บันเทิง

ประวัติศาสตร์ของงานศิลปะ Part 2

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ประวัติศาสตร์ของงานศิลปะ Part 2

     หลังจากได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของงานศิลปะในยุคหิน ยุคอียิปต์ มาจนถึงยุคกรีกแล้ว ผู้เขียนจะเล่าเรื่องราวของภาคต่อมาเลยนะครับ

  • ศิลปะยุคโรมัน (Roman Art : 500 B.C. – 476)

Augustus StatueColosseumตัวอย่างงานที่สำคัญ : รูปปั้น Augustus of Primaporta, โคลอสเซียม (Colosseum), วิหารแพนธีออน (Pantheon)

รูปแบบของงานศิลปะ :

     งานศิลปะโรมันได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมกรีกโบราณ และศิลปะคลาสสิก ในช่วงศตวรรษที่ 1 งานศิลปะโรมันเผยแพร่ไปยังหลายส่วนของยุโรป ไปจนถึงแอฟริกาตอนเหนือ และเอเชียบางส่วน จากเกาะบริเตนไปจนถึงทะเลทรายซาฮาร่า ความแตกต่างของงานศิลปะโรมันคือ จุดประสงค์ของงาน ที่ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม หรือการตกแต่งแบบศิลปะกรีก แต่เพื่อทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นได้ตกตะลึง และประทับใจในความยิ่งใหญ่ เป็นงานศิลปะที่แสดงออกถึงอำนาจ และพลังของโรม

Advertisement

Advertisement

     งานสถาปัตยกรรมของชาวโรมันมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายคลึงกับแบบกรีก แต่มีขนาดที่ใหญ่และหรูหรากว่า ใช้วัสดุที่หลากหลายกว่า ทั้งอิฐ และคอนกรีตโรมันที่มีความแข็งแรง ทำให้สร้างอาคารต่างๆได้ใหญ่ มีการสร้างหลังคาทรงโค้งแบบที่พบในวิหารแพนธีออน หรือกำแพงทรงโค้งในโคลอสเซียม

     ในงานแกะสลักนั้น จะมีความสมจริงและผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันออกจากการติดต่อค้าขาย นิยมทำจากทองสัมฤทธิ์ และหินอ่อน โดยส่วนใหญ่จะแกะสลักรูปจักรพรรดิที่มีท่าทีมุ่งมั่น ดูเข้มแข็ง รูปเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ หรือภาพเหตุการณ์ที่สำคัญ เช่น ชัยชนะของโรมันเหนือพวกคนเถื่อน

 

  • ศิลปะยุคกลาง (Medieval Art : 500 - 1550)Hagia Sophia

Jesus Mosaicตัวอย่างงานที่สำคัญ : มหาวิหาร Notre Dame, Hagia Sophia in Constantinople, Mosaic of Jesus Christ in Istanbul, โบสถ์ St. Sernin

Advertisement

Advertisement

รูปแบบของงานศิลปะ :

          จริงๆแล้วงานศิลปะยุคกลางเป็นการเรียกรวมศิลปะและสถาปัตยกรรมของหลากหลายที่มาและชนชาติที่อยู่ในยุคช่วงหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรโรมันไปจนถึงก่อนยุคเรอเนสซองส์ หรือเรียกกันว่า ยุคกลาง

          งานศิลปะมาจากการผสมระหว่างงานศิลปะโรมัน, อิทธิพลของศาสนาคริสต์ และวัฒนธรรมของยุโรปตอนเหนือ มีหลายประเภท เช่น ศิลปะเซลติก โรมันเนสก์ (Romanesque) ศิลปะแบบโกธิค(Gothic) เป็นต้น

     ในด้านงานสถาปัตยกรรม ยกตัวอย่างเช่น Hagia Sophia ที่ถูกสร้างในกรุงคอนแสตนติโนเปิล หรืออิสตันบูล เมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ (Byzantine) มีลักษณ์เป็นทรงโดมขนาดใหญ่ สร้างจากอิฐและปูนมอร์ตาร์ ภายในมีช่องให้แส่งส่องเข้า ประดับด้วยภาพโมเสก (Mosaic) เชื่อมโยงถึงศาสนาคริสต์ ก่อนที่บางภาพจะถูกทำลายในช่วงที่ถูกยึดครองโดยอาณาจักรออตโตมานที่นับถือศาสนาอิสลาม

Advertisement

Advertisement

     ในงานภาพวาด จะเป็นงานสะท้อนถึงศาสนาคริสต์แทบทั้งหมด เป็นงานที่ถูกทำเพื่อประดับตกแต่งแท่นบูชา หรือกำแพงภายในโบสถ์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานสไตล์โกธิค เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการจัดวางตัวละครในภาพแบบเดิมที่ดูเป็นสองมิติ และแข็งทื่อ สู่การทำให้งานดูมีความสมจริง และมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

 

  • ศิลปะเรอเนสซองส์ (Renaissance Art : 1400 - 1550)Mona Lisa

Creation of AdamSchool of Athensตัวอย่างงานที่สำคัญ : ภาพวาด Monalisa, รูปปั้น David, The Creation of Adam, Birth of Venus

รูปแบบของงานศิลปะ : 

         ได้รับแรงบันดาลใจงานศิลปะคลาสสิกกรีก และโรมัน ผสมผสานกับความเฟื่องฟูด้านวิทยาการความรู้ต่าง ๆ งานศิลปะเรอเนสซองส์สะท้อนถึงประสบการณ์ของปัจเจกบุคคล และความลึกลับของโลกธรรมชาติ

          เทคนิคของงานศิลปะเรอเนสซองส์ที่เห็นได้ชัดในงานของศิลปินหลายคนจะมีดังนี้

  • ทัศนียภาพแบบเส้น (linear perspective) คือ การแสดงให้เห็นสิ่งของที่อยู่ไกลหรือใกล้แตกต่างกันในภาพ ทำให้มีความรู้สึกสามมิติขึ้นมา ศิลปินจะใช้สัดส่วน และช่องว่างทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกับว่าสามารถเดินเข้าไปในภาพวาดได้
  • การย่อส่วน (Foreshortening) การย่อส่วนวัตถุหรือบุคคลให้ดูมีมิติลึกตื้น
  • การแบ่งภาพเป็นสี่ส่วน (Quadratura) ใช้ในงานฝ้าเพดาน ทำให้ดูเหมือนกับมีมิติที่เปิดผ่านฝ้าขึ้นไป ส่วนใหญ่จะวาดให้มองเห็นขึ้นไปเป็นสรวงสวรรค์
  • การแรเงาแบบ Sfumato เป็นเทคนิคเฉพาะตัวของเลโอร์โด ดา วินชี ที่ทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น และให้ความรู้สึกเหนือจริง เหมือนกับหลุดมาจากในความฝัน

ศิลปะยุคเรอเนสซองส์แบ่งเป็นสองช่วง คือ ยุคแรกเริ่ม(Early) และยุคสูง(High) โดยศิลปินที่โด่งดังในยุคแรกจะเป็น  Lorenzo Ghiberti, Donatello ในด้านงานแกะสลัก, สถาปนิก Filippo Brunelleschi เป็นต้น

ศิลปินที่โด่งดังในยุคสูงจะเป็นคนที่เราเคยได้ยินชื่อกันมาแล้ว เช่น Leonardo da VinciMichelangelo and Raphael ผู้ถูกเรียกว่า สามอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองส์ นอกจากนี้ก็มี Sandro Botticelli และTitian ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

จบไปละนะครับสำหรับประวัติศาตร์ของงานศิลปะในส่วนที่ 2 ต่อจากพาร์ทนี้ก็จะเข้าสู่ยุคที่โมเดิร์นขึ้นมาเรื่อยๆ ขอให้ติดตามกันไปด้วยนะครับ

 

Credit ภาพ :

https://www.wikidata.org/wiki/Q1217187#/media/File:Sandro_Botticelli_021.jpg

https://en.wikipedia.org/wiki/Augustus_of_Prima_Porta#/media/File:Statue-Augustus.jpg

https://pixabay.com/th/photos/colosseum-โรม-อิตาลี-2182384/

https://pixabay.com/th/photos/วิหารเซนต์โซเฟีย-อิสตันบูล-โบสถ์-1932558/

https://pixabay.com/th/photos/พระเยซู-ภาพ-ayasofya-ออกแบบ-2669734/

https://th.wikipedia.org/wiki/Mona_Lisa,_by_Leonardo_da_Vinci,_from_C2RMF_retouched.jpg

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%22The_School_of_Athens%22_by_Raffaello_Sanzio_da_Urbino.jpg

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/5b/Michelangelo_-_Creation_of_Adam_%28cropped%29.jpg

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์