อื่นๆ

เธอ...ในลิฟต์

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เธอ...ในลิฟต์


   ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น นอกจากจะเป็นแหล่งที่ใช้ศึกษาหาความรู้แล้ว ก็ยังเป็นแหล่งรวบรวมเหตุการณ์และเรื่องเล่าขานต่างๆ เอาไว้มากมาย หลายต่อหลายคนก็อาจจะได้ยินเรื่องเล่าที่พูดกันปากต่อปากมาช้านาน แต่บางคนก็อาจจะเจอเรื่องราวแปลกๆด้วยตัวของตนเอง
Book   เรื่องที่ฉันจะเล่านั้น สืบเนื่องมาจากที่ฉันและเพื่อนเจอผู้หญิงนักศึกษาสาวสวยเดินหายตัวเข้าไปในห้องน้ำที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว (สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่บทความเรื่อง "เรื่องเล่า..ตอนบ่ายสอง") ด้วยความสงสัยและคาใจ ฉันจึงไปเล่าเรื่องนี้ให้รุ่นพี่ที่เรียนคณะเดียวกันฟัง พอฟังจบรุ่นพี่ก็ยิ้มให้ฉันแล้วตอบว่า "โอ๊ยย..ใครๆเค้าก็เจอกัน" ฉันก็แอบงงว่าของแบบนี้มันจะเจอกันได้ง่ายๆเลยหรอ รุ่นพี่เหมือนอ่านความคิดฉันออก จึงทำสีหน้าจริงจัง ตั้งท่าเล่าเรื่อง ซึ่งต่อไปจะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวที่รุ่นพี่เคยเจอด้วยตนเองให้ฉันฟัง

Advertisement

Advertisement

Room    รุ่นพี่เป็นนักศึกษาปี 4 โดยปกติแล้วจะต้องทำโปรเจคเพื่อยื่นเรื่องจบ ด้วยความที่กลางวันมักจะมีนักศึกษาหลายคณะหลายชั้นปีมาใช้ตึกนี้ ทำให้รุ่นพี่และเพื่อนๆตัดสินใจนัดกันมาทำโปรเจคในเวลากลางคืนแทนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ในคืนหนึ่งรุ่นพี่และเพื่อนอีก 3 คนนัดกันไปทำโปรเจคเหมือนเช่นเคย ขณะนั้นเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม บันไดทางขึ้นจะมีประตูสแกนบัตรซึ่งปิดแล้วในตอนนั้น (ในตอนกลางวัน ประตูนี้จะเปิดออก สามารถเดินไปมาได้โดยไม่ต้องสแกนบัตร) รุ่นพี่และเพื่อนๆขี้เกียจเดินเนื่องจากห้องโปรเจคอยู่ชั้น 4 จึงเดินอ้อมมาขึ้นลิฟต์อีกด้านหนึ่งของตึก ด้วยความที่ตึกและลิฟต์ค่อนข้างเก่า ถ้าเป็นกลางวันก็คงรู้สึกเฉยๆ แต่กลางคืนจะมีความน่ากลัวและความวังเวงบวกเข้ามาด้วย การที่จะไปตึกเรียนตอนมืดค่ำจึงจะต้องมีความกล้าหาญมากพอสมควร (ในกรณีมาคนเดียว) หรือไม่ก็ต้องนัดเพื่อนไปกันเยอะๆ (แบบที่รุ่นพี่ทำ)

Advertisement

Advertisement

People    เมื่อถึงหน้าลิฟต์ รุ่นพี่และเพื่อนๆก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามีผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษารัดรูป กระโปรงทรงเอแบบสั้น ผิวขาว ผมดำยาวถึงกลางหลัง สวมรองเท้าคัดชูส้นสูงสีดำ ยืนรอลิฟต์อยู่ก่อนแล้ว (ปกติหลังเลิกเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดลำลอง ไม่ก็ใส่ชุดนักศึกษาแต่ถอดเข็มขัดและใส่รองเท้าแตะ) ตอนนั้นรุ่นพี่รู้สึกแปลกๆ จึงหันหน้าไปสบตากับเพื่อนๆและพูดขึ้นมาว่า "เปลี่ยนไปเดินขึ้นทางบันไดกันแทนเถอะ" เพื่อนอีกสองคนตอบตกลง แต่อีกคนบอกว่า "ชั้นขี้เกียจเดิน ขอขึ้นลิฟต์แล้วกันนะ" หลังพูดจบ ลิฟต์ก็มาถึงชั้น 1 และประตูลิฟต์ก็เปิดอ้าออก ผู้หญิงชุดนักศึกษาคนนั้นยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์จึงเดินก้าวนำไปข้างหน้า รุ่นพี่คนนั้นก้าวตามไปแล้วหันหน้าออกมาโบกมือให้เพื่อนๆ "ชั้นไปก่อนนะ ประเดี๋ยวเจอกันที่ชั้น 4" รุ่นพี่และเพื่อนอีกสองคนคนยืนอึ้งอยู่หน้าลิฟต์ เพราะผู้หญิงนักศึกษาคนนั้นยืนนิ่ง และหันหลังให้ประตูลิฟต์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดไป "ทำไมเธอไม่หันหน้ากลับมาเหมือนคนอื่นๆที่เข้าลิฟต์" รุ่นพี่ได้แต่สงสัยและงงกับสิ่งที่เห็น ทันใดนั้นก็หันไปถามเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคนที่เหลือ "พวกแกเห็นเหมือนกันกับชั้นใช่มั้ย?" เพื่อนๆ พยักหน้ารับ พี่ๆทั้งสามคนจึงรีบวิ่งไปทางประตูสแกนและวิ่งขึ้นชั้น 4 ไปทางบันไดของตึก จากนั้นก็วิ่งอ้อมไปทางลิฟต์ เพราะเป็นห่วงเพื่อนในลิฟต์

Advertisement

Advertisement

Elevator   ตึ๊ง!! เสียงลิฟต์มาถึงชั้น 4 พี่ทั้งสามคนยืนหอบเหนื่อยอยู่หน้าลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก พี่คนที่อยู่ในลิฟต์ก็ตกใจว่าทำไมจู่ๆ เพื่อนๆเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น 4 กันเร็วนัก
พี่ในลิฟต์ "นี่ทำไมพวกแกมาถึงกันเร็วจัง ตกใจหมดเลย"
รุ่นพี่จึงถามสวนกลับไปว่า "แล้วนี่แกขึ้นลิฟต์มาคนเดียวหรอ"
พี่ในลิฟต์ "ก็ใช่นะสิ พวกแกก็เห็นว่าชั้นขึ้นมาคนเดียว ถามอะไรแปลกๆ ปะ..ไปทำโปรเจคกันได้ละ"
รุ่นพี่นอกลิฟต์ทั้งสามคนหันไปมองในลิฟต์อีกครั้ง ก็พบเจอแต่ความว่างเปล่า และทั้งสามก็ไม่พูดเรื่องนี้กันอีกเลย จนกระทั่งรุ่งเช้าตอนทำโปรเจคเสร็จ ทุกคนผลัดกันเล่าเรื่องตั้งแต่เจอผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษาหน้าลิฟต์ จนถึงเรื่องที่วิ่งกันขึ้นไปชั้น 4 ให้พี่คนที่ขึ้นลิฟต์ฟัง พี่คนที่ขึ้นลิฟต์ตกใจร้องไห้หวาดกลัวกับสิ่งที่เจอ "ทำไมพวกแกไม่บอกช้านนน..ฮือๆๆ พวกแกปล่อยชั้นให้ขึ้นลิฟต์ไปกับอะไรก็ไม่รู้คนเดียวได้ยังไง ฮือๆๆ" พวกพี่ๆที่เหลือก็ช่วยกันปลอบใจและพาไปทำบุญตักบาตร

Floor    หลังจากวันนั้นพวกพี่ๆก็ไม่เคยขึ้นลิฟต์กลางคืนกันอีกเลย (แต่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปทำโปรเจคกลางคืนเหมือนเดิม) หลังจากนั้นกลุ่มของพี่ๆก็ไม่เจอผู้หญิงคนนั้นอีกเลย แต่เป็นกลุ่มอื่นๆเจอแทน ซึ่งรูปแบบการพบเธอจะเหมือนๆกันคือ เธอจะใส่ชุดนักศึกษาเต็มรูปแบบและจะปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าเราเสมอ ยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาของเธอเลยสักครั้ง (นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้) ทุกคนจึงลงความเห็นตรงกันว่าข่าวลือที่เธอเสียชีวิตแล้วยังคิดว่าตนยังต้องมาเรียนอยู่นั้นน่าจะจริง ซึ่งเหตุการณ์ที่ฉันและรุ่นพี่พบเจอนั้นก็ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้ว ใจก็ได้แต่หวังว่าในตอนนี้ เธอคงจะรู้ตัวและหลุดพ้นจากบ่วงตรงนั้นไปได้เสียที แต่ถ้าคิดอีกแง่ ป่านนี้เธอก็อาจจะกำลังเดินอยู่ที่ตึกนั้นเพื่อเรียนรายวิชาต่อไปอยู่ก็เป็นได้
Door

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์