ความรู้

อย่าทิ้ง!! จดหมายเตือนก่อนส่งฟ้องศาล บอกเรื่องสำคัญกับลูกหนี้หลายเรื่อง

1.5k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
อย่าทิ้ง!! จดหมายเตือนก่อนส่งฟ้องศาล บอกเรื่องสำคัญกับลูกหนี้หลายเรื่อง

ครั้งหนึ่งที่ยังทำงานประจำ ด้วยความที่สำนักงานเป็นสาขาเล็ก ๆ อยู่กันไม่กี่คน เราจึงมีหน้าที่ในการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยไปในตัว ที่โต๊ะทำงานส่วนกลาง เราจะได้เห็นเอกสารเตือน เรื่องการฟ้องศาลจากสำนักงานกฎหมายอยู่บ่อย ๆ โดยจะมีตราประทับสีแดงเข้มเห็นเด่นชัดว่า “ด่วนที่สุด” เป็นประจำจนชินตา หลาย ๆ ครั้งจดหมายถูกเปิดอ่าน แล้วก็วางไว้อยู่แบบนั้นราวกับเศษกระดาษก็มิปาน แถมเจ้าของก็ไม่สนใจด้วยว่าใครจะมาเห็น...

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะที่ไม่สนใจ เพราะเพื่อนเราคนหนึ่งเอาเรื่องจดหมายนี้มาปรึกษา มีประเด็นที่เพื่อนเปิดขึ้นมาว่า “จะโยกย้ายทรัพย์สินตอนไหนได้บ้าง?” โดยเฉพาะบ้านเพราะยังผ่อนกับธนาคารอยู่ แต่รู้ว่าเจ้าหนี้สามารถยึดไปขายทอดตลาดได้ และข้อมูลไม่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาของการโยกย้ายทรัพย์สิน แบบที่จะไม่ต้องโดนคดีอาญา

Advertisement

Advertisement

เราเห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจ แม้ลึก ๆ ในใจจะไม่อยากพูดถึงมากนัก เพราะรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไป หากลูกหนี้ตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบ ... เรื่องราวจะเป็นยังไง ไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

จดหมายเตือนก่อนส่งฟ้องศาล,เงินกู้,โยกย้ายทรัพย์สิน 03“จดหมายเตือนเรื่องการฟ้องศาล” ในย่อหน้าข้างบนที่เราเกริ่นไว้ สำคัญมากนะคะ เพราะมันเป็นตัวบ่งบอกว่า เราไม่สามารถโยกย้ายทรัพย์สินได้อีกแล้ว ถ้าเรา “โอน-ย้าย-ขาย” จะเท่ากับว่าเราเจตนาโกงเจ้าหนี้ และที่ต้องมีจดหมายเตือนเพื่อทราบ เพราะทางฝั่งเจ้าหนี้จำเป็นต้องนำไปประกอบการฟ้องร้อง หากไม่เคยมีจดหมายเตือนแบบส่งเป็นไปรษณีย์ตอบรับ จะฟ้องลูกหนี้ในประเด็นโยกย้ายทรัพย์สินไม่ได้เช่นกัน ...

ในเมื่อมีคำว่า “เจตนาโกง” ก็ต้องมีคำว่า “ไม่เจตนาโกง” ซึ่งต้องไปดูกันที่องค์ประกอบของการได้รับจดหมายแจ้งเตือน เช่น ในย่อหน้าแรกสุด ที่เราเล่าว่าเห็นทิ้งเป็นเศษกระดาษอยู่เป็นประจำ ส่วนนี้จะบอกว่าไม่เคยได้รับการเตือนอะไรเลย ก็คงฟังไม่ขึ้น เพราะเจ้าหนี้ส่งมาตามที่อยู่ ที่เราได้แจ้งเอาไว้ในสัญญาเงินกู้ และสืบได้ด้วยว่าขณะนั้น เรายังทำงานอยู่ที่บริษัทนั้นด้วย (สืบจากประกันสังคม)

Advertisement

Advertisement

แต่หากเราลาออกจากที่ทำงานเดิมหรือย้ายที่อยู่ไปแล้ว ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า เราไม่รู้เรื่องจดหมายแจ้งเตือนจริง ๆ แบบนี้ถือว่าเรา “ไม่เจตนาโกง” จึงทำให้การโยกย้ายด้วยองค์ประกอบนี้ถือว่าไม่ผิด… ดังนั้นจดหมายเตือนเรื่องการฟ้องศาล จึงมีความสำคัญตามเนื้อหาทั้งหมดนี้

จดหมายเตือนก่อนส่งฟ้องศาล,เงินกู้,โยกย้ายทรัพย์สิน 04กรณีที่เราได้รับจดหมายแจ้งเตือนแล้ว แต่ประจวบเหมาะกับมีคนต้องการซื้อบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ หากอยากขายก็สามารถขายได้เลย แบบนี้ถือว่าไม่ผิด เพราะเงินที่ได้มา เราก็นำไปชำระหนี้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้เจ้าหนี้รายอื่น ๆ มาฟ้องยึดทรัพย์ไปขายทอดตลาด เพราะนอกจากเสี่ยงได้ราคาต่ำแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับการมีหนี้คงค้างอีกด้วย และไม่ต้องห่วงนะคะ เจ้าหนี้ตามทวงหนี้ก้อนนี้อีกแน่นอน …

ทีนี้หากเราไม่ขายบ้านชำระหนี้ แต่อยาก (ทำเหมือน) “โอน-ย้าย-ขาย” ให้ผู้อื่นได้หรือไม่? ตอบว่า “ได้” แต่มีเรื่องให้ต้องระวังด้วยเหมือนกัน ...

Advertisement

Advertisement

เรื่องที่เป็นห่วงก็คือ “ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน”  เพราะการที่เราโยกทรัพย์ไปไว้ในชื่อผู้อื่น ก็เท่ากับว่าคนผู้นั้นคือเจ้าของทรัพย์สินไปโดยปริยาย จึงต้องคิดทบทวนกันหลายตลบ แต่บางคนโชคดีมาก มีคนในครอบครัวช่วยแก้ปัญหา คือทำเรื่องเปลี่ยนชื่อคนกู้บ้านไปเลย ซึ่งในความเห็นส่วนตัวไม่ได้ทำกันง่าย ๆ เพราะการขออนุมัติไฟแนนซ์บ้านแต่ละครั้ง ต้องเช็คประวัตการเงินละเอียดยิบ และคนที่มากู้แทนเราต้องยินยอมเป็นหนี้แทนเราด้วย แม้จะเป็นเพียงแค่ในนามก็ตาม ... สำหรับเรื่องนี้ เราอาศัยเงื่อนไขทางกฎหมายอย่างถูกต้องได้ แต่ก็อาจต้องหนักใจในรายละเอียดกันพอสมควร

จดหมายเตือนก่อนส่งฟ้องศาล,เงินกู้,โยกย้ายทรัพย์สิน 05ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เหมาะสำหรับใช้ในการวางแผนอย่างถูกต้อง ไม่แนะนำให้โกงเจ้าหนี้แต่อย่างใด เพราะถึงแม้ว่าเราจะเอาตัวรอดจากกฎหมายได้ แต่สิทธิในการทวงหนี้ของเจ้าหนี้ ก็จะยังคงอยู่ตลอดไป ลูกหนี้หลายคนเอาตัวรอดได้ เพราะรู้ข้อกฎหมายละเอียดยิบ แต่หลายคนก็ไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ง่าย ๆ แม้จะรู้ทิศทางกฎหมายก็ตาม

ท้ายนี้ขอแนะนำว่า เอกสารจากเจ้าหนี้ เราจะไม่เปิดอ่านทันทีก็ได้ แต่จะไม่เก็บไว้ไม่ได้นะคะ เพราะในรายละเอียดเหล่านั้น อาจมีช่องว่างให้เราพอเอาตัวรอดได้ด้วย เช่น ถูกเจ้าหนี้ฟ้อง แต่หนี้หมดอายุความไปแล้ว หากเราสู้คดี ผลตามกฎหมายคือลูกหนี้ชนะแน่นอน แต่หากเราไม่ดู ไม่เช็คอะไรเลย แล้วยอมจ่ายไปตามฟ้อง จะเรียกร้องเอาเงินคืนมา เจ้าหนี้ไม่คืนแน่นอน เพราะตามกฎหมายไม่ได้ยกฟ้องความเป็นลูกหนี้-เจ้าหนี้ซึ่งกันและกัน เพียงแค่บอกว่า “ไม่จ่ายก็ไม่ผิด” เท่านั้นเอง

กดที่รูปโปรไฟล์ แล้วกด “ติดตาม” เอาไว้นะคะ เรามีประสบการณ์เรื่องการจัดการหนี้สินและการเงินมาแชร์อีกเยอะเลยค่ะ

บทความน่าอ่าน :

- 3 วิธีรับมือกับพนักงานทวงหนี้ทางโทรศัพท์อย่างถูกต้อง

- แชร์ประสบการณ์ : หน้าที่พนักงานติดตามทวงถามหนี้ทางโทรศัพท์

- จ่ายชำระหนี้ขั้นต่ำไม่ไหว เก็บเงินก้อนไม่ได้ ทำยังไงดี?

เครดิตภาพ pixabay : ภาพปก Gellinger / ภาพที่ 1 Gellinger / ภาพที่ 2 nattanan23 / ภาพที่ 3 congerdesign

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์