ความรู้

"Songkran" ไม่ต้องสาดน้ำ ก็ชื่นบานสราญใจ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
"Songkran"  ไม่ต้องสาดน้ำ ก็ชื่นบานสราญใจ

คิดว่าคนไทยทุกคนก็คงจะคิดถึง เทศกาลสงกรานต์ "Songkran" กันอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะครับ เพราะว่าด้วยสถานการณ์ "โควิด 19" จึงทำให้ต้องมีการงดจัดงาน สงกรานต์ไปถึง 2 ปี มาถึงปีนี้ พ.ศ. 2565 รัฐบาลประกาศให้สามารถจัดงานสงกรานต์ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือ ห้ามเล่นน้ำ, ห้ามประแป้ง, ห้ามปาร์ตี้โฟม เอ๊ะ..! รู้สึกสงสัยใช่ไหมล่ะครับ ว่า..? ถ้าไม่ทำ 3 อย่างที่ว่ามานี้ มันจะเป็นสงกรานต์ได้ยังไง..?

ถ้าอย่างงั้นเรามาดูกันว่า อะไรบ้างที่สามารถทำได้ในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565 และสิ่งที่ทำได้มีดังต่อไปนี้ครับ

  1. สรงน้ำพระ, รดน้ำดำหัว, ขบวนแห่, การแสดงดนตรี, การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่น, และการละเล่นตามประเพณี
  2. ก่อนจัดงานต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่นั้น ๆ และภายในงานมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 1,000 คน
  3. หากต้องการให้มีผู้เข้าร่วมเกิน 1,000 คน ต้องขออนุญาตจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ก่อนอย่างน้อย 5 วัน
  4. พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดงานวันสงกรานต์ ต้องปฏิบัติภายใต้มาตรการป้องกัน "โควิด-19" อย่างเคร่งครัด คือ มีจุดคัดกรองบริเวณทาง เข้า-ออก หรือมีการแสดงผลการฉีดวัคซีน
  5. ห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  6. การเล่นน้ำสงกรานต์ เล่นได้ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ห้ามสาดน้ำ ประแป้ง หรือเล่นปาร์ตี้โฟม บนท้องถนน พื้นที่สาธารณะ หรือในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  7. ควบคุมจำนวนคน 4 ตารางเมตร ต่อ 1 คน

Advertisement

Advertisement

จากประกาศที่มีออกมาในการจัดงานสงกรานต์ ก็จะมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่สำหรับ "ผู้เขียน" คิดว่าวันสงกรานต์ มันมีมากกว่าการ เล่นน้ำ, ประแป้ง, และปาร์ตี้โฟม เพราะวันสงกรานต์ของไทยอันที่จริงแล้ว ยังมีกิจกรรมที่สวยงามอีกมากมายให้เราได้ทำตามความเชื่อประเพณีดั้งเดิม เริ่มด้วยวันที่ 13 เมษายน ถือได้ว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ และยังเป็นวันผู้สูงอายุอีกด้วย คนโบราณจึงถือเอาวันนี้เป็นเลิกดีในการเก็บกวาดเช็ดถูทำความสะอาดบ้าน เพื่อเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายออกไปจากบ้าน และเตรียมต้อนรับสิ่งดี ๆ ที่กำลังเข้ามาในปีใหม่ มาถึงวันที่ 14 เมษายน เรียกว่าวัน "เนา"  และถือเป็นวันครอบครัวอีกด้วย นิยมออกไปทำบุญตักบาตรฟังธรรมเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเอง รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รวมถึงงดการมีปากเสียงกับผู้อื่น เพราะเชื่อว่าจะนำสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต และในวันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก (วันเปลี่ยนจุลศักราชเป็นปีใหม่) เป็นวันที่นิยมเข้าวัดทำบุญเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และก่อเจดีย์ทรายตามประเพณี จะเห็นได้ว่าวันสงกรานต์ยังมีกิจกรรมอันสวยงามอีกมากมายให้เราได้ทำกัน นอกจากการเล่นสาดน้ำดื่มสุรา และวันสงกรานต์สำหรับหลาย ๆ คนมันเป็นวันที่จะได้พบปะกับครอบครัว และเป็นวันที่ผู้เฒ่าผู้แก่รอคอยที่จะได้เจอกับลูกหลาน ได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้ทำบุญในวันปีใหม่ไทยร่วมกับครอบครัว ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน มันเป็นวันที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ สิ่งเหล่านี้มันมีคุณค่ามากกว่าการเล่นน้ำ หรือนั่งดื่มสุราเสียอีก

Advertisement

Advertisement

"ผู้เขียน" ได้ยินคนรอบข้างหลายคนบ่น ไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับประกาศการห้ามเล่นสาดน้ำที่ออกมา ก็คงเป็นเพราะว่าพวกเราชาวไทยคนรุ่นหลัง ๆ เคยชินกับการเล่นสาดน้ำ ที่ไม่มีขอบเขตกันมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ทั้ง ๆ ที่ผ่าน ๆ มาหน่วยงานต่าง ๆ ก็เคยได้ออกมารณรงค์ ให้คนไทยเล่นสงกรานต์ตามแบบประเพณีโบราณ เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมที่สวยงามเอาไว้ แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง "โควิด 19" มันอาจจะเป็นโอกาสที่ดี ที่จะทำให้คนไทยหันมามองความสวยงามที่แท้จริงของ วันสงกรานต์ ตามแบบประเพณีโบราณ ที่ใกล้จะสูญหายไปทุกวัน ก็เป็นได้

ท้ายนี้ ผู้เขียนจึงอยากจะให้ทุกคนใช้เวลาในวันหยุดยาวของช่วงวันสงกรานต์ นี้เฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ด้วยการพาครอบครัวไปทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ พักผ่อนอยู่กับครอบครัว ชาร์จพลังให้เต็มที่เพื่อที่จะไปสู้กับงานใหม่อีกครั้ง "สุขสันต์วันสงกรานต์" ครับชาวไทยทุกคน💦💦

Advertisement

Advertisement

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
คืนถิ่น
คืนถิ่น
อ่านบทความอื่นจาก คืนถิ่น

ปรับตัวกับสังคมรอบข้างได้ง่ายและชอบสันโดด

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์