คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

“I left my heart in San Francisco”

180
Assawin Hint
Assawin Hint
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Assawin Hint
แจ้งตรวจสอบ
“I left my heart in San Francisco”

“Life is a Journey”

เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “Life is a Journey” หรือ ชีวิตคือการเดินทาง แน่นอนว่าทุก ๆ การเดินทางล้วนมีความหมายและเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายที่แตกต่างกันออกไปตามสถานที่และผู้คนที่เราพบเจอ

ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2019 ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวที่เมือง ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย

เมืองนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจำนวนหลายล้านคนต่อปี ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และวิถีชีวิต ดังเช่นที่หลาย ๆ คนเคยเห็นผ่านทางภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ สื่อต่าง ๆ หรือได้มาสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ

ซึ่งผู้คนที่ได้เดินทางมาเยือนที่นี่ มักจะเอ่ยประโยคที่ว่า “I left my heart in San Francisco” 

Advertisement

Advertisement

วันนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านไปเที่ยวชมเมืองซานฟรานซิสโก ผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายที่ผู้เขียนได้กดชัตเตอร์เองกับมือทุกภาพ แม้จะไม่มีมุมมองการถ่ายภาพอย่างช่างภาพมืออาชีพ แต่ผู้เขียนแอบมีความหวังเล็ก ๆ ว่าหลังจากจบการท่องเที่ยวผ่านบทความนี้แล้ว ผู้อ่านทุกท่านจะอยาก “left my heart in San Francisco” เช่นเดียวกันกับผู้เขียนและนักเดินทางคนอื่น ๆ

หากพร้อมแล้วเรามาเริ่มออกเดินทางไปด้วยกันค่ะ :-)


  • เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งที่น่าสนใจอะไรบ้าง... Let’s go 

1. “Golden Gate Bridge”

สะพานแขวนสีแดงขนาดใหญ่ ที่ทอดยาวข้ามอ่าวทางตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก สะพานแห่งนี้มีความกว้างมากๆ มีทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ และทางให้คนเดินหรือปั่นจักรยานได้ด้วยค่ะ โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่าเสน่ห์ของสะพานแห่งนี้คือหมอกที่มักจะปกคลุมส่วนบนของสะพานค่ะ ทำให้เวลามอง รู้สึกถึงความแตกต่างที่ลงตัว ของสีแดงจากตัวสะพาน สีขาวของหมอก และสีฟ้าจากน้ำทะเล เป็นวิวที่ประทับใจมาก ๆ ค่ะ หากวันไหนอากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทัศนียภาพของสะพานแห่งนี้ บวกกับท้องฟ้าและน้ำทะเลแล้ว ก็งดงามไม่แพ้กันค่ะGolden Gate Bridge

Advertisement

Advertisement

2. “Pier 39 Sea Lions”

ท่าเรือหมายเลข 39 จุดจอดเรือของชาวประมงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นสบาย มีลมพัดผ่านและมีหมอกบาง ๆ โรแมนติกดีค่ะ^^  นอกจากนี้ยังมี street art สวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ร้านอาหารและร้านค้าของฝากมากมาย หากแต่ว่าสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาชมท่าเรือแห่งนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แมวน้ำ” ค่ะ ท่าเรือแห่งนี้มีน้องแมวนำ้หลายสิบตัวนอนอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ถัดจากท่าเรือไปไม่ไกล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวคุกเก่าที่อยู่กลางทะเลชื่อ Alcatraz ได้ด้วยค่ะ Pier 39

Advertisement

Advertisement

3. “Bay Bridge”

สะพานแขวนขนาดใหญ่สีเทา เข้ากับสีฟ้าของน้ำทะเลที่พาดผ่านอ่าวซานฟรานซิสโก ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระหว่างเมือง San Francisco กับ เมือง Oakland สะพานแห่งนี้มีความยาวและกว้างมาก บรรดารถบรรทุก รถบัสขนาดใหญ่วิ่งได้สบาย ๆ เลยค่ะ สะพานแห่งนี้เคยมีประวัติว่าสะพานหักเพราะเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในปี 1989 ด้วยนะคะ ส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่าสิ่งที่น่าทึ่งของสะพานแห่งนี้คือ มันมี 2 ชั้นค่ะ โดยรถที่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก (เข้าเมืองซานฟรานซิสโก) จะอยู่ชั้นบน ส่วนรถที่วิ่งไปทางทิศตะวันออก (เข้าเมือง Oakland) จะอยู่ชั้นล่าง เจ๋งมาก ๆ เลยค่ะ Bay Bridge

4. “Lombard Street”

ถนนลอมบาร์ด ที่ขึ้นชื่อเรื่องความชันและความคดเคี้ยว ได้รับฉายาว่าเป็น ”ถนนที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก” ด้วยนะคะ ผู้เขียนเองชอบความสะอาดและความสวยงามของดอกไม้และบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมถนนแห่งนี้มาก ๆ อีกทั้งถ้ามองจากจุดเริ่มต้นทางด้านบนของถนนสายนี้ จะทำให้มองเห็นวิวที่สวยงามของเมืองซานฟรานซิสโกและสามารถมองเห็นวิว Bay Bridge ไกล ๆ ได้อีกด้วยค่ะLombard Street

5. “Union Square”

จตุรัสขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองซานฟรานซิสโก มีหอคอยสูงและรูปปั้นหัวใจซึ่งเป็นแลนด์มาร์คหรือจุดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยได้มาเช็คอินและถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ จัตุรัสแห่งนี้ยังมี Apple Store ขนาดใหญ่และ Shop สินค้าแบรนด์เนมมากมายหลายร้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Louis Vuitton, Cartier, และอื่น ๆ ผู้เขียนคิดว่านักท่องเที่ยวสายช้อป สายแบรนด์เนมหลายคนถูกใจสิ่งนี้แน่นอนค่ะUnion Square Corner

6. “Swensen’s”

ร้านไอศกรีมชื่อดังที่หลายคนรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี สเวนเซ่นที่นี่เป็นสาขาแรกของโลกค่ะ ทำให้นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนอยากจะมาลิ้มลองรสชาติไอศกรีมของที่นี่ว่าจะอร่อยเหมือนสาขาอื่นในหลายประเทศทั่วโลกหรือเปล่า ส่วนตัวผู้เขียนเองสั่งเป็นเมนูช็อกโกแลตชิพและรัมเรซินสุดโปรดมาลองชิมค่ะ ปรากฎว่ารสชาติเหมือนที่ไทยเลย(ฮ่าๆ^^) แต่ที่ต่างไปคือบรรยากาศรอบ ๆ ร้านค่ะ ที่นี่เป็นร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะสำหรับนั่งทานในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะ ให้ความรู้สึกวินเทจสมกับเป็นสเวนเซ่นสาขาแรกของโลกได้ดีทีเดียวค่ะSwensen’s Shop

7. “Baker Beach”

หาดทรายสาธารณะที่มีวิวสวยงามล้อมรอบทุกด้าน และเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมในการไปพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนใหญ่คนหนุ่มสาวจะมาปิคนิคและนอนอาบแดด บ้างก็พาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาวิ่งเล่น ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย กันอย่างคึกคักทีเดียวค่ะ บริเวณรอบหาดมีทางปั่นจักรยานที่เชื่อมไปยังสะพานโกลเด้นเกทได้ด้วย ใกล้ ๆ กันยังมีสวนสาธารณะ ป่าไม้สนอันร่มรื่น รวมไปถึงป้อมปราการเก่า (Fort Baker) ให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปและศึกษาประวัติศาสตร์ได้ด้วยค่ะBaker Beach

8. “Cable Cars”

รถรางสุดคลาสสิคแห่งเมืองซานฟรานซิสโก เส้นทางการเดินรถสายยอดฮิตของเมืองนี้ต้องยกให้สายที่วิ่งจากดาวน์ทาวน์ Powell Station - Market Street ใครที่ต้องการไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมริมทะเล (Fisherman’s Wharf และ Pier 39) ต้องขึ้นสายนี้ค่ะ บรรยากาศระหว่างทางของรถรางสายนี้คือดีมาก ๆ ตลอดทางเราจะได้ชมเมืองซานฟรานซิสโกอย่างใกล้ชิด ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คน ผู้เขียนชอบมาก ๆ เลยค่ะ และไฮไลต์ของรถรางที่นี่คือการหมุนหัวรถจักรกลับเมื่อถึงสถานีปลายทางค่ะ ซึ่งเค้ายังใช้กำลังคน(แบบมือหมุน)อยู่เลย เป็นการอนุรักษ์ความคลาสสิคและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยุคที่ยังไม่มีรถยนต์ ส่วนราคาค่าโดยสาร ถ้าซื้อตั๋วแบบ one round trip ตอนนั้นราคาอยู่ที่ประมาณ 6 ดอลลาร์ค่ะ ตั๋วมีทั้งแบบ paper และซื้อผ่านแอปพลิเคชันในมือถือได้เลย สะดวกมาก ๆ ค่ะCable Car


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ชมไป หากอย่างน้อยมีสักหนึ่งสถานที่ ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้อ่านได้บ้าง ผู้เขียนก็มีกำลังใจและดีใจมาก ๆ แล้วค่ะ

อย่างไรก็ตามเนื้อหาในบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะแบ่งปันให้กับใครหลาย ๆ คนได้เห็นถึงความงดงามและเสน่ห์ของสถานที่ ที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปสัมผัส

ซึ่งก็ยังมีอีกหลายที่ในเมืองซานฟรานซิสโกที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม เลยไม่มีประสบการณ์ที่จะมาเล่าให้แก่ผู้อ่านได้ฟังกันค่ะ

อีกแง่มุมหนึ่งของเมืองซานฟรานซิสโก ก็มีภาพของความไม่น่าอภิรมย์ที่สะท้อนถึงปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำเหมือนกับเมืองต่าง ๆ ในหลายประเทศ ให้บรรดานักท่องเที่ยวรวมถึงตัวผู้เขียนเองได้เห็นเช่นกัน


อย่างไรก็ตามเนื่องจาก “ I left my heart in San Francisco” เป็นงานเขียนชิ้นแรกที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ผู้เขียนก็อยากจะขอส่งมอบบทความนี้ให้แก่ผู้อ่านทุกท่านด้วยความตั้งใจและอยากสร้างความสุขให้แก่ผู้อ่าน

หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ มือใหม่หัดเขียน / และถ้ามีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดจะยินดีมาก ๆ เลยค่ะหากได้รับคำแนะนำจากผู้อ่านเพื่อเป็นการพัฒนาในงานเขียนชิ้นต่อ ๆ ไป


ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงข้อความนี้นะคะ

พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ

:-)

Assawin Hint (May, 2021) 


เนื้อหา โดย Assawiya Hint

ภาพประกอบ โดย Assawiya Hint
 

อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด