ความรู้

รีวิวหนังสือ Stock Market Cash Flow สร้างกระแสเงินสดจากตลาดหุ้น

159
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิวหนังสือ Stock Market Cash Flow สร้างกระแสเงินสดจากตลาดหุ้น

คนจำนวนมากฝากชีวิตการเงินของตัวเองไว้กับตลาดหุ้น ทั้งๆที่พวกเขาแทบไม่รู้จักมันเลย ดังนั้น ตลาดหุ้นจึงน่าจะเป็นสถานที่หนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกนี้ ที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับมันมากมาย แต่มีคนที่รู้จักและเข้าใจมันจริงๆเพียงแค่หยิบมือ

นี่คือคำกล่าวของแอนดี้ แทนเนอร์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดโลกทัศน์ในอีกมุมมองหนึ่งของการลงทุนในตลาดหุ้น หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือชุดที่ปรึกษาพ่อรวยที่ว่าด้วยการลงทุนในตราสารการเงิน โดยจะเน้นถึง 4 เสาหลักแห่งการลงทุน นั่นคือ

1.การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

2.การวิเคราะห์แนวเทคนิค

3.กระแสเงินสด

4.การบริหารความเสี่ยง

ปกหนังสือ Stock market cash flow

เนื้อหาภายในหนังสือจะเน้นภายใน 4 ประเด็นนี้ที่ต้องใช้ในการตัดสินใจในการลงทุนเสมอ รวมทั้งคำนิยามต่างๆ เช่น

การประเมินมูลค่า

คำว่า ราคาและมูลค่าแตกต่างกัน ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ ราคาจะเปลี่ยนตามอุปสงค์อุปทาน สามารถศึกษาจากข้อมูลทางเทคนิค มูลค่าคือสิ่งที่เปลี่ยนไปตามกำไรและการเติบโต ศึกษาได้จากข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน

Advertisement

Advertisement

มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization)

หมายถึง ความสามารถในการซื้อหุ้นทั้งบริษัท เช่น มีหุ้น 100 หุ้นๆละ 3 เหรียญ เราก็สามารถคำนวณได้จาก ราคาหุ้น × จำนวนหุ้น = 100 × 3 = 300 เหรียญ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถซื้อหุ้นบริษัทนั้นได้ทั้งบริษัท

การวิเคราะห์แนวพื้นฐานและการวิเคราะห์แนวเทคนิค สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน การวิเคราะห์แนวพื้นฐาน คือ การอ่านตัวเลขในงบการเงิน เพื่อตรวจสุขภาพทางการเงินว่ามีทรัพย์สิน หนี้สินมากน้อยแค่ไหน การวิเคราะห์แนวเทคนิค คือ การอ่านเรื่องราวของหุ้นผ่านกราฟ พูดง่ายๆก็คือ พื้นฐานบอกความเข้มแข็งของธุรกิจ เทคนิคบอกความแข็งแกร่งของตลาด ก่อนการลงทุนเราจะมีการจัดทัพรวบรวมข้อมูลก่อนการลงทุน มันเป็นการทำการบ้านเบื้องต้นก่อน รวบรวมข้อมูล คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์แนวเทคนิค จัดทัพลงทุน คือ การดูไปที่กระแสเงินสดและการบริหารความเสี่ยง

Advertisement

Advertisement

สถานะลอง

เมื่อเปิดสถานะลอง คือเมื่อคุณซื้อเพื่อเป็นเจ้าของบางสิ่งบางอย่าง

ออกจากสถานะลอง คือเมื่อคุณขายอะไรบางอย่างออกไป

สถานะชอร์ต

เมื่อเปิดสถานะชอร์ต หมายถึงเมื่อคุณยืมอะไรบางอย่างจากคนอื่นมาขาย

ออกจากสถานะชอร์ต หมายถึงเมื่อคุณซื้อกลับคืนมาในราคาที่ถูกกว่าเดิม แล้วค่อยไปคืนเจ้าของเดิม

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพที่ง่ายขึ้นในสินทรัพย์ประเภทอสังหาฯโดยวิธีการ ชอร์ตดอลล่าร์ด้วยอสังหาริมทรัพย์ การเปิดสถานะชอร์ตก็เปรียบเสมือนกับยืมเงินดอลล่าร์จากธนาคาร แล้วขายดอลล่าร์นำไปแลกเป็นบ้านแทน การออกสถานะชอร์ต เป็นการดึงเงินกลับจากผู้เช่า แล้วคืนเงินดอลล่าร์นั้นให้ธนาคาร และการซื้ออสังหาฯด้วยเงินสดคือการลองอสังหาฯ  เงินที่แข็งค่ามีอำนาจซื้อสูงกว่าเงินที่ด้อยค่า แต่เงินผ่อนชำระค่าจดจำนองบ้านรายเดือนนั้นคงที่ การที่ดอลล่าร์แข็งค่าย่อมทำให้นักลงทุนอสังหาฯที่ใช้หนี้ลงทุน เกิดกระแสเงินสดติดลบทันที นี่เป็นตัวอย่างของการไม่ใช้เงินของตัวเองลงทุน มันสามารถสร้างกำไรได้ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน และเกิดความเสี่ยงได้เช่นกันถ้ามันเกิดผิดแผน ไม่เป็นไปตามคาดขึ้นมา

Advertisement

Advertisement

ปกหลัง Stock market cash flow

การเปิดสถานะชอร์ต

ยกตัวอย่างที่ตรงตัวอีกสักเล็กน้อย คราวนี้คือการชอร์ตหุ้น  มันคือการยืมหุ้นจากโบรกเกอร์ แล้วขายหุ้นดังกล่าวที่ 50 เหรียญ ทีนี้ พอเรามีกำไรแล้ว เราก็ต้องออกจากสถานะชอร์ตโดยการคืนหุ้นให้โบรกเกอร์ที่เราไปยืมเขามา โดยซื้อหุ้นคืนโบรกเกอร์ที่ราคา 40 เหรียญ เพียงเท่านี้ก็กำไร 10 เหรียญแล้ว

การลงทุนหุ้นแบบนี้เป็นการลงทุนโดยใช้สัญญา สัญญาเป็นเสมือนพลังทวี สัญญาที่นักลงทุนเลือกว่าจะซื้อ จะขายหุ้น ณ ราคาที่ตั้งไว้ หากไม่สนใจจะซื้อหรือขายก็ไม่ต้องการทำการซื้อขายก็ยังได้ แต่ก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมที่เรียกว่าค่าพรีเมี่ยม แต่ก็ยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับผลขาดทุนที่ไม่เป็นไปตามสัญญา

อัตราผลตอบแทน (Rate of Return)

เวลาเราจะลงทุนอะไรสักอย่าง เราก็ย่อมคาดหวังผลตอบแทนเสมอ เราจะรู้ว่าได้อย่างไรว่าผลตอบแทนที่เราควรจะได้มันเกิดขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หนังสือเล่มนี้ก็ได้ให้สมการง่ายๆในการคำนวณก็คือ

เงินออก - เงินเข้า หารด้วย เงินเข้า

เช่น ซื้อหุ้นราคา 100 เหรียญ เท่ากับเงินเข้า 100 เหรียญ เมื่อขายหุ้นทั้งหมดได้เงินสดกลับมา 110 เหรียญ นั่นคือเงินออก 110 เหรียญ นำเงินเข้าไปคำนวณสมการ 110 – 100 / 100 = 0.1 หรือ 10%

pixabay.com

Call Option คือสัญญาจองซื้อหุ้น ประกอบด้วย 3 ส่วน

1.ราคาที่ตราไว้ (Strike Price) คือราคาที่สามารถใช้ซื้อหรือขายหุ้น

2.วันหมดอายุ (Expiration Date) วันที่สัญญาฉบับดังกล่าวจะไม่มีผลในการใช้งานอีก

3.ค่าพรีเมียม (Option Premium) คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าสัญญาใน Option หรือเรียกว่าค่าธรรมเนียม

ยกตัวอย่าง แทนที่จะซื้อหุ้น 100 หุ้น ในราคาหุ้นละ 50 เหรียญ ตามปกติก็จะต้องใช้เงิน 5,000 เหรียญ หากเกิดความเสี่ยง ทิศทางราคาหุ้นในอนาคตไม่เป็นไปตามคาด เราก็จะเสี่ยงไปกับเงิน 5000 เหรียญทั้งหมด ทว่าถ้าหากเราใช้ Call option ความเสี่ยงของเราก็จะจำกัดเหลือเพียงแค่ค่าธรรมเนียมเท่านั้น ในที่นี้จะสมมติว่าค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 3 เหรียญต่อหุ้น จำนวน 100 หุ้น รวม 300 เหรียญ เพื่อซื้อ Call option ที่ใช้ควบคุมหุ้นมูลค่า 5000 เหรียญ อายุ 2 เดือน

หากราคาหุ้นตกก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ หากราคาหุ้นขึ้น จากราคาหุ้นละ 50 เหรียญ เป็น 100 เหรียญ ก็ขายสัญญาได้เป็นเงิน 500,000 เหรียญ ด้วยต้นทุนเพียงแค่ 300 เหรียญ กำไรที่ได้ 5,000 – 300 = 4,700 เหรียญ

Put Option ก็คือสัญญาขายหุ้น ยามที่ราคาหุ้นลงลง ตัว Put option ทำให้เราสามารถขายหุ้น ณ ราคาที่ตราไว้ได้ (Strike Price) ต่อให้ราคาหุ้นตกลงมาจนเหลือ 0 เหรียญก็ยังขายหุ้นที่ราคาในสัญญาได้

freepik.com

การบริหารความเสี่ยง

แอนดี้ แทนเนอร์ อธิบายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ 3 ประเภท

1.ความเสี่ยงเชิงเดี่ยว (Non-Systemic Risk) คือสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว โดยไม่เกี่ยวกับตลาดโดยรวม

2.ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) คือหุ้นทั้งตลาดตกต่ำทั้งหมด กระจายความเสี่ยงลงทุนหุ้นหลายเซคเตอร์ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันปัญหา ส่วนหนึ่งของปัญหาคือหนี้ของภาครัฐ เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบ

3.ความเสี่ยงจากอำนาจซื้อ (Purchase Risk) คือ แนวคิดที่ผูกติดกับสกุลเงินประเทศใดประเทศหนึ่ง หากมูลค่าสกุลเงินต่ำลง อำนาจซื้อในช่วงเวลานั้นก็หายไป

ในกรณีการลงทุนหุ้นด้วย Call option และ Put option แอนดี้ แทนเนอร์แนะนำให้เลือกสัญญาที่มีอายุ 2 เดือนขึ้นไป เพราะสัญญาอายุที่น้อยเกินไปแค่ 1 เดือน มันจะมีเวลาให้มูลค่าที่แท้จริงเพิ่มขึ้นน้อยเท่านั้น ถึงแม้ว่าค่าพรีเมียมจะถูกกว่าก็ตาม (ค่าพรีเมียมจะแพงขึ้นตามระยะเวลาในสัญญา) Hedge คือส่วนหนึ่งของการป้องกันปัญหา Hedge คือการซื้อประกันให้กับการลงทุนนั่นเอง

ทิ้งท้ายสักเล็กน้อยก่อนจากลากันไป แอนดี้ แทนเนอร์ได้ฝากข้อคิดการลงทุนในสินทรัพย์ใดๆก็ตามแต่ ถ้าต้องการลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.กลยุทธ์นั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถดึงเงินสดออกจากตลาดมาหาเราได้ ตามกรอบเวลาของนักลงทุนแต่ละคน

2.ทำกำไรได้สม่ำเสมอ

3.อัตราผลตอบแทนดีเยี่ยม คุ้มกับความเสี่ยง

4.มีการบริหารจัดการ เพื่อปกป้องเงินทุนจากความเสี่ยง

5.กลยุทธ์เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป ปรับใช้ตามแบบฉบับของตัวเองได้

สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนหุ้นเพื่อสร้างกระแสเงินสด หนังสือเล่มนี้อาจเป็นคำตอบให้กับใครหลายคนได้ครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

เครดิตภาพ

ภาพปกโดย ผู้เขียน

ภาพที่ 1 และภาพที่ 2 โดยผู้เขียน

ภาพที่ 3 โดย nattanan23 จาก pixabay.com

ภาพที่ 4 โดย pch.vector จาก freepik.com

บทความหนังสือการเงินอื่นๆที่น่าสนใจ

(รีวิว) หนังสือ MONEY 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข

รีวิวหนังสือ THE RICHEST MAN IN BABYLON เศรษฐีชี้ทางรวย

รีวิวหนังสือ”เพาะหุ้นเป็นเห็นผลยั่งยืน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Watcharapon
Watcharapon
อ่านบทความอื่นจาก Watcharapon

ชื่นชอบการอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก มันเป็นการเรียนรู้ที่ดี แม้จะเป็นการเรียนรู้แบบถ่ายเดียว และอยากใ

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์