คัดลอกลิงค์

โควิด-19

เตรียมพร้อมก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด 19

171
พรรณนา
พรรณนา
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก พรรณนา
แจ้งตรวจสอบ
เตรียมพร้อมก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด 19

ทุกคนกำลังกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อยู่ใช่ไหม? อย่างที่รู้กันว่าวัคซีนเป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาชีวิตของประชากรโลกไว้ โดยวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนี้ขึ้นมา ทำให้เมื่อได้รับเชื้อในอนาคตร่างกายจะสามารถต้านทานเชื้อได้ ลดความรุนแรงของอาการป่วย และลดการเสียชีวิตได้
วัคซีนโควิด 19​​​ ประเทศไทยใครได้รับวัคซีนก่อน

ในสถานการณ์ขณะนี้เดือนเมษายน 2564 ที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มากกว่าสองพันคนภายในวันเดียว และหากยังไม่มีมาตรการอะไรเลยอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักหมื่นอย่างแน่นอน ซึ่งมาตรการอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อ และลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ คือการเร่งให้วัคซีนโควิด 19 กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากวัคซีนมีจำกัดจึงต้องมีการจัดลำดับกลุ่มเป้าหมาย โดยกลุ่มเป้าหมายแรกคือบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้า นอกจากนี้ยังรวมถึงบุคคลที่มีโรคประจำตัว (เช่นโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังระยะ 5 โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคอ้วน ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

Advertisement

Advertisement

ประเทศไทยใครได้รับวัคซีนก่อน

หากใครยังไม่เข้าข่ายเป็นเป้าหมายแรก ในวันที่ 1 พ.ค.จะเปิดให้ประชาชนจองฉีดวัคซีน COVID-19 พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ "หมอพร้อม" วิธีการเข้าถึงคือไปที่ไลน์ กดค้นหาในหน้าแรก พิมพ์คำว่า “หมอพร้อม” แล้วกดเพิ่มเพื่อน เข้าไปลงทะเบียน กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลส่วนตัว ส่วนแอปพลิเคชั่น "หมอพร้อม" จะเปิดให้ดาวน์โหลด 1 พ.ค. 64 (เบื้องต้นเฉพาะระบบแอนดรอยด์ก่อน)

Advertisement

Advertisement

หมอพร้อมเมื่อเราทราบแล้วว่าเราอยู่ในกลุ่มเป้าหมายระยะใด เมื่อถึงเวลาจะไปรับวัคซีน ยังมีข้อที่ต้องคำนึงถึงอีก ได้แก่

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนโควิด 19 

เราควรพิจารณาตนเองก่อนว่าอยู่ในเกณฑ์ข้อห้ามที่ไม่ควรได้รับวัคซีนหรือไม่ หรือถ้าต้องการรับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ ข้อห้ามดังกล่าวได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีน แพ้ยาอย่างรุนแรง ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ ผู้ที่มีอาการทางสมอง และระบบประสาท ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยนอนรักษาตัว และออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ มีภาวะเลือดออกง่าย หรือเลือดหยุดยาก รวมทั้งผู้ที่กำลังมีอาการป่วยอยู่เช่นมีไข้ อ่อนเพลียก็ยังไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด 19 ผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือด ได้รับยาต้านไวรัส หรือแอนติบอดีสำหรับการรักษาโควิด 19 ภายใน 90 วันที่ผ่านมาก็ไม่ควรรับวัคซีนเช่นกัน 

Advertisement

Advertisement

ในกรณีที่ติดเชื้อโควิดมาก่อนในช่วง 3-6 เดือน แนะนำฉีดแค่ 1 เข็ม  

stop covid 19

การปฏิบัติตัวหลังได้รับวัคซีน

หากเราพิจารณาตนเองแล้วไม่อยู่ในเกณฑ์ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ก็ขอให้มั่นใจ และเข้ารับการฉีดวัคซีนตามวันเวลาที่ได้รับการนัดหมาย และหลังจากฉีดวัคซีนแล้วทางองค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังได้รับวัคซีน โดยให้นั่งพักอย่างน้อย 15 นาที หลังฉีดวัคซีน แต่ระบบของไทยเข้มงวดกว่าอีก โดยให้สังเกตอาการในสถานที่นั้นๆ เป็นเวลา 30 นาที หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนทางคุณหมอจะได้ทำการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาจากผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วก็มีบางคนพบผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงมากได้แก่ อาการปวดแขน เป็นไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือข้อต่อ ได้ แต่หากกลับบ้านไปแล้วพบว่าอาการรุนแรงขึ้นสามารถโทรสายด่วน 1669 เพื่อแจ้งรถพยาบาลมารับเพื่อทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และหากแพ้อย่างรุนแรงต่อการฉีดวัคซีนเข็มแรก ไม่ควรรับวัคซีนเพิ่มเข็มที่ 2 อีก

องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ก่อนรับวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่ทราบว่ายาแก้ปวดอาจมีผลต่อการทำงานของวัคซีนหรือไม่ แต่อาจทานยาแก้ปวดได้หากมีอาการข้างเคียงเช่นปวด เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังการฉีดวัคซีน

ถึงแม้ว่าการฉีดวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรค 100% แต่ที่สำคัญคือเมื่อป่วยแล้วส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นหากพิจารณาแล้วไม่อยู่ในเกณฑ์ข้อห้ามในการรับวัคซีน ขอเชิญชวนให้ทุกคนไปฉีดวัคซีนเพื่อช่วยชาติให้พ้นวิกฤติโควิดครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามถึงจะฉีดวัคซีนแล้วก็อย่าลืมป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และรักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงไปในที่แออัดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ติดตามข่าวสาร กระทรวงสาธารณะสุข

Facebook page กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เครดิตภาพจาก :
Freepik / freepik ภาพปก / ภาพที่ 4  
@pikisuperstar / freepik ภาพที่ 1 
ภาพที่ 2 และ 3 โดยผู้เขียน 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด