คัดลอกลิงค์

ความรู้

3 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเขียนภาษาอังกฤษ

Kru Duang English
Kru Duang English
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Kru Duang English
แจ้งตรวจสอบ
3 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเขียนภาษาอังกฤษ

credit: canva.com

ประโยคภาษาอังกฤษ

ก่อนเขียนภาษาอังกฤษ ต้องเริ่มจากการเข้าใจพื้นฐานไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ โดยเริ่มต้นง่าย ๆ ที่โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ โดยองค์ประกอบมีอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ "ประธาน" คือผู้กระทำกริยา, "กริยา" คือกระทำ, "กรรม" คือผู้ถูกกระทำ, "ส่วนขยาย" คือ รายละเอียดอื่น ๆ เช่น เวลา  สถานที่ ลักษณะต่างของการกระทำนั้น ๆ โครงสร้างประโยคจะมีองค์ประกอบ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหลัก ซึ่งหมายถึงแกนประโยคหรือส่วนที่ขาดไม่ได้ กลุ่มเสริม ซึ่งหมายถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ 

ส่วนหลัก ได้แก่ "ประธาน" + "กริยา" + "กรรม" 

ประธานและกริยาเป็นองค์ประกอบ ที่ไม่สามารถละได้ในภาษาอังกฤษเมื่อเป็นการเขียน โดย"คำนาม" หรือ "noun" จะทำหน้าที่เป็นได้ทั้งประธานและกรรม ส่วนของกรรมต้องมีหรือไม่มีตามความจำเป็นของกริยา จะพูดอีกอย่างหนึ่งคือ "กริยา" หรือ "verb" จะเป็นตัวกำหนดว่าต้องมีกรรมมารับหรือไม่ โดยกลุ่มหลักของโครงสร้างประโยคนี้ จะเป็นส่วนที่จำเป็นไม่สามารถละได้  และเป็นองค์ประกอบหลัก ที่จะกำหนดทิศทางของความหมายที่ต้องการจะสื่อสาร หากเลือกคำนามหรือกริยาผิด จะทำให้การสื่อสารไม่ตรงตามต้องการได้

Advertisement

Advertisement

**โครงสร้างหลักสามารถใช้คำได้เพียง 1 คำ เพื่อเป็นตัวหลักหากต้องการใช้คำมากกว่า 1 คำในแต่ละโครงสร้างต้องใช้คำเชื่อมเพื่อต่อเติมออกไป***

ส่วนเสริม ได้แก่ คำขยายที่เป็นคำ 2 กลุ่ม คือ "Adjective" และ "Adverb"

"Adjective" เป็นคำขยายคำนามเท่านั้น โดยจะวางในประโยคได้ดังต่อไปนี้ คือ "หน้านาม", หลัง "verb to be", หลัง "linking verb" อื่น ๆ หรือ จะวางไว้ในตำแหน่งส่วนท้ายของประโยค ที่เป็นโครงสร้างของส่วนขยาย

เช่น รถคันใหญ่ "A car is big." "a big car", "A car looks big."

Advertisement

Advertisement

"Adverb" เป็นคำขยายคำอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คำนาม โดยจะวางไว้ได้ 3 ตำแหน่งคือ "หน้าประโยค"  "ท้ายประโยค" "หน้าคำที่ถูกขยาย"

เช่น  "Tomorrow, I will go to school." หรือ  "I will go to school tomorrow."  

"I completely understand that."  หรือ " I understand that completely."

"Preposition" เป็นคำเชื่อมคำนาม เช่น "ข้าวมันไก่: rice with chicken" ใช้ "with" เชื่อมคำนาม

"Conjunction" เป็นคำเชื่อมประโยค เช่น "I love you because I want to be with you." ใช้ "because" เชื่อมประโยค

credit: canva.com

"แยกประเภทคำหรือหน้าที่คำ เพื่อวางตามตำแหน่งของโครงสร้างประโยค"

ภาษาอังกฤษมีคำอยู่ 8 ประเภท ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันในประโยค และสามารถแยกประเภทได้ดังต่อไปนี้

  1. "Noun" หรือ "คำนาม" (n.) คือ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่  เช่น man, boy, pen, school, class, glass เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

  • "Pronoun" หรือ "คำสรรพนาม" (pron.) คือ คำที่ใช้แทนคำนาม เช่น he, she, it, they, her, them, we, us เป็นต้น"
  • "Verb" หรือ  "คำกริยา" (v.) คือ คำแสดงการกระทำต่าง ๆ เช่น eat, walk, like, love, write, read เป็นต้น
  • "Adjective" หรือ "คำคุณศัพท์" (adj.) คือ คำแสดงลักษณะต่าง ๆ ของคำนาม เช่น  big, small, tall, short, tight, kind, angry เป็นต้น
  • "Adverb" หรือ "คำวิเศษณ์" (adv.) คือ คำบอกเวลา หรือ adjectiveที่เติม 'ly' เช่น  happily, tightly, shortly, tomorrow, today เป็นต้น
  • "Preposition" หรือ "คำบุพบท" (prep.) คือ คำเชื่อมคำนาม เช่น in, on, of, at, under, with, about เป็นต้น
  • "Conjunction" หรือ "คำวิเศษณ์" (conj.) คือ คำเชื่อมประโยค เช่น when, while, because, although เป็นต้น
  • "Interjection" หรือ "คำอุทาน" (inj.) เช่น  "Ouch!",  "Oops!", "Holy God!" เป็นต้น
  • การแยกคำอาจจะใช้ความหมายเพื่อแยกประเภทก่อน แต่อาจจะไม่ถูกต้องและเป็นปัญหาหลัก ในการเขียนภาษาอังกฤษของคนไทย ที่จะเน้นที่คำแปลก่อน จริง ๆ แล้วเราสามารถดูประเภทคำหรือหน้าที่คำได้จากตัวสะกดท้ายคำ โดยการสะกดคำประเภทต่าง ๆ จะมีรูปแบบการสะกดซ้ำ ๆ ที่จะทำให้เรารู้ว่าเป็นคำประเภทไหน เช่น beautiful, careful, useful เมื่อลงท้ายด้วย "ful" ส่วนใหญ่จะเป็น adjective หรือคำขยายคำนาม แต่ถ้าจะให้ถูกต้อง 100% ต้องดูในพจนานุกรม หรือเข้า website ต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เป็น search engine ของคำศัพท์ เช่น dictionary.com หรือ longdo.dict.com เป็นต้น  คำในภาษาอังกฤษหลาย ๆ คำก็มีความหมายหรือประเภทคำมากกว่า 1 อย่าง ซึ่งมีหลายบทความใน blog นี้ได้เขียนไว้เป็นตัวอย่างบ้างแล้ว หรือสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ YouTube: English Forward Unlimited ก็ได้

    credit: canva.com

    การรู้ประเภทคำและสามารถวางได้ถูกตามโครงสร้าง จะทำให้สื่อสารความหมายได้ถูกต้อง รายละเอียดในการเขียนให้ถูกไวยากรณ์ จะต้องใช้หลักไวยากรณ์ที่มีรายละเอียดมากมาย โดยสามารถหาวีดีโอได้ที่ YouTube : English Forward Unlimited แต่อาจจะสรุปได้ดังนี้

    1. "Noun" หรือ "คำนาม" หลักการใช้ มีเอกพจน์หรือพหูพจน์
    2. "Pronoun" หรือ "คำสรรพนาม" (pron.) หลักการใช้ มีหลายรูปทำหน้าที่เป็น 'ประธาน' 'กรรม' 'เจ้าของ'
    3. "Verb" หรือ  "คำกริยา" (v.) หลักการใช้ ผันรูปตาม tense หรือเวลา และผันตามประธานด้วย
    4. "Adjective" หรือ "คำคุณศัพท์" (adj.) หลักการใช้ สามารถผันเป็นคำเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสูงสุด
    5. "Adverb" หรือ "คำวิเศษณ์" (adv.) หลักการใช้ สามารถผันเป็นคำเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสูงสุด
    6. "Preposition" หรือ "คำบุพบท" (prep.) หลักการใช้ ถูกใช้ตามไวยากรณ์ และส่วนใหญ่ไม่มีคำแปลในภาษาไทย
    7. "Conjunction" หรือ "คำวิเศษณ์" (conj.) หลักการใช้  ใช้เชื่อมใจความ 2 อันเข้าด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดเวลา
    8. "Interjection" หรือ "คำอุทาน" (inj.) ไม่มีหลักการใช้ ไม่มีความหมาย ถูกใช้ตามวัฒนธรรมและความรู้สึก

    ครูด้วง

    English Forward Unlimited

    เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

     

    ความคิดเห็น

    Advertisement

    Advertisement

    Advertisement

    บทความล่าสุด