คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

ทริปในความทรงจำ บ้านกร่างแค้มป์ อช.แก่งกระจาน ณ เมืองเพชรบุรี

Oh Wanwisa
Oh Wanwisa
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Oh Wanwisa
แจ้งตรวจสอบ
ทริปในความทรงจำ บ้านกร่างแค้มป์ อช.แก่งกระจาน ณ เมืองเพชรบุรี

     "บ้ารึเปล่า ไปนอนกางเต้นท์ในป่าในเขา มันอันตรายนะ" นี่คือคำที่ใครหลาย ๆ คนมักบอก แต่ทำไงได้ละ ก็คนใจมันรักนี่นา ขอสักครั้งในชีวิตได้เดินตามความฝัน ได้ไปนอนกลางเต้นท์ตามอุทยานต่าง ๆ ในประเทศไทยกับเค้าบ้างเถอะ งั้นเราเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า go go 

ใบสีชมพูภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

เมื่อเราเดินทางมาถึง ด่านแรก : ด่านตรวจเขาสามยอด จะได้ "ใบสีชมพู" จากทางเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เรากรอกรายละเอียด และประทับตราจุดเช็คอิน ซึ่งเราต้องติดรถไว้ตลอดที่อยู่ใน อช.แก่งกระจานนะคะ 

ระหว่างทางไปด่านบ้านกร่างภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

ระหว่างทางจาก ด่านตรวจเขาสามยอด ไป ด่านที่สอง : ด่านบ้านกร่าง ที่มีทั้งอุนจิช้าง สลับกับกิ่งไม้ที่หักตามข้างทาง ตลอดเส้นทาง (โอ๋ก็แอบหวั่นใจอยู่ลึก ๆ เกรงว่าจะเจอเจ้าของอุนจิกองนั้น 555) 

ด่านบ้านกร่างภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

มาถึง ด่านที่สอง : ด่านบ้านกร่าง เป็นที่เรียบร้อย แวะมาจุดบริการนักท่องเที่ยวแจ้งเข้าพัก วันนี้(5/4/19) เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์ 3 คน (เยอะมาก)

Advertisement

Advertisement


หมายเหตุ  : รถมอเตอร์ไซด์ ทางอุทยานจะไม่อนุญาตให้เข้าไปนะคะ เนื่องจากเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง และเพื่อไม่ให้เสียงเครื่องยนต์รบกวนสัตว์ป่า ก็ขนาดโอ๋เอารถกระบะไป ยังหวั่น ๆ กับการเจอพี่ใหญ่ หรือเจ้าตีนโต ที่โอ๋ขอตั้งชื่อให้เองเลย และหากจะขึ้นไปพะเนินทุ่ง รอบสุดท้าย ตามปกติต้องไปถึงที่ด่านนี้ 13.00-15.00) แต่ตอนนี้ปิดนะจ้ะ

**เจ้าตีนโต คือช้างป่าที่แอบมาจะเอ๋โอ๋ตอนดึก แบบใกล้กันมาก ตอนนั้นหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว หายใจไม่ทั่วท้องเลยละ ทำอะไรไม่ถูก ภาวนาให้ไปสักทีเถอะ

ขึ้นลานกางเต้นท์ภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

ไปจุดกางเต้นท์กันเถอะ ... จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เลี้ยวซ้ายขึ้นมาจะเจอสามแยก (ตามภาพ) **ซึ่งปัจจุบัน เส้นทางไปพะเนินทุ่งปิด เพื่อทำการปรับปรุงเส้นทาง 560 วัน (ตั้งแต่1/11/2561) หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ เลี้ยวขวาขึ้นลานกางเต้นท์  จุดที่พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า ช้างไม่ขึ้นไปหรอก 555

Advertisement

Advertisement

ยามบ่ายกินมาม่ากันสักหน่อยภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

ยามบ่ายกินมาม่าเพิ่มพลังกันสักหน่อย (เห็นอากาศดีแบบนี้ อีกสักพักพายุเข้าจ้า)

จู่ๆฝนตกภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

หลังจากที่จู่ ๆ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง สภาพเต้นท์เปิดซิง (เต้นท์หลังที่ 2) ที่มีดีตรงเข้าออกได้ 2 ทาง ก็ยังเอาไม่อยู่ ค่อย ๆ พับลงมากองตามภาพ

เมื่อพายุสงบ กางใหม่ก็ได้เนอะภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

เมื่อพายุสงบ กางใหม่ก็ได้เนอะ (คราวนี้ปักเสา อย่างแน่นหนากันเลยทีเดียว)

ย่างหมูเรียกแขกกันสักหน่อย เอ๊ย!! ไม่ใช่สิ ภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

ยามค่ำคืนก่อนนอน ย่างหมูเรียกช้างกันสักหน่อย เอ๊ย!! ไม่ใช่สิ  หลังจากที่อิ่มหมีพีมันกับเมนูหมูย่างกันแล้ว ก็ได้เวลาไปอาบน้ำเข้านอนกัน 

Advertisement

Advertisement


**เหตุการณ์หลังจากนี้ (ค่ำคืนอันน่าสะพรึง) โอ๋ขอนำมาเรียบเรียงให้อ่านกันแบบคร่าว ๆ นะ (เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยนะคะ)

“เข้าป่า อย่าเอ่ยถึง เสือ ช้าง” เพราะเดี๋ยวจะเจอ คำ ๆ นี้ยังใช้ได้อยู่นะ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโอ๋ดันไปเผลอพูดที่จุดเช็คอิน (บ้านกร่าง) หรือเปล่าว่า “ช้างเค้าคงไม่เดินขึ้นเนินมาหรอกมั้งพี่” หลังจากที่พี่ ๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าปิดจุดกางเต้นท์ด้านล่าง ให้ขึ้นไปกางเต้นท์บนเนินเขาด้านบนแทน เพราะช้างลง กลัวจะอันตราย ที่ไหนได้ เดินอ้อมเขามาจร้า แถมเดินลงมาแบบสวย ๆ อีกด้วยนะ 

----------------- 6/4/2019 -----------------

เวลา 01.20 น. หลังจากนอนฟังเสียงสัตว์ร้องไปเรื่อย และระแวงกับเสียงย่ำเท้าของ??? สักพักก็ได้ยินเสียงร้องโฮกกกกดังก้องป่าเลย (หัวใจนี่ หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที) แล้วป่าก็เงียบสงัด จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเดินย่ำเท้าแบบหนัก ๆ จากทางด้านซ้ายของเต้นท์

สักพักเหมือนมีตัวอะไรมาเดินชนฟลายชีทจากทางด้านหลังขวามือของเต้นท์ โอ๋นี่เด้งตัวขึ้นมาทันที หันไปมองด้านขวาเห็นเป็นเงาดำใหญ่ (ในใจคิดว่า อย่าบอกนะว่าเป็น ...) และเสียงน้ำฝนที่นองเป็นแอ่งบนฟลายชีทหล่นลงมา ทีละด้าน ซ้าย และขวา จากนั้นเสียงก็เงียบไป (เหมือนจะวัดใจกันว่าใครจะนิ่งกว่ากัน) ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ คือมันเงียบไปอ่ะ แล้วยังไงต่อ

โอ๋เลยตัดสินใจ ค่อย ๆ รูดซิปเพื่อส่องดูที่หน้าเต้นท์ ว่ามีตัวอะไรรึเปล่า ภาวนาว่าอย่าเจอตัวที่คิดไว้เลยนะ เพี้ยง!! พอส่องดูเท่านั้น แทบจะหยุดหายใจ ปรากฏว่าเป็นช้างตัวสูงเกือบ 2 เมตร (ที่รู้เพราะพี่เค้ายืนตรงเสาฟลายชีทพอดี) แบบยืนเด่นเป็นเงาดำตรงหน้าเต้นท์ ชัดเจนมาก และมาแบบซ้ายและขวา มากันเป็นทีมแพค3 โอ๋ก็สตั้นท์ไปพักใหญ่ (คือมันจะล้มเต้นท์เรามั๊ยนะ) พอได้สติก็ค่อย ๆ รูดซิปปิด รีบสะกิดเพื่อนให้ตื่น เพื่อนก็ตกใจที่จู่ ๆ ถูกปลุก โอ๋ก็ได้แต่กระซิบบอกเพื่อนว่าให้ทำตัวเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไว้

สักพักใหญ่เจ้าตีนโตก็เดินหายไปพร้อมกับทีมงาน เหลือไว้แต่เสียงร้องโฮกกกก ดังสนั่นป่า จนมีแสงไฟกระพริบ ๆ มาเป็นระยะ ส่องมาที่เต้นท์ ตามมาด้วยเสียงพี่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ส่งเสียงไล่ช้างมาจากด้านล่าง (ได้ยินพี่เค้าพูดว่าปกติช้างมันไม่ขึ้นมาบนนี้นะ แปลก วันนี้ทำไมขึ้นมาไม่รุ) **แหมมช่างเลือกวันขึ้นมาจริง ๆ นะเจ้าช้าง

เวลา 02.30 น. เจ้าตีนโตไปแล้ว แต่ความระแวงยังอยู่ เลยทำให้ตาสว่างนอนไม่ลงละ คือตั้งแต่มามันเจออะไรที่ไม่เคยเจอมากมาย ทั้งขี้ช้าง รอยหักสดใหม่ริมทาง จู่ ๆ ฝนตกห่าใหญ่ ฯลฯ อะไรที่ไม่คิดว่าจะเจอก็เจอ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เช้าไว ๆ อยากลงจากเขาเต็มที่แล้ว ระหว่างที่พิมพ์บันทึกอยู่นั้น ก็ยังรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรเดินมาสำรวจรอบ ๆ เต้นท์ วนไปมา เป็นเงาดำ ๆ คล้ายสุนัข แต่ตัวไม่ใหญ่มาก (สังเกตเอาจากเงา) 

ห้องน้ำลานกางเต้นท์ภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

เวลา 05.45 น. ไม่รู้โอ๋เผลอหลับไปเมื่อไหร่ สะดุ้งตื่นตอนที่ได้ยินเสียงรถมอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่ขี่ขึ้นมาดูร่องรอยเจ้าตีนโต เดิมทีเมื่อคืนพี่เจ้าหน้าที่คิดว่าเจ้าตีนโตน่าจะลงมาตรงทางขึ้นจุดกางเต้นท์ แต่เปล่าเลย มันมาจากป่าด้านข้างห้องน้ำชายต่างหาก (พิกัดเดียวกับที่โอ๋ได้ยินเสียงย่ำเท้าเมื่อคืน) ซึ่งใกล้กับเต้นท์ของโอ๋มาก (และมันก็จริง เจ้าตีนโตพร้อมพรรคพวกออกมาจากโพรงด้านหลัง ที่สูบน้ำ ใกล้ๆห้องน้ำชาย)

รอยเท้าช้างภาพถ่ายโดย : Oh Wanwisa

โอ๋เลยตื่นมาสำรวจดูข้าวของที่วางอยู่หน้าเต้นท์ ปรากฏว่าไม่มีอะไรเสียหายเลย ทุกอย่างวางอยู่ที่เดิม(น่าแปลกมาก) เหมือนเจ้าตีนโตเดินมาดู มาทักทายเฉย ๆ จะมีก็ที่หน้ากระจกรถ มีรอยจุ๊บจากปลายงวงนิดหน่อยฝากไว้เท่านั้น ส่วนรอบ ๆ รถนั้นร่องรอยเหยีบย่ำชัดเจนมาก(มีมารยาทสุด ๆ ) น่ารักไม่ทำลายข้าวของ 555

พี่เจ้าหน้าที่ยังแวะมาย้ำอีกนะว่า ปกติเจ้าตีนโตมันดุนะ และไม่ค่อยขึ้นมาบนเนินเขา แต่ครั้งนี้มาแปลก อ้อมมาอีกทาง เดินลงมาเงียบ ๆ แถมไม่ทำร้ายใคร (งานนี้ใครจะว่างมงายก็ช่าง แต่ยังไงโอ๋ก็เชื่อว่าเป็นเพราะเจ้าป่าเจ้าเขาที่ท่านคุ้มครอง)

เวลา 09.20 น. ล้อหมุนออกจากบ้านกร่างแค้มป์อย่างรวดเร็ว (เต้นท์เอย ฟลายชีทเอยที่เปียก ไว้ค่อยเอามาตากที่แก่งกระจานต่อละกัน) ตลอดเส้นทางลงเขา เจอทั้งขี้ช้าง รอยหักของต้นไม้ข้างทาง รอยใหม่ ๆ ทั้งนั้น จนถึงทางออก

สรุป

คือมันราบรื่นทุกอย่าง (เหมือนที่ขอไว้เลย ฝนไม่ตก ลมไม่แรง แต่มีช้าง) และเชื่อมั๊ย ก่อนมาโอ๋ดูจะดูรีวิว หาข้อมูลพะเนินทุ่งเยอะแยะมากเลย (ซึ่งโอ๋จะทำทุกครั้งก่อนไปกางเต้นท์ที่ไหนก็ตาม) แต่กลับไม่เคยเห็นข่าวว่า พะเนินทุ่งปิดปรับปรุง แต่พอวันนี้กลับมาพิมพ์ ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน กลับมีข้อมูลแจ้งเรื่องพวกนี้ขึ้นมา เหมือนเค้าอยากให้มายังไงไม่รุ (เพราะถ้ารู้ว่าปิดปรับปรุงตั้งแต่แรกโอ๋ก็จะไม่มา เพราะโอ๋กับเพื่อนอยากขึ้นไปพะเนินทุ่งต่างหาก) แต่พอมาถึงด่านบ้านกร่างแล้ว ไปพะเนินทุ่งไม่ได้ งั้นพักที่นี่แทนก็ยังดี

และพอโอ๋กับเพื่อนลงมากางเต้นท์ที่ริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานแทน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่า คงมีใครอยากให้มาจริง ๆ นั่นแหละ เพราะมีกลุ่มที่มากางเต้นท์ที่แก่งกระจาน เค้าแวะขึ้นไปที่บ้านกร่าง ในตอนสายวันนั้น แต่ด่านบ้านกร่างปิด (คือโอ๋ลงมาปุ๊บแล้วด่านก็ปิดเลย) เพราะช้างลง กลุ่มพี่ ๆ เลยอดเข้าไป (พี่เค้ากลับมาเล่าให้ฟัง) โอ๋กับเพื่อนก็ได้แต่อึ้งนะ ส่วนพี่ ๆ เค้าก็บอก น้องโชคดีนะที่เจอ ช้าง แถมเค้ายังไม่เกเรใส่อีกด้วย ปกติต้องดุ ฟาดงวง ฟาดงาใส่แล้ว (โอ๋ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ) คิดว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่รอดมาได้

 

ภาพปกโดย : Oh Wanwisa

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด