คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

กว่าจะมาเป็น "อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล" โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุด

Aishi
Aishi
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Aishi
แจ้งตรวจสอบ
กว่าจะมาเป็น "อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล" โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุด

             เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี  หนึ่งแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาด ก็คือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่ อยู่คู่เมืองจันทบุรีมากว่า 100 ปี ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามของที่แห่งนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

ด้านหน้าโบสถ์ มุมกว้าง               โบสถ์คาทอลิกแห่งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2254 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีชาวเวียดนามที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก ประมาณ 300 คน ลี้ภัยจากการเบียดเบียนทางศาสนาในโคชิน มาตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดจันทบุรี และต่อมาในปี 2255 คุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโน ได้รับสั่งจากพระสังฆราชบีอองเดอ ซีเซ ให้จัดสร้างวัดหลังที่ 1 ขึ้น บริเวณริมแม่น้ำจันทบุรีฝั่งตะวันตก หลังจากนั้น ชุมชนความเชื่อแห่งนี้ ก็ได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยจำนวนคริสตชนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องสร้างวัดหลังใหม่ เป็นหลังที่ 2 (ปี 2295) และหลังที่ 3 (ปี 2377) ซึ่งมีคุณพ่อมัทธีอัส โต ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เป็นผู้ดูแลและดำเนินการจัดสร้าง ซึ่งวัดหลังที่ 3 ได้ย้ายข้ามฝั่งมาอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรี

Advertisement

Advertisement

                ต่อมาในปี 2398 ชุมชนคาทอลิกได้มีจำนวนคริสตชนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กว่า 1,000 คน จึงได้มีการจัดสร้างวัดหลังที่ 4 ขึ้น ระยะเวลาผ่านไป จนกระทั่งปี 2443 จำนวนคริสตชนได้เพิ่มขึ้นมากถึง 2,400 คน ทำให้วัดหลังที่ 4 ไม่สามารถรองรับจำนวนคริสตชนได้เพียงพอ บาทหลวงเปรีกาล เจ้าอาวาสในสมัย จึงได้จัดสร้างวัดหลังที่ 5 ขึ้น ซึ่งเป็นโบสถ์หลังปัจจุบัน เชื่อกันว่า ได้รับอิทธิพลมาจากมหาวิหารน็อทร์-ดาม เพราะช่วงที่สร้างขึ้นอยู่ในช่วงที่ฝรั่งเศสยังยึดครองเมืองจันทบุรีอยู่นั่นเอง โดยโบสถ์หลังนี้ได้มี พิธีเสกศิลาฤกษ์วันที่ 6 มกราคม 2449 และเริ่มประกอบพิธีมิสซาครั้งแรก ในปี 2450 ซึ่งจะเห็นได้ว่า ชุมชนคาทอลิกแห่งนี้ ได้หล่อหลอมความเชื่อของคริสตชนมายาวนานกว่า 300 ปี

Advertisement

Advertisement

ด้านหน้าโบสถ์

  • โบสถ์หลังปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นในปี 2449 

                 อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ที่เราได้เห็นอยู่นี้ แม้จะเป็นโบสถ์หลังที่ 5 ที่ถูกสร้างมากว่า 100 ปี เมื่อเวลาผ่านไป ก็ต้องทรุดโทรมเป็นธรรมดา ทำให้ในปี 2552 ได้มีการบูรณะสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน บริเวณพระแท่นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ระบบเครื่องเสียง และภูมิทัศน์ด้านนอก แต่ก็ยังมีส่วนที่เป็นของเดิมอยู่ เช่น กระจกสีสเตนกลาสที่ติดตั้งในปี พ.ศ. 2455 – 2457 พื้นกระเบื้องที่นำเข้าจากฝรั่งเศส เพดานไม้ตะเคียนที่มีลักษณะท้องเรือโนอาห์ (เรือที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 6 ของศาสนาคริสต์) รวมถึงบันไดไม้เก่าแก่ ซึ่งปัจจุบันปิดใช้งาน ไม่สามารถขึ้นไปได้

Advertisement

Advertisement

หน้าพระแท่น

  • บริเวณด้านหน้าพระแท่น ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม กระจกสี
  • กระจกสีสเตนกลาส รูปนักบุญ

บันไดเก่าแก่

  • บันไดเก่าแก่ 100 กว่าปี 

                  นอกจากนี้ ยอดโดมปลายแหลมของอาสนวิหารฯ เคยถูกถอดออกในสมัยพิพาทอินโดจีน (พ.ศ.2483) เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายการโจมตีทางอากาศ เมื่อบูรณะจึงได้นำยอดโดมกลับมาใส่อีกครั้ง และใต้โดมฝั่งขวาได้มีการติดตั้งนาฬิกาโบราณขึ้น ในช่วงปี พ.ศ. 2452 มีเส้นรอบวงถึง 4.7 เมตร สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลถึง 2 กิโลเมตร

ยอดโดม                 อีกหนึ่งไฮไลต์ของโบสถ์แห่งนี้คือ รูปปั้นพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ที่ได้รับการบูรณะออกแบบใหม่ทั้งองค์ จากช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ประดับพลอยกว่า 2 แสนเม็ด 2 หมื่นกะรัต มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

รูปปั้นแม่พระ               ทั้งหมดนี้ คือ เรื่องราวประวัติศาสตร์ ของชุมชนความเชื่อในศาสนาคริสต์ ที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงอาสนวิหารฯ ที่ถือเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของคริสตชน ที่ยังคง ดำรงอยู่อย่างสวยงาม แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี จนได้รับขนานนามว่า เป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดของประเทศไทย

                อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เปิดให้เข้าเยี่ยมชม ตั้งแต่เวลา 9.00 – 12.00 น. และ 13.00 -15.00 น. แต่หากวันไหนทางโบสถ์มีพิธีกรรมทางศาสนา เช่น พิธีแต่งงาน พิธีศพ ทางอาสนวิหารฯ จะงดให้เยี่ยมชม

การเดินทาง คลิกที่นี่ 


 ภาพ & เขียน : Aishi 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด