หนังและซีรีส์

The Godfather จากมุมมองคนดูในปี 2022

ก็ชอบรีวิวอ่ะ
ก็ชอบรีวิวอ่ะ
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ก็ชอบรีวิวอ่ะ
The Godfather จากมุมมองคนดูในปี 2022

ถ้าย้อนกลับไปในปี 1972 ถือเป็นจุดกำเนิดของหนังระดับตำนานอย่าง "The Godfather" ผลงานชิ้นโบว์แดงของผู้กำกับ "ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา"ที่นำเอานิยายเรื่องดังของ "มาริโอ พูโซ" มาทำเป็นภาพยนตร์ ถือเป็นหนังแนวแก็งสเตอร์เรื่องแรกๆที่ปรากฏในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด ท่ามกลางเสียงคัดค้านและกระแสโจมตีที่รุนแรง ดูเหมือนว่าหนังเรื่องนี้จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ แต่ผลงานที่ออกมานั้นกลับเป็นตัวการันตีชั้นยอดว่า "The Godfather" ได้เลยจุดประสบความสำเร็จมาไกลมาก

https://www.facebook.com/ParamountPicturesThailand/photos/456334339434931

จากมุมมองของเราที่ได้ดู "The Godfather" ในปี 2022 ต้องยอมรับเลยว่าหนังไม่ได้เชื่อเชิญให้หลงไหลในทันที แต่พอเนื้อเรื่องดำเนินไปได้ถึงกลางเรื่องเรารู้สึกว่าหนังค่อยๆเอาเราได้อยู่หมันอย่างช้าๆ เราโฟกัสกับหนังมากขึ้น สุดท้ายโดนเสน่ห์ของหนังเข้าอย่างจัง หลังดูจบหนังทิ้งร่องรอยความรู้สึกอันหลากหลายไว้ในใจเยอะมาก ทุกองค์ประกอบมีเสน่ห์และน่าจดจำไม่ว่าจะเป็นพล็อต นักแสดง หรือสถานที่ ผสมรวมกันออกมาได้อย่างพอดีพอเหมาะ ไม่ต้องพยายามจะเป็นหนังแก็งสเตอร์มากจนเกินไป แต่ยังคงอารมณ์โดยรวมของหนังไว้ได้อย่างแข็งแรง

Advertisement

Advertisement

การดำเนินเรื่องเป็นไปในแบบที่เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ชวนติดตามอย่างน่าเหลือเชื่อ หนังอธิบายความยิ่งใหญ่ของคำว่า "ก็อดฟาเธอร์" ได้ดี ก๊อดฟาเธอร์สามารถให้ความยุติธรรมแก่ผู้ที่ร้องขอ เพียงแค่ตอบแทนด้วยมิตรภาพอันดีฉันมิตร คุณก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการทันที นั้นคือความหมายที่หนังบอกเล่าผ่านตัวละคร "ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน"

https://www.instagram.com/p/BUAgnd_glhd/?utm_source=ig_web_copy_link

"มาร์ลอน แบรนโด" กับบท "ดอน วีโต คอร์เลโอเน" กลายมาเป็นภาพจำของเดอะก็อดฟาเธอร์ไปเลย การแสดงของเขามันทำให้เราเชื่อในอำนาจของดอนอย่างไม่มีข้อสงสัย ไม่ต้องมีท่าทีที่ก้าวราว แค่ใช้สายตากับการวางตัว ที่ขยับเบาๆก็รู้ว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา อาจจะมีขัดใจไปบ้างกับการใช้เสียงแหบๆ เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พอไปหาข้อมูลกลับพบว่าเสียงที่ใช้หรือหน้าตาที่ดูบุบเบี้ยว นั้นได้ถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดีแล้วจากเจ้าตัว

Advertisement

Advertisement

I gonna make him an offer he can't refuse เป็นประโยคธรรมดาๆที่แฝงไปด้วยเป้าประสงค์ที่ชัดเจน ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์หลักที่ขาดไม่ได้ ถึงแม้หนังจะไม่ได้ชูประโยคนี้มากนัก แต่ด้วยพลังของนักแสดงอย่าง มาร์ลอน แบรนโด ทำให้ประโยคนี้เป็นประโยคที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป

อีกคนที่ขาดไม่ได้เลยคือ "อัล ปาชิโน" กับบท "ไมเคิล คอร์เลโอเน" ลูกชายผู้รับช่วงต่อจากดอนผู้พ่อ ด้วยบทนี้บอกเลยว่าปาชิโนคือ ดีมาก นี้คือหนังใหญ่เรื่องแรกๆที่ปาขิโนได้อวดฝีมือการแสดงแบบจัดเต็ม ฉายแสงเปล่งปลั่งตีคู่มาพร้อมกับ มาร์ลอน แบรนโด แบบไม่ใครยอมใคร ช่วงกลางไปจนถึงท้ายๆเรื่องยิ่งเป็นช่วงที่ส่งให้เห็นถึงฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะบทบาทหนุ่มหน้าละอ่อน หรือหนุ่มมาดขรึมว่าที่ดอนคนต่อไป ก็ยังคงความโดดเด่นไว้ได้ในทุกๆการเปลี่ยนแปลง เป็นนักแสดงที่ใช้สายตาดีมาก ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทางมากมาย แต่ทุกการเคลื่อนไหวคือคม! เฉียบ! และเด็ดขาด!

Advertisement

Advertisement

https://www.instagram.com/tv/CbaZTo3lqYF/?utm_source=ig_web_copy_link

สำหรับเราฉาก "The new godfather" เป็นช่วงที่ปาชิโนได้โชว์ศักยภาพการแสดงอย่างเต็มที่ สายตาและท่าทาง คือความสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากมาย มีหลายเหตุการณ์เรียงต่อกันไปเรื่อยๆ แต่กลับทำออกมาได้อย่างสวยงามและมีพลัง องค์ประกอบต่างๆ ส่งเสริมให้ตัวละครไมเคิลที่ปาชิโนรังสรรค์ โดดเด่นท่ามกลางความมืดและอารมณ์อันหลากหลายที่วนเวียนเข้ามาในฉากนี้

สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ส่งให้เรื่องราวทั้งหมดมีชีวิตชีวาคือ "นักแสดง" ที่สามารถถ่ายทอดตัวละครในเรื่องออกมาได้ดีและมีมิติ เราบอกได้เลยว่านักแสดงทุกคนคือส่วนผสมอันยอดเยื่ยม ทุกคนสอดผสานกันทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทุกตัวละครมีภาพจำเป็นของตัวเองยากที่จะลืมเลือน ปฏิเสธไม่ได้เลยที่นักแสดงเก่งๆ มาร่วมกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ได้เป็นเพราะ "ฟราซิส ฟอร์ด คอปโปลา" ที่สู้กับทุกอย่างจนได้นักแสดงชุดนี้มา ต้องชมสายตาในการทำงานของคอปโปลาเลย เพราะเขารู้ว่าคนไหนเหมาะกับคาแรคเตอร์ไหน นักแสดงทุกคนที่เลือกมาลงล็อคกับคาแรคเตอร์นั้นๆแบบไม่มีข้อสงสัย ไม่จม ไม่หาย ไม่ตาย ไม่ดับ

https://www.instagram.com/p/BhZoaOjBH8Z/?igshid=NDRkN2NkYzU=

สำหรับเรา "The Godfather" มีเสน่ห์เฉพาะตัวสูงมาก ทุกองค์ประกอบในเรื่องส่งเสริมกันไปหมด และยังคงเป็นต้นแบบของหนังแก็งสเตอร์จวบจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะที่เราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้ย้อนกลับไปดู The Godfather ในปีนี้ และเป็นปีของการครบรอบ 50 ปีของหยัง ทำให้เรารู้สึกว่าเสน่ห์ของหนังนั้นไม่ได้หายไปตามกาลเวลา แต่กลับยิ่งทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้น ความสวยงามของภาพ ของสถานการณ์ ของตัวละคร เป็นอีกรสชาติของการดูหนังที่เราไม่มีวันลืมได้ลงเลยจริงๆ

ถ้าใครอยากสัมผัสกับความคลาสสิคของ "The Godfather" ไม่ต้องรอช้าเลยค่ะ สามารถรับชมแบบภาพคมชัดเสียงแจ๋วได้เลยที่ Netflix หนังดีอีกเรื่องที่ไม่อยากให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านในบทความนี้พลาด ยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย บางฉากบางตอนอยากจะรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกัน แต่ก็รู้สึกว่าคงไม่มีการรีวิวใดๆเทียบเท่ากับการไปสัมผัสด้วยหู ด้วยตา ด้วยความรู้สึกตัวเอง รับรองคุณจะตกหลุมรักเสน่ห์และความคลาสสิคของหนังเรื่องนี้

https://www.instagram.com/p/CNNbHqLnLMM/?igshid=NDRkN2NkYzU=

เครดิตภาพและวิดีโอประกอบบทความ:

คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน