ความรู้

แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 จำนวน 45 ข้อ พร้อมเฉลย

642
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539 จำนวน 45 ข้อ พร้อมเฉลย

แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ศ.2539จำนวน 45 ข้อ พร้อมเฉลย

บทนำ

แนวข้อสอบ “พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539”  เพื่อให้ผู้ที่สนใจสอบราชการ อ่านเป็นแนวทางในการสอบและได้ทดสอบก่อนสอบจริง เพื่อให้ผู้อ่านได้แนวทางที่เหมาะสมและครบถ้วน ทั้งนี้เนื้อหาในข้อสอบนี้มีการอธิบายเพิ่มเติมแต่ละคำตอบ และผู้เขียนได้รวบรวมสาระสำคัญของ และความยากของ “พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539” ไว้ในนี้แล้ว

1.พระราชบัญญัตินี้ให้ไว้เมื่อใด

ก.วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2539

ข.วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539

ค.วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2539

ง.วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2539

ตอบ       ข.

2.ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของใคร

ก.รัฐสภา

ข. นิติบัญญัติ

ค.วุฒิสภา

ง.นิติบัญญัติแห่งชาติ

Advertisement

Advertisement

ตอบ   ก.

3.พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน นับแต่ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ก.หนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ข. หนึ่งร้อยสี่สิบห้าวัน

ค.หนึ่งร้อยหกสิบวัน

ง.หนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ตอบ       ง.

4.พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับตามข้อใด

ก.รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

ข. องค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ

ค.การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ  ง.

อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่

(1) รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

(2) องค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ

(3) การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง

(4) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ใน

(5) การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์และการสั่งการตามกฎ หมายว่าด้วย คณะกรรมการกฤษฎีกา

Advertisement

Advertisement

(6) การดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศ

(7) การดำเนินงานเกี่ยวกับราชการทหารหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการ ร่วมกับทหารในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและ ภายในประเทศ

(8) การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

(9) การดำเนินกิจการขององค์การทางศาสนา

5.ข้อใดหมายถึง “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง”

ก.การเตรียมการและการดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใด

ข. การเตรียมการและการดำเนินการของ เจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง

ค.การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ

ง.บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือ ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย

Advertisement

Advertisement

ตอบ       ก.

6.ข้อใดหมายถึง “การพิจารณาทางปกครอง”

ก.การเตรียมการและการดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใด

ข. การเตรียมการและการดำเนินการของ เจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง

ค.การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ

ง.บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือ ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย

ตอบ       ข.

7.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ  “คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท”

ก.คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายที่มีการจัดองค์กรและวิธีพิจารณาสำหรับการวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ข. บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือ ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย

ค.ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง

ง.กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติ ท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่ กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

ตอบ       ก.

8.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “คู่กรณี”

ก.คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายที่มีการจัดองค์กรและวิธีพิจารณาสำหรับการวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ข. บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือ ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย

ค.ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง

ง.กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติ ท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่ กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

ตอบ       ค.

9.ให้เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ก.รัฐมนตรี

ข. คณะรัฐมนตรี

ค.นายกรัฐมนตรี

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ       ค.

10. ใครเป็นประธาน “คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง”

ก.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ข. ปลัดกระทรวง มหาดไทย

ค.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ   ง.

11. “คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง”ต้องแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินกี่คนคนเป็นกรรมการ

ก. เจ็ดคน

ข. แปดคน

ค.เก้าคน

ง.สิบสองคน

ตอบ       ค.

12.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแต่งตั้งจากความเชี่ยวชาญด้านใด

ก.ความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร

ข. ความเชี่ยวชาญในทางรัฐประศาสนศาสตร์

ค.ความเชี่ยวชาญในทางสังคมศาสตร

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

13.คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี

ก.สองปี

ข. สามปี

ค.สี่ปี

ง.ห้าปี

ตอบ  ข.

14.ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง”

ก.สอดส่องดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

ข. ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่บุคคลดังกล่าวร้องขอ

ค.มีหนังสือเรียกให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดมาชี้แจงหรือแสดงความเห็นประกอบการพิจารณาได้

ง.การดำเนินกิจการขององค์การทางศาสนา

ตอบ        ง.

15.เจ้าหน้าที่ตามข้อใดจะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้

ก.เป็นคู่กรณีเอง

ข. เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี

ค.เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของ

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ ง.

อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 12  คำสั่งทางปกครองจะต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น มาตรา 13เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้

(1) เป็นคู่กรณีเอง

(2) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี

(3) เป็นญาติของคู่กรณี คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องมาตรา 12  คำสั่งทางปกครองจะต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น มาตรา 13 เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ (1) เป็นคู่กรณีเอง (2) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี (3) เป็นญาติของคู่กรณี คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้อง

(4) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี

(5) เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี

(6) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

16.การยื่นคำคัดค้าน การพิจารณาคำคัดค้าน และการสั่งให้เจ้าหน้าที่อื่นเข้าปฏิบัติ หน้าที่แทนผู้ที่ถูกคัดค้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใครกำหนด

ก.กฎกระทรวง

ข.กฎการคลัง

ค.กฎหมายกระทรวงการคลัง

ง.ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ก.

17.ผู้มีความสามารถกระทำการในกระบวนการพิจารณาทางปกครองได้ จะต้องเป็นบุคคลตามข้อใด

ก.ผู้ซึ่งบรรลุนิติภาวะ

ข. ผู้ซึ่งมีประกาศของนายกรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้มีความสามารถกระทำการในเรื่องที่กำหนดได้

ค.ผู้ซึ่งมีบทกฎหมายเฉพาะกำหนดให้มีความสามารถกระทำการในเรื่องที่กำหนดได้

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

18.เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง รวมถึงการดำเนินการตามข้อใด

ก.แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

ข. ขอข้อเท็จจริงหรือความเห็นจากคู่กรณี พยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ

ค.ขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ง.ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

19.ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับคำสั่งนั้นร้องขอ และการร้องขอได้กระทำโดยมีเหตุอันสมควรภายในกี่วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง

ก.ภายในสามวัน

ข. ภายในห้าวัน

ค.ภายในเจ็ดวัน

ง.ภายในสิบสองวัน

ตอบ       ค.

20.คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือและการยืนยันคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วยและเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก.ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

ข. ข้อกฎหมายที่อ้างอิง

ค.ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

21.การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายใน กี่วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น

ก.ภายในหกสิบวัน

ข. ภายในแปดสิบวัน

ค.ภายในเก้าสิบวัน

ง.ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ตอบ       ค.

22.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ผู้รับคำสั่งทางปกครองจะอ้างความเชื่อโดยสุจริตไม่ได้”

ก.ผู้นั้นได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง

ข. ผู้นั้นได้ให้ข้อความซึ่งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนในสาระสำคัญ

ค.ผู้นั้นได้รู้ถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองในขณะได้รับคำสั่งทางปกครองหรือการไม่รู้นั้นเป็นไปโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

23.การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุ ซึ่งอาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

ก.ภายในหกสิบวัน

ข. ภายในแปดสิบวัน

ค.ภายในเก้าสิบวัน

ง.ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ตอบ       ค.

24.ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองมีหนังสือเตือน ให้ผู้นั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่ากี่วัน

ก.ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ข. ไม่น้อยกว่าสิบสองวัน

ค.ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ง.ไม่น้อยกว่าสามสิบ

ตอบ       ก.

25.หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินต้องดำเนินการยึดหรือ อายัดทรัพย์สินภายในกี่ปีนับแต่วันที่คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินเป็นที่สุด

ก.ภายในห้าปี

ข. ภายในสิบปี

ค.ภายในสิบห้าปี

ง.ภายในยี่สิบปี

ตอบ       ข.

26.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินเป็นที่สุด”

ก.ไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองภายในระยะเวลาอุทธรณ์

ข.เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ และไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลภายในระยะเวลาการฟ้องคดี

ค.ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษายกฟ้องหรือเพิกถอนคำสั่งบางส่วนสำนักงานคณะกรรมการ

ตอบ   ง.

27.เพื่อประโยชน์ในการบังคับทางปกครองให้เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีอำนาจตามข้อใด

ก.มีหนังสือสอบถามสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข. มีหนังสือขอให้นายทะเบียนพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

ค.มีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงนักงานคณะกรรมการ

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

ตอบ       ง.

อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 63/1026 เพื่อประโยชน์ในการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง ใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีอำนาจ

(1) มีหนังสือสอบถามสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมทรัพย์สินที่มีทะเบียน เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของ มาตรการบังคับทางปกครอง

(2) มีหนังสือขอให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ใน บังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไว้เป็นการชั่วคราวเท่าที่จำเป็นเนื่องจากมีเหตุขัดข้องที่ทำให้ ไม่อาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้ทันที และเมื่อเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงให้แจ้งยกเลิกหนังสือดังกล่าว ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการระงับการจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

28.จากข้อ 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามข้อ 27 โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรผู้นั้นมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายใด

ก.กฎหมายแพ่ง

ข. กฎหมายพาณิชย์

ค.กฎหมายอาญา

ง.กฎหมายการบังคับทางปกครอง

ตอบ       ค.

29.ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินไม่มีเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการ สืบหาทรัพย์สิน และหากจำนวนเงินที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีมูลค่าตั้งแต่กี่ล้านบาทขึ้นไป

ก.หนึ่งล้านบาท

ข. สองล้านบาท

ค. สามล้านบาท

ง. สี่ล้านบาท

ตอบ       ข.

30.ให้เอกชนที่สืบพบทรัพย์สินได้รับค่าตอบแทนไม่เกินร้อยละกี่บาทจากเงินหรือ ทรัพย์สินที่ได้มาจากการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินที่สืบพบได้

ก.ไม่เกินร้อยละสองครึ่ง

ข. ไม่เกินร้อยละสามครึ่ง

ค.ไม่เกินร้อยละสี่ครึ่ง

ง.ไม่เกินร้อยละหกครึ่ง

ตอบ       ก.

31.การโต้แย้งหรือการใช้สิทธิทางศาลเกี่ยวกับการยึด การอายัด และ การขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง รวมทั้งบุคคลภายนอก ผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด ให้เสนอต่อศาลตามข้อใด

ก.ศาลแรงงาน

ข. ศาลปกครอง

ค.ศาลภาษีอากร

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

32.ในกรณีที่มีการบังคับให้ชำระเงินและคำสั่งทางปกครองที่ กำหนดให้ชำระเงินเป็นที่สุดแล้ว หากหน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินประสงค์ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีในสังกัดกรมบังคับคดีดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ให้ยื่นคำขอ ฝ่ายเดียวต่อศาลภายในกี่ปีนับแต่วันที่คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินเป็นที่สุด

ก.ภายในเจ็ดปี

ข. ภายในสิบปี

ค.ภายในสิบสองปี

ง.ภายในสิบห้าปี

ตอบ       ข.

33.หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินต้องดำเนินการสืบทรัพย์ แล้วแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการเพื่อให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินภายในกี่ปีนับแต่วันที่คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ ชำระเงินเป็นที่สุด

ก.ภายในห้าปี

ข. ภายในสิบปี

ค.ภายในสิบห้าปี

ง.ภายในยี่สิบปี

ตอบ       ข.

34.เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีและแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว การดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน ให้เป็นไปตามประมวล กฎหมายใด

ก.กฎหมายแพ่ง

ข. กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ค.กฎหมายวิธีพิจารณาคดีความ

ง.กฎหมายการบังคับคดี

ตอบ       ข.

35.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ค่าปรับบังคับการ”

ก.ค่าปรับที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ

ข. ค่าปรับที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่ฝ่าฝืนชำระหนี้สิน

ค.ค่าปรับที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่ฝ่าฝืนคดีความ

ง.ค่าปรับที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่ฝ่าฝืนหนีคดี

ตอบ       ก.

อธิบายเพิ่มเติม “ค่าปรับบังคับการ” หมายความว่า ค่าปรับที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ ชำระเป็นรายวันไปจนกว่าจะยุติการฝ่าฝืน คำสั่งหรือได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้หรือโดย กฎหมายอื่น

36.คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ ถ้าผู้อยู่ ในบังคับของคำสั่งทางปกครองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง อย่างหนึ่งอย่างใด

ก.เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนโดยผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครองจะต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายและเงินเพิ่มรายวันในอัตราร้อยละยี่สิบห้าต่อปีของค่าใช้จ่ายดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่นั้นสังกัด

ข. ให้มีการชำระค่าปรับบังคับการตามจำนวนที่สมควรแก่เหตุแต่ต้องไม่เกินห้าหมื่นบาทต่อวัน

ค. ให้เจ้าหน้าที่ระดับใดมีอำนาจกำหนดค่าปรับบังคับการจำนวนเท่าใด สำหรับในกรณีใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.

ตอบ       ง.

37.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ระยะเวลาและอายุความ”

ก.กำหนดเวลาเป็นวัน

ข. กำหนดระยะเวลาเป็นสัปดาห์

ค.กำหนดระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

38.ในกรณีที่ผู้ใดไม่อาจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลา ที่กำหนดไว้ในกฎหมายได้เพราะมีพฤติการณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้น มีคำขอเจ้าหน้าที่อาจขยายระยะเวลาและดำเนินการส่วนหนึ่งส่วนใดที่ล่วงมาแล้วเสียใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในกี่วันนับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง

ก.ภายในเจ็ดวัน นับแต่พฤติการณ์เช่นนั้นได้สิ้นสุดลง

ข. ภายในสิบวัน นับแต่พฤติการณ์เช่นนั้นได้สิ้นสุดลง

ค.ภายในสิบห้าวัน นับแต่พฤติการณ์เช่นนั้นได้สิ้นสุดลง

ง.ภายในยี่สิบวัน นับแต่พฤติการณ์เช่นนั้นได้สิ้นสุดลง

ตอบ       ค.

39.การแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบ กำหนดกี่วัน นับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ

ก.สามวัน

ข. ห้าวัน

ค.เจ็ดวัน

ง.สิบวัน

ตอบ       ค.

40. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “คณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง”

ก.การแต่งตั้งกรรมการในลักษณะที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิให้แต่งตั้งโดยระบุตัว บุคคล

ข. มีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมี วาระอยู่ในตำแหน่ง

ค.ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ  ง.

41.คณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองนอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด

ก.เป็นบุคคลล้มละลาย

ข. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

ค.มีเหตุต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ  ง.

42.การนัดประชุม คณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน

ก.ไม่น้อยกว่าสามวัน

ข. ไม่น้อยกว่าห้าวัน

ค.ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ง.ไม่น้อยกว่าสิบสองวัน

ตอบ       ก.

43.ประธานกรรมการมีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด

ก.ดำเนินการประชุม

ข. ออกคำสั่ง

ค. รักษา ความเรียบร้อยในการประชุม

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.

44.ในการประชุมต้องมีรายงานการประชุมแบบใด

ก.รายงานเป็นหนังสือ

ข. รายงานด้วยวาจา

ค. รายงานผ่านสื่อออนไลน์

ง. รายงานผ่านจดหมาย

ตอบ       ก.

45.คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่น้อยกว่ากี่คน

ก. ไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน

ข. ไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน

ค.ไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคน

ง.ไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคน

ตอบ  ค.

บทสรุป

แนวข้อสอบ  “พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539”  ทางผู้เขียนได้เน้นสาระสำคัญของเนื้อหาและความยาก ที่เคยออกสอบบ่อยเกี่ยวกับ “พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539”    เช่น วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  คำสั่งทางปกครอง  เจ้าหน้าที่  คู่กรณี  การพิจารณา  รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง  การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง   การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง  การขอให้พิจารณาใหม่  การบังคับทางปกครอง  การบังคับทางปกครอง การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน การบังคับโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ  การบังคับโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี  การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ  ระยะเวลาและอายุความ  การแจ้ง  และคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ได้ลงไว้ในแนวข้อสอบนี้ไว้ หวังว่าผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจมีแรงบันดาลใจจากแนวข้อสอบให้

มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ โดย ปลาทูมาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ โดย ปลาทู

คำสั่งทางปกครองจะต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น มาตรา 13เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ โดย ปลาทูคำสั่งทางปกครองจะต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้นๆ โดย ปลาทู

เพื่อประโยชน์ในการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง ใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีอำนาจ โดย  ปลาทูเพื่อประโยชน์ในการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง ใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีอำนาจ โดย  ปลาทู

ค่าปรับบังคับการ โดย ปลาทูค่าปรับบังคับการ โดย ปลาทู

ภาพทั้งหมด โดย ปลาทู

อัปเดตความรู้ใหม่ ๆ อีกมากมาย โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์