คัดลอกลิงค์

ความรู้

เจาะลึกกองทุน RMF ทุกประเด็น ฉบับละเอียดมากเว่อร์

PAMMII
PAMMII
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก PAMMII
แจ้งตรวจสอบ
เจาะลึกกองทุน RMF ทุกประเด็น ฉบับละเอียดมากเว่อร์

เริ่มต้นปีใหม่ ทุกอย่างก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และในปี 2563 กองทุนรวม RMF ก็มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขด้วยเช่นกัน

เราจึงขอยกประเด็นของกองทุน RMF มาอธิบายอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักมากขึ้น รวมถึงจะได้เตรียมตัววางแผนลดหย่อนภาษีกันตั้งแต่ช่วงต้นปี

Photo by fauxels from Pexels

ภาพจาก https://www.pexels.com/photo/people-discuss-about-graphs-and-rates-3184292/

.

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับกองทุน RMF ก่อนค่ะ

กองทุนรวม RMF หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ย่อมาจาก "Retirement Mutual Fund" เป็นกองทุนรวมที่ภาครัฐสนับสนุนการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุน กองทุนนี้มีความหลากหลายในนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน เช่น ตราสารหนี้, ตราสารทุน, ตลาดเงิน, อสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, ทองคำ, ต่างประเทศ เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ข้อดีของกองทุน RMF คือ เราสามารถสับเปลี่ยนกองทุนไปลงทุนในกองทุนอื่นได้ที่อยู่ในกองทุน RMF เหมือนกัน และเนื่องจากกองทุน RMF มีประเภทกองทุนที่หลายหลาก จึงสะดวกในการสับเปลี่ยนกองทุนให้เหมาะกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน อีกทั้งกองทุนนี้เป็นอีกตัวเลือกที่เราสามารถใช้วางแผนเกษียณได้ อยากให้ทุกคนมองว่าการวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว

.

ในช่วงปลายปี 2562 หลายคนน่าจะเคยได้ข่าวเรื่องการเปลี่ยนเงื่อนไขของกองทุน RMF กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังสงสัยและสับสนในการคำนวณ ว่าสรุปแล้วเราจะซื้อได้เท่าไหร่ เราได้สรุปและทำตัวอย่างการคำนวณมาให้ดูแล้ว

ส่วนเงื่อนไขใหม่ในการซื้อลดหย่อนภาษี มีดังนี้

1. ซื้อได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

2. ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อกองทุน RMF

3. ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรือสามารถซื้อปีเว้นปีก็ได้

Advertisement

Advertisement

4. เมื่อรวมกับกองทุน SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกบข. กอช. ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนแล้ว จะต้องซื้อรวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

.

เมื่อเรารู้ถึงเงื่อนไขการซื้อกองทุน RMF แล้ว มาดูตัวอย่างการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องซื้อ RMF กันค่ะ

ตัวอย่างการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องซื้อกองทุน RMF

จากรูปด้านบน นาย C จะสามารถซื้อกองทุน RMF ตามสิทธิไม่เกิน 30% ได้เพียง 200,000 บาท เพราะกองทุน PVD, ประกันชีวิตแบบบำนาญ, และกองทุน RMF เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทนั่นเอง

ส่วนของนาย A และ นาย B สามารถซื้อกองทุน RMF ได้เต็มจำนวน (30%ตามสิทธิ์พอดี)

.

ส่วนเงื่อนไขการขายกองทุน RMF ยังคงใช้ตามเดิม คือ

1. ต้องถือกองทุน RMF ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยนับเฉพาะปีที่มีการซื้อ RMF เท่านั้น และนับวันชนวันที่ลงทุน ถึงจะคิดเป็น 1 ปี

Advertisement

Advertisement

2. ต้องมีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปีบริบูรณ์

.

และตัวอย่างการนับจำนวนปีตามเงื่อนไขการขาย ดังรูปด้านล่างเลยค่ะ

ตัวอย่างการนับจำนวนปีตามเงื่อนไขการขายตัวอย่างการนับจำนวนปีตามเงื่อนไขการขาย.

ดังนั้น เราสามารถสรุปได้ว่ากองทุน RMF เหมาะกับ...

1. คนที่มีความรู้ความเข้าใจในนโยบายการลงทุนของแต่ละกอง รู้จักผลิตภัณฑ์การลงทุน และรู้ถึงระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

2. คนทุกกลุ่ม ทุกวัย ที่ต้องการเก็บออมเงินเพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณ มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ

.

แล้วถ้าเราผิดเงื่อนไขการลงทุน RMF หล่ะ จะเป็นอย่างไรบ้างนะ

1. ถ้าเราลงทุน RMF เกินกว่า 5 ปีลงทุน แต่อายุไม่ถึง 55 ปีบริบูรณ์ และทำผิดเงื่อนไข จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีย้อนหลัง 5 ปี แต่กำไรจากการขายคืนได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี

2. ถ้าเราลงทุน RMF ไม่ถึง 5 ปีลงทุน และทำผิดเงื่อนไข จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีย้อนหลัง 5 ปี และต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

.

Money

ภาพจาก: https://pixabay.com/photos/money-finance-business-success-2696234/

.

จากประสบการณ์การลงทุนและที่ได้แนะนำคนใกล้ตัวเรื่องการลงทุน พบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนั้นจะไม่ค่อยซื้อกองทุน RMF เพื่อลดหย่อนภาษี บางคนอาจจะมองว่าเป็นมันการลงทุนระยะยาวเกินไป เพราะกว่าจะขายได้ก็ตอนที่เราอายุครบ 55 ปีเลย ซึ่งก็อาจจะนานสำหรับบางคนและอาจจะคิดว่าเป็นการเอาเงินมาอยู่ในกองทุนนี้แล้วจะถอนเอาออกมาใช้อะไรก่อนก็ไม่ได้

แต่อย่างตัวเราเอง เลือกใช้กองทุน RMF ในการลดหย่อนภาษี เพราะเรามองว่ากองทุนนี้เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้เราสามารถวางแผนเกษียณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ยิ่งเราสะสมไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะยิ่งทำให้เงินที่อยู่ในกองทุนนี้โตขึ้นได้เร็วขึ้นอีก และอย่างที่เรารู้กันแล้วว่ากองทุน RMF มีข้อดีที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ดังนั้นเราจึงสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้สบาย เช่น สมมติว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยกำลังเริ่มเป็นช่วงขาลง เราอาจจะสับเปลี่ยนกองทุนไปที่กองทุนตลาดเงินก่อนก็ได้ และเมื่อตลาดกำลังจะเริ่มช่วงขาขึ้นก็สับเปลี่ยนกองทุนไปที่กองทุนหุ้นไทยเหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างสม่ำเสมอจึงจะทำให้เรารู้จังหวะการสับเปลี่ยนกองทุนได้ทันที

ถ้าเราไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์การลงทุน แต่เรายังอายุน้อยและมีเวลาลงทุนก่อนจะเกษียณอีกเยอะ เราแนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้นไทยเลยจะดีกว่า และใช้วิธีทยอยลงทุนสม่ำเสมอ หรือที่เราเรียกกันว่า ลงทุนแบบ DCA ในช่วงที่ตลาดหุ้นลงช่วงนั้นจะทำให้เราซื้อกองทุนได้ในราคาถูก และเมื่อนำไปเฉลี่ยก็ทำให้เรามีต้นทุนที่ต่ำกว่าซื้อเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียว ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีสำหรับการซื้อกองทุน RMF นะ

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีจึงอยากให้คิดให้แน่ใจว่ากองทุนนี้เหมาะกับเราจริงหรือไม่ เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินที่เราตั้งไว้รึป่าว รวมถึงกำลังทางการเงิน ซื้อเท่าที่เราไหว อย่าซื้อเยอะจนเกินตัวนะ สุดท้ายนี้ เราต้องไม่ลืมที่จะศึกษาข้อมูล อ่าน และทำความเข้าใจถึงระดับความเสี่ยงของการลงทุนก่อนจะเริ่มต้นลงทุนอะไรทุกครั้งนะคะ

========

ที่มา:
https://www.set.or.th/education/th/begin/mutualfund_content09.pdf
https://www.set.or.th/set/financialplanning/knowledgedetail.do?contentId=2551&type=article
https://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/howtochoosermf/
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/investment/fund/retirement-mutual-funds.html

========

หากเพื่อนๆ ชอบอ่านบทความเกี่ยวกับการลงทุนและกองทุนรวม

สามารถติดตามบทความอื่นของเราได้ที่

https://www.blockdit.com/secret.fund

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด