คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

เลิกเหงา ไปหาเขา(ช้างเผือก) ดีกว่า

187
Feifei
Feifei
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Feifei
แจ้งตรวจสอบ
เลิกเหงา ไปหาเขา(ช้างเผือก) ดีกว่า

ในช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สถานที่ท่องเที่ยวแนวผจญภัยในประเทศไทยที่คนส่วนมากนึกถึงคงหนีไม่พ้น " เขาช้างเผือก " ยอดเขาชื่อดังของจังหวัด กาญจนบุรี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่าหวาดเสียวของทางเดิน อย่างช่วง สันคมมีด ที่ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ ของยอดเขานี้ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้เขาช้างเผือกเป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย แม้จะต้องเจอกับความยากลำบากในการข้ามเขาทั้งหมด 8 ลูก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จำนวนคนที่ต้องการไปเยือนลดลงไปเลยในแต่ละปี ซ้ำยังส่งผลให้เขาช้างเผือกนี้ขึ้นชื่อว่าจองยากเป็นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ วิวขุนเขาจากเขาช้างเผือก

สำหรับการจองต้องโทรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 7 วันก่อนขึ้นเขาที่เบอร์ 034-510-979 หรือ 098-252-0359 เวลา08:30 - 16:30 ไม่เว้นวันหยุดราชการ  ซึ่งจองได้ไม่เกิน 5 คน โดยต้องแจ้งชื่อ เบอร์ติดต่อ พร้อมเลขบัตรประชาชนของทุกคนที่จอง เมื่อจองได้แล้ว ต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนไปที่ [email protected] เป็นอันเสร็จสิ้น เหลือก็แค่มาลงทะเบียนในวันเดินป่าขึ้นเขาเวลา 06:00 -08:00 น. ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายคือค่าเข้าอุทยาน 40 บาท , ค่าเจ้าหน้าที่นำทางประมาณ 300 บาท/คน และ ค่ากางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน

Advertisement

Advertisement

เส้นทางเดินเขาช้างเผือก อาจดูไม่ไกลแต่เส้นทางชันและลำบากมาก ๆ แนะนำว่าควรมาก่อนพักที่อีต่องก่อน 1 วัน โดยสามารถพักได้ที่ในตัวหมู่บ้านปิล็อกหรือจะกางเต็นท์นอนที่จุดชมวิวของอุทยานก็ชิวไปอีกแบบ แต่ขอบอกว่าตอนกลางคืนที่อุทยานลมแรงหนาวมาก ๆ ใครไม่ได้พกเต็นท์หรือถุงนอนมา ทางอุทยานก็มีบริการให้เช่า ค่าเช่าเต็นท์อยู่ที่ 120 บาท/คืน และ ถุงนอน 60 บาท/คืน สำหรับคนที่พกของมาเยอะก็สามารถใช้บริการลูกหาบได้ ค่าใช้จ่าย 50บาท/กิโลกรัม หรือเหมา 1,500 บาทต่อลูกหาบ1 คน 

Advertisement

Advertisement

บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก ในการเดินทางมาอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิสามารถมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถตู้ บขส.  (ตรงข้ามหมอชิตใหม่ )

โดยการนั่งรถโดยสารสาธารณะมาสามารถนั่งได้เหมือนนักเขียนเลยดังนี้ ซึ่งระหว่างทางก็ทำให้เราได้เจอเพื่อนที่ได้รู้จักมากมาย ขอบอกว่าสนุกมากจริง ๆ

  • ขึ้นรถตู้ที่ ขนส่งหมอชิต 2 กรุงเทพ - บขส.กาญจนบุรี ค่าโดยสาร120 บาท (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง) เที่ยวแรก 04:30 น. แนะนำไปรอบ 05:00 ดีกว่า 
  • นั่งรถบัสจาก บขส.กาญจนบุรี - ด่านเจดีย์สามองค์ (บอกคนขับว่าลง ตลาดทองผาภูมิ) ค่าโดยสาร 110 บาท (ใช้เวลา 3 ชั่วโมง) หรือรถตู้ของ บ.เอเชียไทรโยคเดินรถ จำกัด ด้านข้างที่จอดรถบัส 
  • เมื่อถึงตลาดสดทองผาภูมิ ให้ต่อรถ 2 แถวสีเหลือง ที่ปลายทางเป็น อีต่อง รถ2แถว นี้ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ค่าโดยสาร 70 บาท ซึ่งจะวิ่งแค่ 2-3 รอบต่อวันเท่านั้น คือเวลา 10.30 , 12.30 และ 13: 30 น. แนะนำให้ไปเช้า ๆ เพราะบางทีก็ไม่มีรถ 

Advertisement

Advertisement

รถสองแถวจากตลาดทองผาภูมิไปยังหมู่บ้านอีต่อง

มาถึงวันเดินทาง หลังจากลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมีเวลาว่างสำหรับการซื้อน้ำและอาหารสำหรับไว้ทานบนเขาทั้งหมด 3 - 4 มื้อ จากนั้นจะไปรวมกันที่จุดรวมพลบริเวณหมู่บ้านเพื่อจัดกลุ่มสำหรับเดินป่า โดย 1 กลุ่ม จะมีประมาณ 10 คน หากใครมาก่อนก็ได้เดินก่อน บางทีก็ต้องรอให้คนมาครบจำนวนจึงจะออกเดินทางได้ แต่ควรมาถึงที่จุดรวมพลไม่เกิน 09:30 น. จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่นำทางจะตรวจบัตรและเริ่มออกเดินทางจากหมู่บ้านไปยังด่านตรวจเป็นจุดแรก บริเวณนี้ทางอุทยานจะมีการนำไม้ไผ่มาทำเป็นไม้เท้าเดินป่าให้สำหรับคนที่ไม่มี ซึ่งไม้เท้านี้ช่วยให้เดินง่ายขึ้นมาก ๆ แนะนำว่าถ้าสามารถซื้อหรือพกไปเองได้ควรพกไปเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น

หมู่บ้านอีต่องยามเช้าเจ้าหน้าที่นำทาง 1 คนต่อ 10 คน ใครที่มาคนเดียว ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวเหงา เพราะระหว่างทางในการเดินป่า มักมีบทสนทนาที่ทำให้เราได้รู้จักมิตรภาพใหม่ ๆ ภายในกลุ่ม บางทีอาจจะเจอคนที่เกี่ยวข้องกันอย่างรุ่นพี่ร่วมสถาบันหรือเพื่อนของเพื่อน ซึ่งทำให้เราได้รับรู้ว่าแม้โลกจะกว้างขนาดไหนแต่โลกก็ยังกลมมากพอที่จะพาเราไปเจอใครบางคน   แม้ว่าแดดจะร้อนแต่ด้วยความสูงของเขาและโชคช่วย ทำให้ตลอดการเดินทาง 8 กิโลเมตร จะมีสายลมช่วยพัดพาบรรเทาความร้อนให้เหล่านักเดินทางได้หายเหนื่อยไปในระดับหนึ่ง 

ถ่ายรูปรวมกลุ่มระหว่างเดินป่า โดยการเดินป่าจะมีจุดแวะพักทั้งหมด 8 จุด แต่อาจจะมีพักเพิ่มเพื่อรอสำหรับคนที่เดินช้าหรือเดินต่อไม่ไหว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ควรจะถึงจุดกางเต็นท์บนเขาช้างเผือกไม่เกิน 14:00 น. ขอบอกว่ามีสัญญาณโทรศัพท์ตลอดเส้นทางยกเว้นบริเวณ ดงไผ่ แต่สัญญาณจะค่อนข้างอ่อน ช่วงแรกของการเดินทางจะไม่ค่อยลำบากมากเท่าไหร่แต่จะเริ่มโหดมากขึ้นเมื่อผ่านบริเวณจุดพัก ดงไผ่ เพราะเริ่มมีการปีนเขา สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างนึงเลยก็คือ ถุงมือ เพราะระหว่างทางจะมีเชือกไว้จับระหว่างปีนเดินขึ้นเขาชัน ๆ  รวมถึงหญ้าระหว่างทางที่ค่อนข้างคม หรือถ้าไม่อยากพกถุงมือมา ทางอุทยานก็มีขายในราคาคู่ละ 20 บาท แต่ต้องซื้อที่จุดลงทะเบียนเท่านั้น เพราะไม่มีขายระหว่างทาง บรรยากาศระหว่างทาง

ทางเดินเขาเมื่อถึงจุดกางเต็นท์พวกลูกหาบก็จะมาช่วยเรากางเต็นท์ ทางเจ้าหน้าที่จะให้เราพักจนถึงเวลา 15:30 น.แล้วจึงเดินทางต่อไปยังยอดเขาช้างเผือกที่มีธงชาติและป้ายปักอยู่ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในหมู่ขุนเขาแถบนี้  ซึ่งจุดนี้จะต้องผ่านช่วงสันคมมีด และทางที่ค่อนข้างชันและแคบ แต่ก็จะมีเจ้าหน้าที่และลูกหาบคอยช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยหายห่วงแน่นอน ในจุดนี้ใครจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็แล้วแต่ หลายคนอาจมองว่า บริเวณสันคมมีดเป็นจุดที่น่าหวาดเสียวที่สุดแต่สำหรับผู้เขียนแล้วจุดที่น่าหวาดเสียวคือทางเดินบางช่วงที่แคบและมีหญ้าข้างทางค่อนหนา ทำให้เรามองขอบเขตในการเดินไม่ค่อยเห็นทางเดินสู่ยอดเขาช้างเผือก

ภาพจากบริเวณยอดเขาช้างเผือกหลังจากลงจากยอดเขาแล้วก็เป็นช่วงเวลาสำหรับมื้อค่ำ โดยใครต้องการน้ำร้อนสามารถนำน้ำไปให้ลูกหาบต้มให้ได้ หลายคนอาจจะชินกับการไม่ทานมื้อเย็น ขอบอกเลยว่า บางทีอาจจะมีคนทำหมูกระทะหรืออาหารกันหน้าเต็นท์ กลิ่นอาหารนี่ชวนหิวมาก ๆ แนะนำว่าควรพกอาหารไปให้เพียงพอ เพราะเมื่ออยู่บนนั้นไม่มีอะไรขาย แล้วต้องทนหิวเหมือนผู้เขียน แต่เรายังโชคดีที่พี่ ๆ กลุ่มที่เดินมาด้วยกันชวนไปกินข้าวด้วย ทำให้รอดตายไปได้หนึ่งมื้อ ต้องขอบคุณจริง ๆ 

จบมื้อค่ำแล้วก็เป็นช่วงเวลานั่งชิว หลายคนอาจมีเรื่องเล่าให้คุยกันได้ยาว ๆ อย่างเรื่องผีที่นักเขียนได้เจอบริเวณทางโค้งก่อนถึงที่ทำการอุทยานเหมือนกันกับกลุ่มพี่ที่เดินมาด้วยกันแต่คนละที่ ซึ่งพี่เขาเจอที่บริเวณจุดชมวิว  หรือบางครั้งความเงียบก็ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางในวันนั้นได้ เมื่อท้องฟ้าเริ่มเป็นใจสำหรับชาว astrophile ที่กำลังรอคอยแสงจากดวงดาวซึ่งหาได้ยากในเมืองหลวง หากใครโชคดีก็อาจจะได้เจอไว ใครที่โชคไม่ดีก็คงต้องรอจนดึก ทะเลดาวบนเขาช้างเผือก

ผ่านไปหนึ่งคืนสำหรับเขาช้างเผือก ใครที่ตื่นเช้ามาแล้วต้องการกาแฟหรือน้ำร้อนทำธุระก็สามารถนำน้ำมาให้ลูกหาบช่วยต้มได้อีกเช่นเคย อีกความสะดวกอย่างนึงคือเมื่อเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ก็สามารถบอกให้ลูกหาบช่วยเก็บเต็นท์ลงเขาได้เลย แนะนำว่าให้ลงเขาแต่เช้า ๆ เพราะอากาศอาจจะร้อน การเดินทางกลับอาจจะลำบากบ้างในช่วงแรกของการข้ามเขาลูกแรก ซึ่งคนส่วนมากมักจะเป็นตะคริวกัน แต่หลังจากนั้น ทางจะค่อนข้างสบาย เดินได้ไวกว่าขามา เมื่อลงจากเขาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สามารถหาข้าวที่บริเวณหมู่บ้านกินได้ โดยทุกคนจะต้องไปรับเกียรติบัตรที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ซึ่งมีห้องน้ำบริการสำหรับใครที่ต้องการจะอาบน้ำ และยังสามารถขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยโบกรถนักท่องเที่ยวกลับกรุงเทพ ฯ หรือ บขส.กาญได้อีกด้วย 

สำหรับทริปนี้ต้องขอบอกว่า ดีใจที่ได้รู้จักกับผู้ร่วมทริปทุกคน ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือกันมาและแบ่งปันรูปภาพสวย ๆ ตลอดทริป ทั้งพี่ทัช พี่แบงค์ พี่บอส พี่นัน พี่น้ำ และตอนยอน เพื่อนร่วมทางที่มาคนเดียวเหมือนกัน หวังว่าจะได้พบกันใหม่ในทริปหน้า :)

ถ่ายรูปรวมก่อนกลับ

รูปภาพจาก นักเขียนและ พี่แบงค์ 

 

วันลาเหลือใช่ไหม อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด