คัดลอกลิงค์

บันเทิง

Netflix Review : The Worst Witch ต้นแบบ Harry Potter ของเด็กอังกฤษทุกคน

419
The Big Sheep
The Big Sheep
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก The Big Sheep
แจ้งตรวจสอบ
Netflix Review : The Worst Witch ต้นแบบ Harry Potter ของเด็กอังกฤษทุกคน

Netflix Review : The Worst Witch ต้นแบบ Harry Potter ของเด็กอังกฤษทุกคน

ภาพปกจาก Netflixช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทาง Netflix Thailand มีการโพสต์ข้อความลงบน Twitter เกี่ยวกับการมาถึงของ Harry Potter บน Netflix ที่เหมือนทิ้งบอมบ์ให้คนทั้งประเทศฉงนใจ และอยากรู้ว่ามันจะมาลงใน Netflix จริงๆ หรือไม่ ส่วนตัวผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ตื่นเต้นกับข่าวนี้มากๆ เลยครับ ด้วยความที่เป็นสาวกของทั้งหนังสือและภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่เด็กๆ แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหวที่จะได้รับชมภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็น Icon แห่งยุคเรื่องนี้ละก็ วันนี้ผมมีซีรีส์แนะนำอีกหนึ่งเรื่อง ที่ให้กลิ่นอายของความเป็น Harry Potter แบบสมบูรณ์มากๆ ครับ ผมกำลังจะมารีวิว The Worst Witch ซีรีส์แนวแฟนตาซีจากเกาะอังกฤษนั่นเอง

ภาพประกอบ 2Mildred Hubble นำแสดงโดย Bella Ramsey เจ้าของบท Lyanna Mormont จาก Game Of Thrones

Advertisement

Advertisement

สำหรับ The Worst Witch เป็นซีรีส์อังกฤษที่สร้างจากหนังสือความยาว 8 เล่มโดยนักเขียนอย่าง Jill Murphy พูดถึง Mildred Hubble เด็กสาวธรรมดาๆ ที่วันหนึ่งเธอเกิดมองเห็นแม่มด กำลังขี่ไม้กวาดบินไปยังสถานที่บางอย่าง แม่มดคนนั้นคือ Maud Spellbody แม่มดเนิร์ดที่กำลังจะเดินทางไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเวทย์มนต์ในวันแรก แต่แล้วไม้กวาดของเธอกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอต้องการ และตกลงตรงหน้าอพาร์ทเมนต์ของ Mildred ทำให้เธอได้รู้จักแม่มด และท้ายที่สุด เธอก็ได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนเวทย์มนต์ Miss Cackle's Academy for Witches โรงเรียนเวทย์มนต์หญิงล้วนแห่งอังกฤษ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากเหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ที่มองเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอย่างน่าขัน จนได้ชื่อว่า เป็น The Worst Witch หรือแม่มดที่แย่ที่สุดนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

ภาพประกอบ 3Enid NightShade (ซ้าย) Maud Spellbody (กลาง) และ Mildred Hubble (ขวา)

ทำไมถึงบอกว่า มันเป็นต้นแบบ Harry Potter

ด้วยความที่ตัวหนังสือเองออกวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1974 (Harry Potter เล่มแรกวางจำหน่ายในปี 1997) และดังเป็นพลุแตกจนถึงปัจจุบัน (เล่มล่าสุดวางจำหน่ายเมื่อปี 2018) เนื้อเรื่องภายในหนังสือและหนังนั้น พูดถึง การใช้ชีวิตในโรงเรียนเวทย์มนต์แบบเดียวกับที่ Hogwarts ของ J.K. Rowling ทำ ทำให้ผมอดนำสองเรื่องนี้มาเปรียบเทียบไม่ได้ การที่ตัวละครเอกมีลักษณะโดดเด่นที่คล้ายกัน แม้ว่าใน Harry Potter ภาคหลังๆ นั้น เรื่องราวจะซีเรียสกว่ามาก แต่ผมได้กลิ่นอายของ Harry Potter ภาคแรกและภาคสอง ตลอดการรับชมทั้งสามซีซั่นเลยทีเดียว ตัวละครอย่าง Mildred นั้น ถูกกังขาโดยคนทั่วโลกผู้วิเศษว่า เป็นแม่มดที่แย่ที่สุด ขณะที่ Harry ก็ถูกนิยามว่าเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต ตัวละคร Maud ที่เหมือนกับ Hermione Granger เด็กสาวที่เก่งฉลาดที่สุดในชั้นและเป็นเพื่อนสนิทของ Harry หรือ Enid Nightshade ที่เป็นเด็กสาวจอมซนไม่เอาไหน คล้าย Ron Weasley รวมถึง Mr. Cackles ที่ออกมาพิมพ์เดียวกับ Albus Dumbledore และตัวละครที่มีส่วนผสมของ ศาสตราจารย์ Mcgonagall และ ศาสตราจารย์ Snape อย่าง Miss Hardbroom นั้น น่าจะเป็นส่วนที่ชัดเจนที่สุดของการนำ Character มาใช้แบบเดียวกับ Harry Potter

Advertisement

Advertisement

ภาพประกอบ 4Miss Hardbroom (ซ้าย) ที่มีส่วนผสมของ Mcgonagall และ Snape , Miss Drill (กลาง) ที่ก็เป็นแบบจาก Madam Hooch อาจารย์วิชาการบิน , Miss Cackles ที่มีทรงเดียวกับ Dumbledore

The Worst Witch ที่ไม่ Worst เลยแม้แต่น้อย

ตอนที่ไถช่อง Netflix ไปเรื่อยๆ นั้น ผมไม่ได้คาดหวังจะดูด้วยซ้ำ ด้วยความที่ลักษณะของซีรีส์น่าจะเป็นซีรีส์เด็กๆ บวกกับความเป็นซีรีส์อังกฤษที่อาจทำให้ผมหลับตั้งแต่เปิด Intro เรื่องก็เป็นได้ แต่ตัวละครหลักอย่าง Mildred นี่แหละ ที่ชี้ชวนให้ผมเข้ามารับชม เพราะเธอก็คือ แม่หมีสุดเดือดอันโด่งดังจาก Game Of Thrones อย่าง Bella Ramsey นั่นเอง การแสดงใน Game Of Thrones อันตราตรึงใจในฐานะแม่ทัพเด็กที่เข้าร่วมสงครามและต่อสู้กับยักษ์อย่างห้าวหาญนั้น ทำให้ผมอยากรู้ว่า การพลิกผันจากแฟนตาซี Epic แบบนั้นมาเป็นซีรีส์เด็ก จะเป็นอย่างไร เพียงตอนแรกก็ทำให้ผมหลงรักตัวละคร Mildred ได้ง่ายๆ ผ่านการแสดงของเธอนี่เอง ตัวละครอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนสนิททั้งสองของเธออย่าง Maud และ Enid ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ขณะที่คู๋ปรับอย่าง Ethel Hallow คู่ปรับสาวผมบลอนด์ ที่ดูยังไงก็คือ Draco Malfoy ก็ทำหน้าที่เป็นสาวมั่นที่พร้อมจะแดกดัน Mildred อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างน่าหมั่นไส้ และน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน การดำเนินเรื่องนั้นไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรเลย อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นครับ ด้วยความเป็นซีรีส์ที่มี Target เป็นเด็กเป็นหลัก ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงอารมณ์แบบ ซีรีส์ทางช่อง Disney Channel ครับ แต่มีงาน Production ที่ดีงาม การแสดงและตัวละครที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้ดูอยู่ทุกตอน

ภาพประกอบ 5Ethel Hallow (ซ้าย) ที่มีบุคลิกแบบ Draco Malfoy , Maud Spellbody (ขวา) เพื่อนสนิทของ Mildred

 

ภาพรวมแล้วเหมาะไหม จะเสียเวลาดู

พูดได้เต็มปากว่า ถ้าคุณคิดถึงการนั่งดู Harry Potter ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้ก็เหมาะกับการนั่งดูในวันว่างที่คุณรู้สึกเบื่อๆ อย่างแน่นอนครับ Production ดี การแสดงดี ตัวละครดี เนื้อเรื่องกระชับฉับไว และไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเลยครับ ใครที่คิดว่าอดรนทนไม่ไหวที่จะรอให้ Harry Potter มันมาลงใน Netflix สักที เรื่องนี้น่าจะทำให้คุณหายคิดถึงไปได้บ้าง แล้วเผลอๆ อาจจะได้มีซีรีส์ที่จะทำให้คุณกลายเป็นสาวกเพิ่มอีกเรื่องหนึ่งด้วยละครับ

 

ชื่อซีรีส์ : The Worst Witch

จำนวนซีซั่น : 3 ซีซั่น (ซีซั่นที่ 4 กำลังฉายอยู่ทางช่องทีวีในอังกฤษครับ น่าจะภายในปีนี้จะได้มาลงใน Netflix)

จำนวนตอน : 38 ตอน

ระยะเวลาเฉลี่ยต่อตอน : 30 นาที


ทิ้งท้ายไว้อีกนิดนึงว่า สำหรับผู้อ่านท่านใดที่มี กล่อง True ID TV ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีครับ เพราะท่านสามารถรับชม Streaming Service ที่มี Content ให้คุณเสพมากมายอย่าง Netflix ได้แล้ววันนี้ครับ นั่นหมายความว่า ท่านสามารถรับชมรายการดีดีจาก Netflix บนจอใหญ่จัดเต็มได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องต่อจอหรือชมผ่านคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แล้วอย่าลืมไปอัพเดทตัวกล่องเพื่อเข้ารับชมกันนะครับ


Credit ภาพปก และ ภาพประกอบจาก official Trailer โดยช่อง CBBC ของ BBC อังกฤษ และ Netflix Future

ผู้อ่านสามารถคลิกเข้าชม Trailer ได้ คลิก CBBC หรือ คลิก Netflix Future

ภาพประกอบภาพแรก จาก Netflix.com

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด