ความรู้

บริหารเงิน อย่างไรให้มีเงินเก็บ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
บริหารเงิน อย่างไรให้มีเงินเก็บ

บริหารเงินอย่างไรให้มีเงินเก็บ คำถามนี้เป็นคำถามที่ค่อนข้างจะตอบได้ยาก เพราะตรงจุดนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า พื้นฐานทางการเงินเรื่องของรายรับและรายจ่ายหรือปัจจัยภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคนค่อนข้างที่จะแตกต่างกัน... ถ้าให้พูดถึงคำจำกัดความของการทำอย่างไรให้มีเงินเก็บก็คงต้องตอบว่า  "หาเงิน" ให้ได้เยอะๆ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ถ้าทำแบบนี้ในแต่ละเดือนเราก็จะมี "รายรับ" มากกว่า "รายจ่าย" แล้วแต่ละเดือนเราก็จะเงินในส่วนที่หามาได้ไว้เป็นเงินเก็บ แต่เราจะบริหารเงินอย่างไรดีล่ะ?( ถึงจะพอให้เหลือไว้เป็นเงินเก็บ)​ ส่วนนี้ค่อนข้างที่จะแตกต่างจากคำจำกัดความ เนื่องด้วยการบริหารเงินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ พื้นฐานทางการเงินของครอบครัวภาระหนี้สินและปัจจัยอื่นๆอีกหลายๆอย่าง

ภาพเงิน

ยกตัวอย่าง (นาย A)​ทำอาชีพค้าขาย เดือนไหนทำยอดขายได้มาก เดือนนั้นก็จะมีเงินเหลือเก็บมาก แต่ถ้าเดือนไหนทำยอดขายได้น้อยหรือทำยอดขายไม่ได้ ก็จะกลายเป็นว่าเดือนนั้นไม่เหลือเงินเก็บหรือขาดทุนจนต้องเอาเงินในส่วนที่เก็บออกมาใช้จ่ายหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ

Advertisement

Advertisement

ส่วน (นาย B)​ ทำงานประจำที่มั่นคง มีรายได้จากเงินเดือนแบบตายตัวและเงินโบนัสทุกๆสิ้นปี   เดือนนึงถ้าหากรู้จักประหยัดก็จะมีเงินเหลือเก็บในทุกๆเดือนและมีในส่วนที่จะได้จากเงินโบนัสด้วยเพราะฉะนั้นคำว่า บริหารเงินอย่างไรให้มีเงินเก็บ  คำถามนี้จึงเป็นคำถามที่ค่อนข้างจะตอบได้อยากและบทความที่ตัวนักเขียนจะมาเขียนในวันนี้คือพื้นฐานวิธีบริหารเงินในแบบที่ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลมาแล้วนำมาปรับใช้กับตัวเอง หวังว่าจะมี​ประโยชน์​ต่อผู้อ่านอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

จดรายการบัญชี

1.เริ่มต้นทำบัญชีรายรับรายจ่าย จดข้อมูลค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ถามว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญไหม คำตอบคือการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากเราไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายตรงจุดนี้เราก็จะตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายที่มาที่ไปของเงินไม่ได้ และเราก็จะไม่รู้ว่า ส่วนที่เราจ่ายไปนั้นส่วนไหนเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหรือไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นอันดับแรกสิ่งที่เราควรจะทำคือการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

2. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก คำว่า ไม่จำเป็นในที่นี้หมายถึงค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เรารู้สึกว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองเกินไป อย่างเช่น การเที่ยวกลางคืนทุกสัปดาห์วันหยุดหรือไปบ่อยในทุกครั้งที่อยากจะไป  ในส่วนค่าใช้จ่ายนี้ไม่ได้จำเป็นกับเรามากนัก เราอาจจะลดการเที่ยวกลางคืนลงอาจจะเดือนละ 2-3 ครั้งก็พอหรือไม่บ่อยเกินไป เพื่อให้เงินส่วนนั้นเหลือมาเป็นเงินเก็บของเรานั้นเอง

Advertisement

Advertisement

3.การซื้อสินค้าเครื่องใช้จำเป็นหรือของที่เราอยากได้ด้วยบัตรเครดิต​แบบที่มีโปรโมชั่น อัตตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ แบบผ่อน 0 เปอร์เซ็น 4 เดือน ผ่อน 0 เปอร์เซ็น 10 เดือน ข้อดีของการใช้บัตรเครดิต​ผ่อนสินค้าที่เราจำเป็นต้องใช้คือ ในส่วนนี้เราก็จะเหลือเงินสดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นที่จำเป็นต้องใช้ และเราก็จะได้ของจำเป็นที่เราอยากได้มาใช้ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ใช้บัตรเครดิตซื้อ โน๊ตบุ๊คที่จะมาไว้สำหรับทำงานราคา 19,000 บาทโปรโมชั่น 0 เปอร์เซ็น 10 เดือนในส่วนนี้เราก็จะได้ของจำเป็นที่ไว้ใช้สำหรับทำงานและไม่ต้องควักเงินเก็บที่เป็นเงินสดออกไปซื้อก่อน

บัตรเครดิต

4.ถ้าหากเราทำอาชีพที่ไม่มีประกันสังคม ลองมองหาการทำประกันไว้ด้วยในแบบที่เราจ่ายไหวและไม่มีผลกระทบกับการบริหารเงินของเรา เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันในหลายๆกรณี ถ้าหากไม่มีประกันคุ้มครองตรงส่วนนี้ค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเราอาจจะต้องควักเงินสดหรือเงินเก็บออกมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายได้และก่อนทำประกันควรตรวจสอบและศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์​ อย่างละเอียดในเรื่องของผลประโยชน์​ในส่วนที่เราจะได้รับการคุ้มครอง เพราะการทำประกันก็มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ประกันอุบัติเหตุ​ ประกันสุขภาพ หรือแบบออมทรัพย์ ในส่วนของผลประโยชน์​ที่จะคุ้มครองและเงื่อนไขก็จะแตกต่างกันออกไป ราคาของเบี้ยประกันก็เช่นกัน

5. มองหาช่องทางและศึกษาในเรื่องของการลงทุน เพื่อให้มีรายได้หลายๆทาง ถ้าหากเราบริหารเงินได้เหลือเงินเก็บทุกเดือนค่าใช้จ่ายไม่ติดลบ ส่วนต่อไปที่ควรทำคือลองศึกษาในเรื่องของการลงทุนและมองหาช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเพื่อให้มีรายได้มาจากหลายๆทาง ตรงจุดนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราก็จะมีเงินเก็บมากขึ้นด้วย

ภาพฟันเฟืองความคิด

และนี่ก็คือ ข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้เขียนได้รวบรวมนำมาหวังว่าจะมี​ประโยชน์​ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และที่อยากจะฝากคือ พยายามอย่าสร้างภาระหนี้สินโดยไม่จำเป็น เพราะการทำงานหาเงินเพื่อเอาเงินไปต่อยอดสร้างรายได้เพิ่ม กับ การทำงานหาเงินเพื่อนำมาใช้หนี้ในความรู้สึกเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันมากจริงๆ

ที่เกี่ยวข้อง : อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม "มีแค่เงินเดือนจากงานประจำอยากมีรายได้เพิ่มควรเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี" 

บทความโดย : Number.seven

เครดิตภาพประกอบจาก : Pixabay

ภาพปก โดย QuinceCreative

ภาพที่ 1 โดย nattanan23

ภาพที่ 2 โดย StartupStockPhotos

ภาพที่ 3 โดย Maria_Domnina

ภาพที่ 4 โดย ar130405


เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์