ความรู้

5 ข้อ ที่จะทำให้คุณรู้จัก “นักกายภาพบำบัด” มากขึ้น

118
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
5 ข้อ ที่จะทำให้คุณรู้จัก “นักกายภาพบำบัด” มากขึ้น

นักกายภาพบำบัด คือใคร?

คุณพยาบาล คุณหมอ เจ้าหน้าที่”  มีหลากหลายสรรพนาม ที่คนไข้เรียกเรา เมื่อมาทำกายภาพที่โรงพยาบาล

ซึ่งเรานั้นไม่ใช่ทั้งพยาบาลและหมอ แต่จะบอกยังไงดีว่าเราคือใคร อธิบายก็คงต้องมียาวเหยียดแน่ ๆ

ดังนั้นสำหรับบทความนี้นัทมี 5 ข้อที่จะมาคลายข้อสงสัย และพาทุกคนไปรู้จักนักกายภาพบำบัด” ให้มากขึ้น ว่าเค้าคือใคร ทำอะไรได้บ้าง และมีบทบาทหน้าที่อย่างไรในวิชาชีพสายสุขภาพกันค่ะ

นักกายภาพบำบัดทำกายภาพบำบัดคนแก่ การ์ตูนภาพโดย Physiotherapy Vectors by Vecteezy

นักกายภาพบำบัด (Physical Therapist)

หรือบางที่ใช้ (Physio Therapist) เรียกเราสั้นๆว่า PT หรือ นักกายฯ

1. กายภาพบำบัด เป็นหนึ่งในวิชาชีพสายสุขภาพ  เรียน 4 ปี เหมือนกับหลายวิชาชีพสายสุขภาพอื่น ๆ เช่นพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข นักเทคนิคการแพทย์ เป็นต้น

เรียนกายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัย รับปริญญา ภาพโดยผู้เขียน

โดยก่อนที่เราจะทำงานได้นั้น จำเป็นที่จะต้องสอบ “ใบประกอบวิชาชีพ” เพื่อรับรองว่าเราสามารถรักษาคนไข้ได้ โดยมีความรู้ ความสามารถและจรรยาบรรณ ตามมาตรฐานของสภา และวิชาชีพกายภาพบำบัด

Advertisement

Advertisement

2. นักกายภาพไม่ได้ทำแค่ในโรงพยาบาลเท่านั้น

จริงอยู่ที่นักกายภาพส่วนใหญ่ทำงานตามโรงพยาบาล หรือคลินิก (หลายคนเวลาไปโรงพยาบาล ก็น่าจะเคยเห็น “แผนกกายภาพบำบัด” ผ่าน ๆ ตามาบ้างใช่ไหมล่ะคะ ) แต่จริงๆแล้วนักกายภาพบำบัดก็สามารถ ไปทำได้อีกหลายๆที่เลย  ไม่ว่าจะเป็น นักกายภาพประจำทีมกีฬา  ประจำฟิตเนส  สถานเสริมความงาม หรือแม้กระทั่ง เป็นคุณครู ประจำศูนย์การศึกษาพิเศษ

คนพิการ นักกายภาพ ใส่ขาเทียม นั่งwheelchair ภาพโดย unsplash

3. เรียนกายภาพบำบัด ก็ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่ อันนี้สำหรับบางมหาวิทยาลัยอาจจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย เอาเป็นว่าอ้างอิงจากมหาวิทยาลัยที่นัทจบมาแล้วกันเนอะ (บอกใบ้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง มีแมลงเฟรชชี่ และน้องคิตตี้ มหาศาล )

ค่ะกลับมาที่สาระของเรา >//< ย่างที่บอกไปสาขากายภาพบำบัด จำเป็นที่จะต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ เพื่อเรียนรู้ถึงโครงสร้าง ระบบกระดูก กล้ามเนื้อ และ ระบบประสาทเป็นหลัก  และจะต้องจำชื่อกล้ามเนื้อ หน้าที่การทำงาน เส้นประสาทที่มาเลี้ยง ให้ได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์อาการบาดเจ็บ อาการปวดต่าง หรือ ความผิดปกติต่าง ๆ ทางกายภาพ จากระบบประสาทและกล้ามเนื้อพวกนี้นี่แหละค่ะ < p>

Model anatomy of human

ภาพโดย unsplash

4. กายภาพบำบัด ไม่ได้ทำแค่ผู้ป่วยอัมพาต หรือผู้ป่วยติดเตียง กายภาพบำบัดเราแบ่งได้เป็น 4 ระบบหลัก ๆ คือ

Advertisement

Advertisement

• กายภาพบำบัดในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ หรือ (Orthopedic Physiotherapy)

Massage ภาพโดย unsplash


ใครที่ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ-บ่าหมอนรองกระดูกทับเส้น เอ็นอักเสบ เราก็น่าจะคุ้นเคยกันดี

Skeleton draw

ภาพโดย Photo by Joyce McCown on Unsplash

• กายภาพบำบัดในระบบประสาท หรือ (Neurological physiotherapy) : ส่วนนี้น่าจะเป็นภาพที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย คือฟื้นฟูในผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบประสาทเช่น อัมพฤต อัมพาต เป็นต้น

Brain  modelภาพโดย: unsplash.com

• กายภาพบำบัดในระบบทรวงอก (Chest physiotherapy) : ส่วนนี้หลายๆคนไม่ค่อยทราบ ว่าภายภาพฯเรานั้น มีหน้าที่ฟื้นฟูผู้ป่วย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ป่วยปอดแฟบ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดหัวใจ เป็นต้น ก็จะเจอกับผู้ป่วยใน (ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล) เป็นส่วนใหญ่
Lung and heartภาพจาก vecteezy

Advertisement

Advertisement

• กายภาพบำบัดในเด็ก (Pediatric physiotherapy) : ระบบนี้หลายๆคนก็คงแอบตกใจว่า เอ๊ะ นักกายภาพมาทำอะไรกับเด็ก โดยหลัก ๆ แล้วเราจะฟื้นฟูในส่วนของเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า ด้านการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น เด็กสมองพิการ เด็กออกทิสติก เด็กดาวซินโดรม เป็นต้น คุณอาจจะได้เจอนักกายภาพที่เป็นครูด้วย ประจำอยู่ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ หรือโรงเรียนของน้อง ๆ เด็กพิเศษนั่นเอง

Children Physical Therapy

ภาพโดย unsplash

และในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ก็จะมีการแบ่งนักกายภาพเป็นระบบ ชัดเจน แต่โรงพยาบาลทั่วไป นักกายภาพ 1 คนก็ต้องรักษาได้ทั้ง 4 ระบบเช่นกัน


5. รักษาโดยไม่ใช้ยา

หากถามหายารักษาจากนักกายภาพ ท่านอาจจะได้คำตอบเป็น รอยยิ้มงาม ๆ พร้อมกับคำว่า ออกกำลังกายตามที่สอนไป นะคะ ^__^  การรักษาทางกายภาพบำบัดนั้น เป็นการแก้ไขกลไกการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติไปโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นกลไกด้านกายภาพ !
Exercise therapitic s ballภาพโดย vecteezy

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะขมวดคิ้วและ มี ง งู 2ตัวในหัวว่าคืออะไร ง่าย ๆ คือร่างกายมีความผิดปกติทาง Mechanical ไม่ใช่ chemical  ค่ะ พูดแล้วก็อาจจะดูงง ๆ

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในคนที่เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการปวดหลังร้าวลงขา อาการปวดนั้นมากจากการที่เส้นประสาทถูกหมอนรองกระดูกมาเบียด ทำให้เส้นประสาทอาจมีอักเสบได้ ก็เลยทำให้ปวดมาก ยิ่งเบียดมาก ก็ยิ่งร้าวลงขามาก นี่คือ กลไกที่ผิดปกติของร่างกาย เพราะหมอนรองกระดูไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เขาควรจะอยู่

ในทางกายภาพ วิธีแก้ของเราคือ ก็ดันเค้ากลับไปอยู่ที่เดิมยังไงล่ะ วิธีดันก็ขึ้นอยู่กับนักกายภาพเลยค่ะ ว่าตรวจเจอความผิดปกติใด และแก้ส่วนไหน แต่หลักๆก็จะเน้นออกกำลังกาย (ต้องบอกก่อนนะว่าไม่ใช่ออกกำลังกาย วิ่ง เล่นกีฬาทั่วไป การออกกำลังกายเพื่อรักษานั้นจะต้องมีท่าเฉพาะ ที่ได้รับการออกแบบจากนักกายภาพที่ตรวจเท่านั้น ออกสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้น้าาา)

หนึ่งสมอง สองมือ และหนึ่งหัวใจ

ดังนั้นในทางกายภาพบำบัด หากเรารู้การทำงานที่ปกติของร่างกาย เราก็จะวิเคราะห์การทำงานที่ผิดปกติได้  และแก้ได้ด้วยสองมือและเครื่องมือของเรา

และนี่ก็เป็น 5 ข้อหลัก ๆ ที่นัทว่าจะทำให้หลาย ๆ คน รู้จักกับเราชาว PT มากขึ้นนะคะ  ต่อไปนี้ถ้ามีปัญหาปวดหลัง ปวดไหล่ปวดเข่า ข้อเท้าแพลง แรงไม่มี มาปรึกษานักกายภาพบำบัดได้น้าาา

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์