ความรู้

QueQ ประสบการณ์ใหม่ของการจองคิว "จองคิวร้านดัง ไม่ต้องรอ"

525
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
QueQ ประสบการณ์ใหม่ของการจองคิว "จองคิวร้านดัง ไม่ต้องรอ"

          สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้กลับมาพบกับเรื่องราวของ Startup แห่งหนึ่งที่สามารถประสบความสำเร็จได้ผ่านการแก้ไข Painpoint ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมซึ่งนั้นก็คือ “QueQ” แอปพลิเคชันค้นหาร้านและจองคิวผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแนวคิดแบบใหม่ “จองคิว ไม่รอคิว” ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 200,000 คน     

          อ่านมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านคงอยากรู้แล้วว่า QueQ นั้นประสบความสำเร็จได้อย่างไรแล้วพวกเค้านั้นผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้นผมจะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ QueQ กันนะครับ

Timeline

ปี 2014 “จุดเริ่มต้นของ QueQ”

          “นายรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ หรือ คุณโจ้” CEO จากบริษัท YMMY ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทอื่น (Software House) ได้เข้าไปใช้บริการที่ธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีลูกค้าเป็นจำนวนมากทำให้คุณโจ้ต้องรอคิวนานกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือการรอคิวในปัจจุบันนั้นยังคงใช้วิธีแบบ Traditional คือ การรับบัตรคิวและรอคิวภายในร้านซึ่งใช้ระยะเวลานานโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนเยอะประกอบกับการที่ลูกค้าต้องดูคิวอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้คิวหลุดจึงเกิดเป็นไอเดีย “QueQ” ขึ้นมา

Advertisement

Advertisement

          การวิเคราะห์จากแง่มุมทางธุรกิจ : จากปรัชญาการออกแบบกลยุทธ์หลัก (Two Views of Success) ผมมองว่า QueQ นั้นใช้การแสวงหาโอกาสภายนอก (Industrial Organization Model) หรือ I/O Model เรื่องอุตสาหกรรมอาหารที่มีความถี่ในการใช้บริการและโอกาสที่จะเกิดการรอคิวสูว, ร้านอาหารส่วนใหญ่ต้องรับบัตรคิวและรอคิวหน้าร้านซึ่งทำให้ลูกค้าเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีบริการใดที่สามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้จึงเกิดช่องว่างในตลาดอยู่ (Gap) แต่ยังคงมีคู่แข่งทางอ้อมในตลาดคือ “ระบบการจัดการคิว” ที่ออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเพียงการแซงคิวแต่ไม่ได้มองลึกไปถึง Customer Journey ของลูกค้าที่ยังคงมีปัญหาด้าน “การรับบัตร & รอคิวหน้าร้าน & การรอคิวนาน”

Advertisement

Advertisement

 

ปี 2015 “Unique Business Model”

          QueQ เปิดตัวแอปพลิเคชันผ่าน Business Model ที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งและสามารถเพิ่มคู่ค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

Customer Segment : จับกลุ่มเป้าหมาย “คนรับประทานอาหารที่ร้านยอดนิยม” เนื่องจากคนกลุ่มนี้เจอปัญหาด้าน “การรับบัตร & รอคิวหน้าร้าน & การรอคิวนาน”   

Value Prosposition : “ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน” ลูกค้าทุกคนสามารถจองคิวและรู้เวลาใกล้ถึงคิวตัวผ่านแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ

Advertisement

Advertisement

โดยมีวิธีการใช้งาน QueQ คือ 1.จองคิวร้านอาหารภายในระยะ 2 กิโลเมตร 2.ระบบแจ้งเตือน ผ่านมือถือเมื่อใกล้ถึงคิวตัวเอง

Customer Relationship : เพจ Facebook, Website  

Channel : สามารถดาวน์โหลด QueQ ผ่าน Google Play และ App Store  

Key Activity : ระบบจัดคิว, การพัฒนา UX & UI ให้เหมาะสำหรับลูกค้าและระบบ Dashboard เพื่อวัด KPI ในแต่ละวัน เช่น Customer Information, Peak Time, Statistical Data เป็นต้น  

Key Resource : ทีมงานด้าน R&D, Marketing, Finance

Key Partner : ร้านอาหารยอดนิยม เช่น Bar B Q Plaza, Bonchon, Shabushi เป็นต้น

Revenue Stream : ค่าระบบ QueQ 5,000 บาท / เดือน / สาขา

Cost Structure : ค่าใช้จ่ายด้านระบบ, พนักงาน, การตลาด

          การวิเคราะห์จากแง่มุมทางธุรกิจ : จากการใช้ Business Model ของ QueQ ที่มีจุดขายเรื่อง “ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน” ผ่านการวางระบบการจัดคิวทำให้สามารถลดเวลารอคิวได้อย่างมหาศาลและสามารถหาคู่ค้าให้เข้ามาใช้ QueQ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น BonChon, Sizzler, Bar B Q Plaza, Pepper Lunch, SushiNa, Shinkanzen sushi เป็นต้น

 

ภาพโดยผู้เขียน

ปี 2019 – ปัจจุบัน “การขยายตลาดในอนาคต”

          ปัจจุบัน QueQ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยมียอดผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 1,200,000 คนและผู้ใช้งานมากกว่า 200,000 คนต่อเดือน โดยมีร้านอาหารที่ใช้บริการมากกว่า 400 สาขาสำหรับเส้นทางการประสบความสำเร็จของ QueQ นั้นมาจากการพัฒนา UX & UI ให้ใช้งานง่ายสะดวกเหมาะสำหรับพฤติกรรมลูกค้าและ Queuing System ที่สามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ QueQ ยังมองหาตลาดใหม่ๆที่มีศักยภาพสูงคือ “ธุรกิจโรงพยาบาล” ผ่านการพัฒนา QueQ Smart Hospital Solution โดยมีคู่ค้าที่เริ่มใช้บริการเช่น โรงพยาบาลาชวิถี, โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นต้นและ “ธุรกิจธนาคาร” เนื่องยจากการทำธุรกรรมการเงินเป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญพอๆกับการรับประทานอาหาร ผ่านการพัฒนา 2 รูปแบบหลักได้แก่ 1.บริการจองคิว (Queuing) 2. บริการจองเวลา (Appointment) เพื่อรับคำปรึกษา, วางแผนการเงินและการลงทุนเพื่อเลือกวันและรอบเวลาล่วงหน้าโดยมีคู่ค้ารายแรกจากธนาคารซีไอเอ็มบี (CIMB)

Implication : QueQ มีการใช้ Growth Strategy ในการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่าน Market Penetration Strategy : “UX & UI & Queuing System” มีการพัฒนาระบบจองคิวและ UX & UI เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเดิมเข้ามาใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆครอบคลุมกรุงเทพและขยายไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ

Product Development Strategy : มีการพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองลูกค้ากลุ่มเดิมได้มากขึ้น “QueQ Take Away” ระบบสั่งอาหารกลับบ้านแบบไม่ต้องรอคิวซึ่งเกิดจากการแก้ปัญหาในเรื่องการซื้ออาหารกลับบ้านที่ต้องต่อคิวรวมกับลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารภายในร้านทำให้เกิดความล่าช้า

Market Development Strategy : มีการขยายไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงด้วย Value เดิมเรื่อง “ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน” โดยเปิดตลาดธนาคารและโรงพยาบาล

ภาพโดยผู้เขียน

เบื้องหลังความสำเร็จ “นายรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ (โจ้)”

          “Passion + Action” (หาสิ่งที่ชอบ หาตัวเองให้ โฟกัสในเรื่องนั้น และลุยให้สุด)

          คุณโจ้เริ่มสนใจในการเขียนโปรแกรมจากการที่พ่อเล่าเรื่องคอมพิวเตอร์ให้ฟังตอนเด็กทำให้คุณโจ้รู้สึกชอบและสนใจทางด้านคอมพิวเตอร์ จึงเริ่มหัดเขียนโปรแกรมหลังจากนั้นก็เขียนโปรแกรมมาเรื่อยๆและทำงานสายโปรแกรมมิ่งซึ่งในขณะที่ทำงานนั้นคุณโจ้ก็รู้สึกอยากเริ่มทำธุรกิจเพราะการทำงานประจำเราจะได้เพียงเงินเดือนที่เพิ่มไปเรื่อยๆซึ่งมีโอกาสรวยได้ยากประกอบกับความคิดที่ว่า “อยากฝากรอยเท้าทิ้งไว้บนโลกใบนี้บ้าง” จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำ Startup ผ่านปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันจนเกิดเป็นแอปพลิเคชัน “QueQ”

 

          “Trust” (การสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในตัวพนักงานทุกคน)

          ในช่วงแรกนั้นปัญหาที่พบเจอคือ “การสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับพนักงานทุกคน” เนื่องจากตอนแรกที่ QueQ ต้องพัฒนาแอปพลิเคชันตลอดเวลา, พนักงานทุกคนทำงานอย่างหนักและยังไม่มีคู่ค้าร้านอาหารที่เข้ามาใช้บริการ ทำให้ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะจ่ายเงิน OT ให้กับพนักงานทุกคนแต่สิ่งที่พนักงานทุกคนยังตั้งใจทำงานอยู่เพราะ “ความเชื่อมั่น” ใน QueQ ว่าจะสามารถประสบความสำเร็จและขยายไปยังระดับโลกได้จากการโน้มน้าวและการใช้คำพูดของคุณโจ้

 

          “Try, Try, Try!” (ใช้เวลา 6 เดือนเพื่อหาลุกค้ารายแรก)

          คุณโจ้ใช้เวลา 6 เดือนในการปรับปรุงพัฒนาแอปพลิเคชันจนเป็นที่ยอมรับจากร้านอาหารโดยคู่ค้ารายแรกคือ “ชาบูชิ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว” ซึ่งในช่วง POC (Proof of Concept) คุณโจ้และทีมงานต้องเข้าไปทดลองระบบที่ร้านทุกวันตลอดระยะเวลาหลายเดือนเพื่อค้นหาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนสามารถเชื่อมระบบกดคิวกระดาษของร้านอาหารที่เป็นระบบการทำงานแบบออฟไลน์ให้สามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบ QueQ ผ่านการใช้หน้าจอ Kiosk กับแอปพลิเคชันได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับคุณโจ้แล้วช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญมากที่จะตัดสินว่าธุรกิจจะได้ไปต่อหรือไม่ ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จในการใช้ QueQ สาขาแรกก็เริ่มมีคู่ค้าด้านร้านอาหารเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ภาพโดยผู้เขียน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Nukk321
Nukk321
อ่านบทความอื่นจาก Nukk321

ผู้ที่สนใจความรู้ทางด้านธุรกิจและการตลาด

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์