ความรู้

The Great Passage by Shion Muira Book Review

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
The Great Passage by Shion Muira Book Review
   สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมนำนิยายจากญี่ปุ่นมาแนะนำ The Great Passage หนังสือนิยายที่จะเติมความคิดสร้างสรรค์ และความอิสระให้กับคุณ นิยายแปลภาษาอังกฤษเล่มนี้ แปลมาจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น
 
The Great Passage ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์และอนิเมะรวมทั้งแปลไปแล้วหลายภาษา หัวใจของเรื่องคือการผลิตพจนานุกรม ชื่อว่า The Great Passage 
 
ผู้อ่านเคยสงสัยกันไหมครับว่า การผลิตพจนานุกรมขึ้นมาซักเล่มนึงมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ต้องใช้ทรัพยากรอะไร ใครเป็นคนทำ และต้องทำอย่างไร 
 
ถ้าคุณอยากรู้ นิยายเล่มนี้จะเล่าให้คุณฟัง ลืมภาพงานนั่งโต๊ะ ตื่นเช้าอาบน้ำ ขับรถมาตอกบัตรที่สำนักงาน ซื้อกาแฟมานั่งจิบระหว่างทำงาน พักกลางวันลงไปทานข้าว เย็นกลับบ้าน อะไรทำนองนี้ ขอให้ลืมไปได้เลยครับ
 
ความจริงคือตรงกันข้ามเลย พูดอีกอย่างก็คือการผลิตพจนานุกรมเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานมาก พจนานุกรม 1 เล่มใช้เวลาประมาณ 10 ปี แถมยังต้องใช้เงินมาก

Advertisement

Advertisement

 
เป็นงานที่น่าเบื่อสุดๆ ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ ถ้าใจไม่รักกันจริง คงไม่สามารถอดทนทำงานแบบนี้ได้เป็นเวลาหลายสิบปีแน่ๆ 
 
ขั้นตอนการผลิตก็น่าเวียนหัว ต้องเจอทั้งความจุกจิก ความซ้ำซาก และความน่าเบื่อ พนักงานทุกคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป (ถ้าไม่ชิงลาออกไปก่อนนะครับ)
 
อ้าว ! แล้วอย่างนี้จะยังมีคนเลือกทำงานผลิตพจนานุกรมแบบนี้อยู่อีกหรอ คำตอบคือมีครับ ตอบตามหลักเหตุผลนะครับ ไม่ได้ตอบตามความรู้สึกน้า
 
สังเกตุได้ว่าในปัจจุบันยังมีพจนานุกรมผลิตออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องเช่น oxford advanced learner's dictionary ตอนนี้ผลิตออกมาแล้วกว่า 10 เวอร์ชั่น เริ่มผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 ถึงปัจจุบัน

Advertisement

Advertisement

 
หมายความว่าผลิตต่อเนื่องมามากกว่า 72 ปีแล้ว ตามร้านหนังสือใหญ่ๆ ก็ยังเห็นมีพจนานุกรมเล่มนี้วางขายอยู่อย่างต่อเนื่องครับ 
รูป 1 พจนานุกรม

    อ้างอิงจากหลักเศรษฐศาสตร์เรื่องการขาย ตราบใดที่ไม่มีอุปสงค์ สินค้าก็ไม่ผลิตและขายไม่ออก แต่พจนานุกรมยังขายออก ก็แสดงว่ายังใช้งานได้อยู่เสมอ และนั่นก็หมายความว่าผู้ผลิตยังต้องการคนที่ทำงานด้านนี้อยู่ 

แล้วคนแบบนี้น่ะ เป็นคนแบบไหนกันนะ ชีวิตการทำงานในแต่ละวันเป็นอย่างไร The Great Passage เล่มนี้จะเล่าให้คุณฟัง ผ่านตัวละครหลักคือเหล่าพนักงานในแผนกพจนานุกรม
 
ตัวละครแต่ละคนเหมือนมีชีวิตจิตใจจริงๆ ผู้อ่านจะได้เห็นวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น บรรยากาศในนิยายให้ความรู้สึกราวกับว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม The Great Passage เล่มนี้เลยครับ

Advertisement

Advertisement

รูป 2 หนังสือ

 The Great Passage

ทำไมต้องอ่าน The Great Passage

   ถ้าผู้อ่านชอบเรียนภาษาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว The Great Passage เหมาะกับคุณมาก เพราะผู้อ่านน่าจะมีพจนานุกรมประจำตัวใช่ไหมครับ อย่างน้อยก็คนละ 1 เล่ม 
 
มันจะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราต้องใช้พจนานุกรมบ่อยๆ ช่วงนั้นพจนานุกรมจะเปรียบได้กับดาราคิวทอง ทุกๆ วันเราจะหยิบมาใช้งานเสมอ
 
แต่พอนานวันเข้าเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกแล้ว พจนานุกรมก็จะกลายเป็นเพียงแค่หนังสือเก่าที่ถูกลืม
 
แต่ The Great Passage ไม่เคยลืมครับ ในวันที่ผู้เรียนภาษาประสบความสำเร็จ จะมีสักกี่คนที่รู้สึกขอบคุณและนึกถึงพจนานุกรมของตัวเอง
 
ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของคำศัพท์ต่างๆ และเป็นเพื่อนคู่คิด (มิตรคู่บ้าน) ที่อยู่กับผู้เรียนมาตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ 
 
ถ้าเราลองมองในมุมนี้ดู The Great Passage เล่มนี้ชี้ให้เห็นคุณค่าของพจนานุกรมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างน่าประทับใจ 
รูป 3 book movie anime

The Great Passage

เรื่องย่อ

   เหตุการณ์ต่างๆ ใน The Great Passage เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ในแผนกทำพจนานุกรมของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แผนกนี้ตั้งอยู่ในซอกหลืบของตึกสำนักงานขนาดใหญ่ 
 
เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ในหลายแง่มุม เช่น ชีวิตการทำงานในสำนักพิมพ์ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และคนรัก 
 
ผู้อ่านจะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมๆ กับตัวละครแต่ละตัว ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ตัวละครต่างๆ มีนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้การทำงานในแต่ละวันจะต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย 
 
พวกเขาต้องช่วยกันรวบรวมคำศัพท์ทั้งเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกัน การทำงานเริ่มตั้งแต่รวบรวมคำศัพท์ที่มีอยู่แล้ว และออกหาคำศัพท์ใหม่ๆ ที่วัยรุ่นชอบใช้ และเป็นที่นิยมในขณะนั้น
 
นำมาอธิบายความหมาย และช่วยกันยกตัวอย่างให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน รวมทั้งต้องตรวจสอบความเหมาะสม และความถูกต้องอีกด้วย
รูป 4 anime

 The Great Passage

แนะนำตัวละคร

   โคเฮ อารากิ ชายผู้หลงไหลในการทำพจนานุกรม เขาเป็นพนักงานเก่าแก่ของสำนักพิมพ์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการและมีหน้าที่ตามหาผู้ที่จะมาสานต่องานผลิตพจนานุกรมเล่มนี้ 
 
อารากิ มีนิสัยไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น และปัญหาสุขภาพของภรรยา เขาจึงต้องรีบหาผู้ที่จะมาสานต่องานชิ้นนี้ให้ได้ 
 
ด้วยเหตุนี้โชคชะตาจึงนำพาให้ตัวละครสำคัญอีก 3 ตัว ที่มีนิสัยแตกต่างกันได้มาพบกัน และต้องทำงานร่วมกันในสำนักพิมพ์แห่งนี้ 
 
คนแรกคือ มิทสึยะ มาจิเมะ พระเอกของเรื่อง บุคลิกเหมือนเด็กเรียน พูดน้อย ขี้อาย วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่กับหนังสือ เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง เป็นคนนิ่งๆ ใช้ชีวิตแบบเรียบๆ 
 
แต่มาจิเมะกล้าที่จะแสดงความรัก และกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับสิ่งที่เขาเชื่อและหลงไหล โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
 
คนที่สองคือ มาซาชิ นิชิโอกะ เพื่อนร่วมงานชาย เขาห่วงแต่รูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง และมั่นใจในตัวเองสุดๆ แถมยังชอบปากร้ายใส่คนรอบตัวอยู่บ่อยๆ
 
แต่ในใจลึกๆ เขารักเพื่อนร่วมงานมาก และคอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ ถึงแม้จะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แต่การกระทำหลายๆ อย่างของเขา ก็พิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยตาจริงๆ 
 
คนสุดท้ายคือ มิโดริ คิชิเบะ เพื่อนร่วมงานหญิง เธอมีนิสัยชอบตัดสินคนอื่นจากภายนอก โดยที่ยังไม่ได้รู้ถึงนิสัยใจคอที่แท้จริงของคนเหล่านั้น
 
แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน เธอคือคนที่พึ่งพาได้คนหนึ่ง เธอมีทั้งความทุ่มเท และกล้าแสดงออก เรื่องงานเธอไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน
รูป 5 book
The Great Passage

 จุดแข็ง

   ถึงแม้ว่าการทำพจนานุกรมจะดูเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่ The Great Passage เล่มนี้ กำลังบอกผู้อ่านว่า ยังมีคนที่ชอบทำงานแบบนี้อยู่นะ และพวกเขาก็ทำงานอย่างมีความสุข
 
ทำงานด้วยความกระตือรือร้น ไม่ได้ทำอย่างเช้าชามเย็นชาม ตัวอย่างเช่นมีอยู่ตอนหนึ่งทีมงานต้องบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมาใหม่ และต้องบรรยายความหมายของคำศัพท์นั้นให้ชัดเจนที่สุด
 
ขั้นตอนเหล่านี้ต้องผ่านการคิดอย่างรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน ต้องกระชับและชัดเจน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน เช่น คำว่า ''รัก'' คำสั้นๆ คำเดียว แต่เชื่อไหมครับว่ามันทำให้เกิดการปะทะกันทางความคิดเห็นอย่างดุเดือด
 
ระหว่าง มาจิเมะ กับ คิชิบิ เพราะการตีความคำว่า ''รัก'' ของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกัน ความคิดผู้ชายกับผู้หญิงนั้น ก็เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วกันมาตั้งแต่สร้างโลกแล้ว แต่ละคนจึงให้ทั้งเหตุผล และยกตัวอย่างกันอย่างออกรส
 
แต่ในที่สุดการปะทะกันทางความคิดเห็นแบบนี้ก็ทำให้เกิดผลดีต่อการทำงาน เพราะพจนานุกรมที่ดีต้องมีหลายๆ ความหมาย รวมทั้งต้องมีตัวอย่างให้ครอบคลุมทุกมิติด้วย 
 
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ถึงแม้ว่านิยายต้นฉบับจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้แปลก็สามารถแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างสละสลวย ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นอยู่อย่างครบถ้วน
 
ราวกับว่าผู้แปลเป็นผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ The Great Passage เล่มนี้อ่านสนุก  อ่านแล้วเพลินจนวางไม่ลง
รูป 6 book black cover
The Great Passage

 รายละเอียด

ชื่อหนังสือ : The Great Passage
 
ผู้เขียน : Miura Shion
 
ผู้แปล :  Juliet Winters Carpenter
 
ISBN : 9781477823071
 
จำนวนหน้า : 212
 
ภาษา : ภาษาอังกฤษ
 
ราคา : 461
 
สั่งซื้อหนังสือ kinokuniya
The Great Passage

คะแนน

5/5 คุ้มค่า

   The Great Passage เน้นสไตล์การดำเนินเรื่องแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น และโดยพื้นฐาน Creator ของญี่ปุ่น พวกเขาทำงานเหมือนกับศิลปินอยู่แล้ว จึงทำให้นิยายเล่มนี้มีความ Niche (เฉพาะกลุ่ม)

และมีความเป็นญี่ปุ่นสูงมาก สังเกตุได้จากการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นใน The Great Passage เล่มนี้ มีช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนอธิบายถึงขั้นตอนการเลือกกระดาษสำหรับพิมพ์พจนานุกรม 

กระดาษต้องไม่หนาและไม่บางจนเกินไป The Great Passage ใส่ใจในจุดนี้เป็นอย่างมาก ถ้าผู้อ่านชอบอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ จะเข้าใจว่าเวลาอ่านหนังสือเล่มหนาๆ ความลื่นไหลเวลาพลิกหน้ากระดาษไปมา มีผลต่อการอ่านเป็นอย่างมาก และกระดาษถนอมสายตาดีต่อใจผู้อ่านขนาดไหน

รูป 7 Miura Shion
Miura Shion

นักเขียน

 
   ชิอน มิอุระ (Miura Shion) นักเขียนชาวญี่ปุ่น เกิดปี ค.ศ. 1976 ปัจจุบันอายุ 45 ปี
 
เธอได้รับรางวัล Naoki Prize Oda Sakunosuke Prize และ Japan Booksellers' Award
 
นิยายของเธอได้แปลเป็นภาษาจีน เกาหลี เวียดนาม อังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี และยังได้ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ มังงะ และอนิเมะอีกด้วย
รูป 8 Juliet Winters Carpenter
Juliet Winters Carpenter

นักแปล

   จูเลียท วินเทอร์ คาร์เพนเทอร์ (Juliet Winters Carpenter) นักแปลชาวอเมริกัน เธอเกิดปี ค.ศ. 1948  ในแถบมิดเวสต์ของอเมริกา 
 
เธอศึกษาวิชาวรรณคดีญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน รวมทั้งที่ศูนย์การศึกษาภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยนานาชาติในโตเกียว
 
หลังจากสำเร็จการศึกษา เธอกลับมายังประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อมาทำงานเกี่ยวกับการแปลและการสอน 
 
เธอเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Doshisha Women's College of Liberal Arts ในเกียวโต 
 
นอกจากนี้เธอยังมีส่วนร่วมในโครงการ Japanese Literature Publishing Project (JLPP) เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำหน้าที่แปลและจัดพิมพ์หนังสือภาษาญี่ปุ่นออกสู่ต่างประเทศ
 
จบแล้วจ้า (เย้ๆ ปรบมือเปาะแปะ)
 
ก่อนจากกัน...ผมได้แต่หวังว่าถ้าหากบทความนี้เป็นประโยชน์อะไรขึ้นมาต่อผู้อ่านซักนิดผมก็ดีใจแล้วครับ
 
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่อ่านจนจบ คราวหน้าผมจะมารีวิวหนังสือน่าอ่านเล่มอื่นๆ อีกแน่นอนรอติดตามกันด้วยนะครับ
 
ชาร์โคล
 
เขียน
รูป 8 ขอบคุณ
 
อ่านบทความเรื่องเรียนภาษาด้วยตนเองโดยเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลัก
และภาษาญี่ปุ่นพออ้อมแอ้ม รวมทั้งพูดคุยเกี่ยวหนังสือดีๆ Murakami, Sapiens, etc.
เรียนเชิญที่ลิงก์ข้างล่างครับ
 

 
เครดิตภาพทั้งหมด
 
ปก 
 
 
รูป 7
 
รูป 8
 
รูปอื่นๆ ใช้ canva.com ทำครับ
 
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Charcoal
Charcoal
อ่านบทความอื่นจาก Charcoal

Hi! my name is Charcoal เขียนบทความเรื่องเรียนภาษาด้วยตนเองเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลัก และภาษาญี่ปุ่นพออ้อมแอ้ม รวมทั้งพูดคุยเกี่ยวหนังสือดีๆ Murakami, Sapiens, etc. ยินดีต้อนรับผู้อ่านทุกท่านครับ : )

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์