให้เราตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ความเรียบง่ายของซีรีส์เรื่องนี้ มันทำให้เราได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของชีวิต สำหรับเราเอง สิ่งที่ได้คือสุดท้ายแล้วชีวิตเราก็ไม่ได้มีอะไรเลย สิ่งที่คนที่อยู่จะจดจำได้ ก็คือจดจำได้ด้วยใจ จดจำไว้ในดวงตา สิ่งของไม่ได้มีอะไรสำคัญไปกว่านั้น ก็ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจได้ดีเลยทีเดียว ฝากซีรีส์เรื่องนี้ move to heaven ไว้ให้ไปรับชมกันได้เลย รับรองได้เลยว่าคุณจะมีความสุขจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อย่างแน่นอน 

เครดิตภาพจาก

ภาพปก : Move to heaven Imdb

ภาพที่ 1 : Move to heaven Imdb, Move to heaven Imdb (โจซังกู)

ภาพที่ 2 : Move to heaven Imdb 

ภาพที่ 3 : Move to heaven Imdb 

ภาพที่ 4 : Move to heaven Imdb 

 

เกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด