อาหาร

รีวิวประสบการณ์สุดล้ำที่ TrueCoffee Flagship Store ร้านกาแฟครบวงจรใจกลางสยามแสควร์

114
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิวประสบการณ์สุดล้ำที่ TrueCoffee Flagship Store ร้านกาแฟครบวงจรใจกลางสยามแสควร์

TrueCoffee ทำการ Rebranding ครั้งใหญ่ เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งร้าน แถมพ่วงมาด้วยนวัตกรรมสุดล้ำมากมาย เปิดมิติใหม่ของร้านกาแฟ TrueCoffee โดยสาขาที่เราได้ไปเปิดประสบการณ์สุดล้ำนี้ตั้งอยู่ใจกลางสยามสแควร์เลย เดินทางมาง่ายมาก ๆ สาขานั้นก็คือ TrueCoffee Flagship Store at Center Point of Siam Square นั่นเอง ลง BTS สยาม ทางออก 2 เดินเข้าทางเชื่อมแล้วลงบันไดเลื่อนไปชั้น 2 หรือ จะเดินลงบันได BTS มาเข้าด้านหน้าร้านชั้น 1 ได้เลย หน้าร้านชั้น 1

หน้าร้านชั้น 2พอเข้ามาในร้านจะพบกับเค้าเตอร์สีเงินขนาดใหญ่ มี bakery และ อาหารจัดวางไว้ในตู้กระจกใสให้เราได้เลือกอย่างละลานตา แต่ที่เราสะดุดตาเป็นอย่างแรกตอนเดินเข้าร้านมาก็คือโลโก้ของร้านนั่นเอง เปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้ดู minimal แต่สามารถสื่อความหมายได้ดีขึ้นว่าเป็นร้านกาแฟผ่านการใช้ Top view ของแก้วกาแฟ และนำสีน้ำตาลมาเป็นสีหลักนั่นเอง เมนูที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก TrueCoffee แยกเมนูออกเป็น 2 เล่ม คือ เมนูอาหารคาว และเมนูกาแฟรวมกับของหวาน เมนูเยอะแต่จัดหมวดหมู่มาเป็นอย่างดี โดยเราสามารถเปิดหาเมนูประเภทอาหารที่เราต้องการอย่างง่ายโดยเลือกที่ด้านบนขวามือของเล่มจะมีแถบสีเทาเรียงกันเป็นลำดับขั้นให้เราได้เปิดเลือกเมนูต่าง ๆ ตามหมวดหมู่ได้อย่างรวดเร็ว บรรยากาศ

Advertisement

Advertisement

เล่มเมนูเราสั่งอาหารคาวเป็นสปาเกตตี้ผัดพอร์คบอล ปลาเค็มทอดและสมุนไพรไทย เนื่องจากเป็นเมนู signature ของที่นี่ประกอบกับเรายังไม่ได้ทานข้าวเลยเลือกเป็นเมนูที่ค่อนข้างอยู่ท้อง ราคาจานละ 240 บาท จานนี้จะเห็นตัวพอร์คบอลเด่นมาแต่ไกล ให้มาในปริมาณที่เยอะมาก ๆ รสชาติดี พอร์คบอลนุ่มเด้ง มีกลิ่นหอมของสมุนไพรชัดเจน ส่วนของหวานเราเลือกเป็น Vanilla French Cruller ที่เป็นเมนู signature ของทางร้านอีกเช่นกัน ทำมาจากเนยและแป้งจากฝรั่งเศส นำมาทอดจนได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่มีไส้ มีความแตกต่างกันที่รสชาติด้านบนที่โรยหน้ามา ราคาชิ้นละ 85 บาท ขนมหวาน สั่งมาทานคู่กับ Kiss Me Honey เป็นกาแฟลาเต้ผสมน้ำผึ้งดอกลำไยด้านบนเป็นฟองนมผสมน้ำผึ้งดอกลำไยและเสิร์ฟพร้อมรังผึ้งชิ้นเล็ก ๆ ราคาแก้วละ 160 บาท กาแฟสูตรพิเศษนี้ทำออกมาได้ดีมาก ๆ หอมนุ่มละมุนแต่ยังคงความเป็นลาเต้ไว้ได้ดี และอีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้คือ กาแฟดริป ที่ดริปโดยน้องหุ่นยนต์นั่นเอง เราอยากเห็นว่าน้องเค้าทำงานยังไง ดริปออกมาจะรสชาติคล้าย ๆ กาแฟที่ดริปโดยคนหรือไม่ เลยสั่งมาเพิ่มอีก 1 แก้ว ราคา 160 บาทอาหาร

Advertisement

Advertisement

อาหารวันที่เราไปที่นั่งชั้น 1 คนค่อนข้างเยอะ เราเลยเลือกขึ้นมานั่งที่ชั้น 2 เป็นชั้นที่มีน้องหุ่นยนต์ทำงานอยู่ เลยถือโอกาสเก็บภาพการทำงานของน้องมาฝากด้วย ที่ชั้น 2 เราจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำมากมายเช่น หุ่นยนต์ดริปกาแฟอัจฉริยะ แก้วกาแฟสุดล้ำทำงานอย่างชาญฉลาดควบคุมง่ายผ่าน application และ เครื่องคั่วกาแฟสุดไฮเทค เครื่องเล็กนิดเดียวแต่ความสามารถล้น ๆ เดี๋ยวเราจะเล่าความล้ำตามหัวข้อด้านล่างเลยนะชั้น2

Advertisement

Advertisement

1. หุ่นยนต์ดริปกาแฟอัจฉริยะRobotสำหรับคนที่ต้องการสั่งกาแฟดริปโดยหุ่นยนต์สามารถแจ้งพนักงานที่ร้านได้เลยว่าอยากลองกาแฟดริปฝีมือน้องหุ่นยนต์ จากนั้นเดินขึ้นมาที่ชั้นสองของร้าน จะพบน้องหุ่นยนต์อยู่ในท่าเตรียมดริปกาแฟ แค่กดเริ่มคลิ๊กเดียวก็เริ่มดริปกาแฟอย่างพิถีพิถันให้เราชิมแล้วค่ะ เมล็ดกาแฟที่ทางร้านใช้คือ เมล็ดสบขุน เป็นเมล็ดที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วว่าเหมาะกับการนำมาทำกาแฟดริป รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ถูกใจสายกาแฟดริปแน่นอน

เมล็ดสบขุน

ขั้นตอนการทำงานของน้องหุ่นยนต์คือ พนักงานกดเริ่มทำงาน น้องก็จะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อม รอเมล็ดกาแฟที่บดเสร็จและนำมาดริป จังหวะการดริปของน้องคล้ายคนมาก รสชาติที่ออกมาก็คล้ายกัน น้องน่าจะถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างดีในเรื่องของจังหวะและระยะเวลาการดริป พอดริปเสร็จจะเทใส่ขวดแก้วพร้อมเสิร์ฟ แล้วก็ทำการเก็บและล้างอุปกรณ์ด้วยตัวเองอย่างเรียบร้อย จากนั้นกลับไปอยู่ในทาเตรียมพร้อมดริปแก้วถัดไปทันที

 

2. แก้วกาแฟสุดล้ำเปลี่ยนสีและควบคุมอุณหภูมิได้ 

ember

แก้วนี้ชื่อ แก้ว ember ราคาใบละประมาณ 7000 กว่าบาท ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ฟังก์ชั่นล้ำ ๆ ของแก้วใบนี้คือสามารถเลือกปรับเฉดสีได้หลายสี เพื่อใช้แยกว่าแก้วไหนเป็นของใครในกรณีที่มากันหลายคน และสามารถควบคุมอุณหภูมิในแก้วให้อุ่นกาแฟในอุณหภูมิที่เราชอบได้ตลอดเวลา ควบคุมง่าย ๆ ผ่าน application ชื่อ "Ember" ขั้นตอนการใช้งานก็จะมีพนักงานคอยแนะนำอย่างละเอียด แก้วนี้สามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 62.5 องศาเซลเซียส ประโยชน์ของการควบคุมอุณหภูมิได้นั่นก็คือ ไม่ว่าเราจะประชุมงาน หรือ เม้าท์กันนานแค่ไหน กาแฟในแก้วเราจะอุ่นในอุณหภูมิที่พอดีกับเราอยู่เสมอ

 

3. เครื่องคั่วกาแฟสุดไฮเทคเครื่องคั่วกาแฟปกติแล้วถ้าไปร้านกาแฟสาย specialty เรามักจะเห็นเครื่องคั่วกาแฟเครื่องใหญ่ ๆ ที่มักต้องอาศัยการใช้แก๊ส ใช้ความร้อนในการคั่วสูง ๆ ทำให้ต้องกั้นห้องเฉพาะ มีสายท่อต่ออกมาจากตัวเครื่องระโยงระยางเต็มไปหมด แต่เครื่องคั่วกาแฟของ TrueCoffee ไม่ใช่แบบนั้น เครื่องที่ร้านใช้เป็นเครื่องที่คิดค้นโดยชาวเกาหลี เครื่องสีขาวมีขนาดเล็ก แค่เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้แล้ว ตอนคั่วก็เงียบมากแต่ได้กลิ่นหอมของกาแฟ ไม่มีความร้อนออกมาเลย หน้าจอดิจิตัลระบบสัมผัส สามารถ set profile การคั่วกาแฟได้อย่างรวดเร็ว ความไฮเทคยังไม่หมดเท่านี้ เจ้าเครื่องคั่วกาแฟนี้สามารถบันทึก profile การคั่วกาแฟแบบต่าง ๆไว้ได้เป็นร้อย ๆ แบบ สามารถ export file ออกมาได้และควบคุมผ่าน application ได้ด้วย เครื่องคั่วกาแฟนี้ไม่ได้เปิดทำงานทุกวันนะ เราโชคดีที่ไปแล้วเจอตอนกำลังเปิดเครื่องคั่วกาแฟอยู่พอดี และมีแค่ที่ TrueCoffee สาขานี้เท่านั้นนะ

คั่วกาแฟ

โดยรวมแล้วร้าน TrueCoffee Flagship Store at Center Point of Siam Square มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย ไม่ได้มีแต่เมนูกาแฟเท่านั้น แต่เน้นเรื่องความหลากหลายของเมนู มีทั้งอาหารคาว หวาน bakery นานาชนิด มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในร้าน เป็นการเปิดประสบการณ์สุดล้ำให้แก่ลูกค้าได้ดี พนักงานบริการดี รวดเร็ว และสามารถตอบคำถามให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ทุกคน พร้อมช่วยเหลือลูกค้าเสมอ คั่วกาแฟเอง ชงเสิร์ฟเอง และยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับชงกาแฟให้เลือกมากมาย เราแนะนำว่าต้องมาลองสักครั้งแล้วคุณจะอยากมาซ้ำแน่นอน ร้านกาแฟอะไรครบวงจรขนาดนี้

อุปกรณ์ชงกาแฟ

ร้าน TrueCoffee Flagship Store at Center Point of Siam Square 

เวลาเปิด-ปิด: 7.00-19.00 น.

การเดินทาง: แนะนำเดินทางด้วย BTS ลงสถานีสยาม ทางออก 2 

Facebook: https://www.facebook.com/TrueCoffeeTH

Website: http://truecoffee.truecorp.co.th/

พิกัด: 

 ภาพถ่ายทั้งหมดโดยนักเขียน

1

หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์