คัดลอกลิงค์

กีฬา

รายได้หด European Super League ไม่ได้ไป แต่ก็อยากให้ซื้อเอ็มบัปเป้?

Overthinker
Overthinker
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Overthinker
แจ้งตรวจสอบ
รายได้หด European Super League ไม่ได้ไป แต่ก็อยากให้ซื้อเอ็มบัปเป้?

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฟุตบอลฤดูกาล 2020/2021 จะจบลง และเข้าสู่ช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ แฟนบอลอย่างพวกเราไม่ว่าจะเชียร์ทีมไหน ทุกคนต่างลุ้นกันว่า ทีมรักจะได้ตัวเทพมาก่อนตลาดซื้อขายปิดหรือเปล่า

แต่ปีนี้คงจะเหงาหงอยกว่าเดิม (จริงๆ ก็หงอยตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วล่ะ) เพราะทุกสโมสรปีนี้ได้รับผลกระทบทางการเงินจาก COVID-19 แบบเต็มๆปี รายได้ทุกสโมสรหดหายจากเดิมชัดเจน บางสโมสรจากกำไรพลิกกลับกลายเป็นขาดทุน

ประเด็นร้อนแรงที่ตอนนี้หายร้อนไปแล้ว คือเรื่อง European Super League ที่รวบรวมทีมดังมาแข่งขันกันเอง แทนที่การไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเมื่อถูกวิจารณ์อย่างยับเยิน ตอนนี้เกือบทุกทีมก็ตัดสินใจถอนตัวหมดแล้ว

อีกไม่กี่สัปดาห์ แฟนบอลก็จะเริ่มให้ความคาดหวังกับทีมรัก เริ่มลุ้นอยากได้ตัวเทพๆอย่างเอ็มบัปเป้ ไม่งั้นก็ฮาลันด์ ไหนจะซานโช่อีก ตัวเทพเหล่านี้เป็นเป้าหมายในดวงใจ แต่คนขายเค้าปักป้ายราคาหลักร้อยล้านยูโรแน่นอน แถมค่าเหนื่อยที่เจ้าตัวเรียก ก็น่าจะอยู่ในระดับสองแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ได้สบายๆ

Advertisement

Advertisement

แล้วจะเอาเงินจากไหนไปจ่าย ในเมื่อรายได้หดหาย ไป ESL ไม่ได้ แต่เอ็มบัปเป้ก็จะเอานะ?

ผมพยายามมองอย่างแฟร์ๆ จุดยืนของแฟนบอล นักเตะ และนักวิจารณ์ ที่ออกมาต่อต้านเรื่องนี้นั้นชัดเจน การไปสร้างลีกเล่นกันเอง ไม่มีตกชั้น แถมไม่เปิดโอกาสให้ทีมเล็กที่มีทรัพยากรน้อยกว่าได้มีโอกาสเข้าร่วม มันแบ่งแยกกันเกินไป และจะกระทบกับแรงจูงใจในการแข่งขันในลีกปกติแน่นอน จะแคร์ทำไมในเมื่อสู้แทบตายจนได้ Top 4 ก็อดไปเล่น ESL อยู่ดีถ้าเค้าไม่ชวน

ส่วนทาง ESL นำโดยเปเรซ ถ้าตัดเรื่องอารมณ์ออกไปจากเนื้อหาที่เค้าพูด มันก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน ประธานบริษัทก็เหมือนเจ้าของธุรกิจ ความสำเร็จในวงการฟุตบอลคือสร้างกำไร ควบคู่ไปกับความสำเร็จของสโมสร กำไรและความสำเร็จต้องสมดุล ไม่งั้นก็เหมือนกับลีดส์ที่เคยกระหายความสำเร็จ ทุ่มซื้อนักเตะจนล้มละลายเพิ่งฟื้นกลับมาได้ หรือไม่ก็เป็นอาร์เซน่อลที่สโมสรกำไรดีอยู่สบาย แต่แฟนบอลขุ่นเคืองใจกับผลงานในสนามอยู่ทุกวัน

Advertisement

Advertisement

ถ้าอยากมีกำไร แถมยังซื้อเอ็มบับเป้ไหวเพื่อเอามาเป็นแชมป์ ก็ต้องไป ESL เท่านั้นแหละ

Mbappe ที่โดนเด่นมาตั้งแต่วัย 19 ปี

โลกยุคปัจจุบัน เราถูกบังคับให้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ลองค่อยๆ นึกดูสิ ระหว่างที่เราไถหน้า Facebook ของเราไป 1 นาที เรารับข้อมูลมาแล้วหลายสิบเรื่อง

แต่ละเรื่อง ข้อเท็จจริงที่มีอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ข้อมูลที่ Social media มีชัดเจนให้คุณเสมอ คือคนนั้นคนนี้รู้สึกยังไง แกรี่ เนวิลล์ เจมี่ คาราเกอร์ ฟลอเรนติโน เปเรซ หรือประธานยูฟ่า คิดยังไง แฟนบอลแสดงความคิดเห็นออกมาว่าอะไรบ้าง เรากึ่งๆตัดสินใจไปแล้ว ว่าสิ่งนี้ดีหรือไม่ดี สิ่งนี้ขาวหรือดำ

Advertisement

Advertisement

แล้วตัวคุณเองล่ะ จริงๆแล้วมีความคิดเห็นว่าไงบ้าง?

สำหรับเรื่อง ESL ผมไม่มีคำตอบจริงๆ ว่าทางไหนดีกว่ากัน มันยังเทาๆเพราะมันมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด คือเรากำลังจะเสียโอกาสที่จะปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมฟุตบอลใหม่ๆ ESL อาจจะยังไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์แบบ แต่มันมีโอกาสที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงทิศทางวงการฟุตบอลได้

ข้อเสนอของ ESL ตอนนี้ มันจะทำร้ายวงการฟุตบอลชัวร์ๆ แต่มันไม่มีจุดกึ่งกลางเลยหรอ?

เราหาจุดร่วม จุดกึ่งกลางที่ลงตัวกันไม่ได้เลยหรอ?


ทำยังไงให้ ESL ไม่เป็นแค่ลีกของทีมใหญ่ล่ะ เราเปิดโอกาสบางอย่างให้ทีมอื่นเข้ามาได้ตามผลงานในลีก คล้ายๆกับยูฟ่าได้มั้ย?

ข้อแลกเปลี่ยนอาจเป็นรายได้ของทีมใหญ่ ถ้าคุณทำผลงานห่วยแตกในลีกจนไม่สมควรอยู่ใน ESL คุณอาจจะยังได้ไปเล่นใน ESL นะ เพราะแฟนบอลคุณเยอะสร้างเงินได้มากมาย แต่ต้องแบ่งรายได้ให้กับทีมอื่นในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นเยอะนะ?

หรือไม่ก็ ESL ต้องหารายได้เก่งกว่าเดิมสิ ดูบอลทาง Netflix ได้มั้ยล่ะ? หรือถ้าไม่อยากจ่ายรายเดือน ซื้อดูเป็นทีละนัดไปได้มั้ยล่ะ? มีแฟนบอลหลายคนนะ ทื่ชื่นชอบทีมแต่ไม่พร้อมจะจ่ายรายเดือนเป็นปีๆ เค้าพร้อมจะอุดหนุนให้ได้ดูนัดสำคัญๆก็พอ

โอกาสในวงการฟุตบอลมันมีเยอะมาก ระหว่างที่ทุกคนกำลังลำบากกับ COVID-19 มันมีธุรกิจที่เติบโตและพังทลาย วงการฟุตบอลมันค่อนไปทางพังมากกว่าโต

แต่ในขณะเดียวกัน ยูฟ่าได้รับเงินไปราว 3.04 พันล้านยูโร (1.1 แสนล้านบาท) ยูฟ่าทำอะไรบ้างถึงได้รับเงินมากมายขนาดนี้ ถ้ามันถูกแบ่งไปให้กับสโมสรไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กจะดีกว่ามั้ย?

Uefa ที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะแบนทุกทีมที่เข้าร่วม Super League


ไม่แปลกใจเลยที่ยูฟ่าจะแสดงความเห็นต่อต้าน ESL รุนแรง และใช้อำนาจเผด็จการข่มขู่ว่าจะแบนห้ามเล่นในลีก และห้ามนักเตะไปแข่งฟุตบอลระดับชาติ เค้าต้องดิ้นรนเพราะเสียผลประโยชน์เต็มๆ ไงล่ะ

สรุปคือ ESL ไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์แบบ มันมีศักยภาพมากมาย ลองคิดดูสิ ว่าทีมใหญ่ 6 ทีมในพรีเมียร์ลีกที่สู้กันแทบตาย มาจับมือร่วมมือร่วมใจกัน แถมยังร่วมมือกับทีมระดับ Top จากอิตาลีและสเปน โปรเจคนี้มันมีศักยภาพอยู่แล้วไม่ใช่แค่งานเล็กๆ แค่มันยังไม่สมบูรณ์แบบและขาดความเท่าเทียมที่แฟนบอลต้องการเท่านั้นเอง

แต่เมื่อเราถูกบังคับให้ตัดสินใจวันนี้ตอนนี้เลย ก็ต้องตอบเลยสิว่ามันดีหรือไม่ดี ทำให้ตอนนี้ ESL น่าจะถูกเบรคไป ไม่เหลือโอกาสใดๆ ให้ปรับปรุงและพัฒนาอีกแล้ว

เรากำลังอยู่ในโลกที่คนที่เพอร์เฟคและไม่เคยผิดพลาดอะไรเลยเท่านั้นแหละ ถึงจะได้รับการยอมรับและพิจารณา

-------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก จากบทความโดย armcasanova ที่ sport.trueid.net

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบที่ 1 จากบทความโดย armcasanova ที่ sport.trueid.net

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบที่ 2 และ 3 จากบทความโดย KiTTiSak ที่ sport.trueid.net

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด