อื่นๆ
รถสยองซ่อนวิญญาณ

ภาพ ผู้เขียน
อ.อเวจี เขียน
ช่วงบ่ายของเสาร์มีคนขับรถกระบะสีดำ ท้ายมีคอกยกสูงเหมือนรถบรรทุกสินค้าของพ่อค้าเร่ นำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณปากซอยเข้าบ้าน
บริเวณดังกล่าวในวันอาทิตย์จะเป็นสถานที่จัดตลาดนัดขายอาหารการกินจากกลุ่มพ่อค้าเร่ เพราะฉะนั้นรถกระสีดำที่มาจอด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะอาจจะเป็นรถของพวกพ่อค้าตลาดนัดนั่นเอง สถานที่จัดตลาดนัด เป็นที่ดินส่วนรวมของหมู่บ้าน มักใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของโดยเฉพาะในเทศกาลสำคัญ ๆ
แม้ว่าความเจริญจะรุกล้ำเข้ามาในหมู่บ้านรอบนอกเขตเทศบาลค่อนข้างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งวันทั้งคืน
เพียงแค่สิ้นแสงสนธยา ความมืดและความเงียบก็เข้ามาเยือน มีแสงไฟที่หัวถนนเพียงหลอดเดียวเท่านั้น และสาดให้เห็นรถกระบะค่อนข้างชัดเจน
ยังไม่มีใครเห็นเจ้าของรถกระบะ เขาอาจจะนอนหลับอยู่ในรถก็เป็นได้
Advertisement
Advertisement
ชาวบ้านที่นี่ ไม่ค่อยให้ความสนใจใคร มืดค่ำก็เข้าบ้านใครบ้านมัน เพราะอาชีพของแต่ละคนส่วนใหญ่ใช้แรงงานทำงาน
และไม่ได้มีแหล่งบันเทิงเริงรมย์ใดพอที่จะทำให้ชาวบ้านออกจากบ้านในยามค่ำคืน
รถกระบะคอกสูงยังจอดสนิทอยู่ที่เดิม แสงสว่างจากไฟหัวถนนเพียงแค่สาดส่องถึงสามารถมองเห็นได้ แต่ไม่ถึงขั้นว่าจะมองเห็นรายละเอียดว่ามีผู้อยู่ในรถหรือไม่
ยิ่งมืด แสงสว่างจากหลอดไฟหัวถนนก็ดูเหมือนกับว่าจะยิ่งสว่างไสว จนกระทั่งทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่าเดิมว่ารถกระคอกสูงนั้นเหมือนกับกำลังเคลื่อนไหว
ไม่ใช่ว่ากำลังแล่นออกจากบริเวณที่จอด ทว่าเหมือนมีใครบางคนอยู่ข้างใน
รถโยกคลอน เหมือนกำลังมีการขยับตัวขย่ม เสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมา
“อูย”
น้ำเสียงที่ดังออกมาภายนอกนั้นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจาก...
ให้ตายเถอะ!
ถ้าหากมีใครสักคนสามารถปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดได้แล้ว จะมองเห็นว่า มีความเคลื่อนไหวภายในห้องโดยสารตอนหน้าจริง ๆ
Advertisement
Advertisement
เงาตะคุ่มที่กำลังขย่มจนทำให้รถกระบะโยกคลอนตามจังหวะนั้น เป็นร่างของหญิงสาวอย่างไม่ต้องสงสัย
แสดงว่า เจ้าของรถกระบะสีดำคอกสูงคันนี้เป็นคู่สามีภรรยา ต่างนอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน รอจนกระทั่งมืดค่ำจึงได้เริ่มมีกิจกรรมบางย่างเกิดขึ้น ไม่แปลกอะไรถ้าหากคนเราจะอารมณ์เปล่าเปลี่ยว และบรรยากาศในยามนี้ก็ชวนให้เกิดอารมณ์อย่างว่าได้ด้วย
รถกระบะค่อย ๆ สงบนิ่งลงอีกครั้ง ราวกับว่ากิจกรรมอันสุดระทึกได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ความมืดและความเงียบที่เดินทางมาค่อนข้างพร้อมกันนับตั้งแต่สิ้นแสงทิวา ทำให้ทุกกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ต่อให้เบาแค่ไหน ก็ยังคงแว่วออกมาให้ได้ยิน

จู่ ๆ ประตูรถเปิดผางออกพร้อมกับเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
“แก! แก!”
น้ำเสียงนั้นเกรี้ยวกราดเห็นได้ชัด
โครม!
ประตูอีกฝั่งเปิดออกในลักษณะเหมือนถูกถีบ
Advertisement
Advertisement
“เป็นอะไรเนี่ย? กูถามว่าเป็นอะไร?”
ด้วยความที่บรรยากาศขณะนั้น เงียบสงัด ต่อให้เป็นเพียงแค่เสียงสายลมรำเพยก็ยังอาจจะได้ยินอย่างชัดเจน
เสียงของชายหญิงในลักษณะเกรี้ยวกราด ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะแว่วได้ยินเข้าไปถึงในหมู่บ้านชัดเจนแค่ไหน
และที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ
หมาเห่า เสียงเห่าเริ่มเปลี่ยนเป็นหอน และมันกลายเป็นน้ำเสียงที่สุดยะเยือกราวกับว่าพวกมันกำลังมองเห็นปรากฏการณ์บางอย่างที่สายตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็น
“มึงจะเอายังไง มึงต้องการอะไรจากกู?”
เสียงนั้นเป็นเสียงของผู้ชาย เกรี้ยวกราดรุนแรงกว่าเดิม
แต่แปลก!?
ประตูรถทั้งสองฝั่งที่เปิดออกเหมือนกับถูกกระแทกรุนแรง ฝั่งหนึ่งควรจะเป็นผู้หญิงผลุนผลันออกมา อีกฝั่งก็ควรจะเป็นผู้ชาย
แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า...ไม่มีใครก้าวออกมาเลย
แสงนีออนมุมถนนสาดเข้าหารถกระบะสีดำคอกสูง และหากมีใครอยู่ในระยะสายตาจะยังคงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่วินาทีที่รถโยกสั่นราวกับกำลังมีการขย่มอย่างเร่าร้อนรุนแรง มองเห็นประตูที่เปิดผางออก
นอกจากมองเห็น...เสียงที่แว่วออกมา ก็ดังชัดเจน จนกระทั่งได้ยินถึงพวกหมาตัวใกล้สุด เสียงเห่ากระโชกดังขึ้น ถัดจากนั้นไม่นานก็กลายเป็นเสียงหอนโหยหวน
ทำให้บรรยากาศวิเวกวังเวงหนักหน่วงเข้าไปอีก
รถนั่นยังจอดอยู่ที่เดิม ประตูเปิดออกทั้งสองด้าน
“มึงต้องการอะไร?!”
บรู๊วววว์...โบร๋วววว์!
คุณพระช่วย!
เสียงกระโชกโฮกฮากเกรี้ยวกราดของผู้ชาย สลับกันไประหว่างเสียงกรีดร้องของผู้หญิง และเพียงไม่นานก็กลายเป็นเสียงเหมือนผู้หญิงกำลังร้องไห้
น่าแปลกที่สุด ยังไม่ปรากฏว่าจะมีร่างของใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ทั้ง ๆ ที่เสียงการพูดคุยและวิวาทดังลั่นออกอย่างนั้น
แสงไฟนีออนมุมถนน ยังคงสาดส่องมองเห็นรถกระบะยังคงจอดนิ่งอยู่ที่เดิม มีเพียงแค่ประตูทั้งสองด้านเปิดออกค้างอยู่อย่างนั้น

บรรยากาศชวนให้วิเวกวังเวงกว่าเดิม เพราะเสียงของเห่าหอนของหมา นานแล้วที่ไม่เคยมีหมาส่งเสียงเห่าหอนอย่างต่อเนื่องยาวนานแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ใช่ฤดูกาลผสมพันธุ์ของพวกมัน และจะว่าไปแล้วชวนให้น่ารำคาญอยู่ไม่น้อย ผิดแต่เพียงว่ายังไม่มีชาวบ้านไหนกล้าเปิดประตูออกมาดูเท่านั้น
ถนนคอนกรีตเส้นเล็ก ๆ เข้าไปถึงในหมู่บ้านเวลานี้ว่างเปล่าและไม่ได้มีแสงสว่างตามรายทางเหมือนถนนในเมือง เพราะฉะนั้น ในยามค่ำคืนแบบนี้ จึงมองเห็นเพียงรางเลือนด้วยแสงจันทร์ แต่มันกลับกลายเป็นบรรยากาศอันสุดยะเยือกและสุดสะพรึงมากกว่าเดิม
จนกระทั่งใครคนหนึ่งผู้มีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุดอดรนทนไม่ไหว ลืมตาโพลง อากาศข้างนอกอาจจะค่อนข้างเย็น แต่ในมุ้งค่อนข้างอบอ้าว ไม่มีพัดลมช่วยบรรเทาความร้อนเสียด้วย
เขาเป็นชายวัยกลางคน พ่อม่าย ใช้ชีวิตเพียงลำพัง อาชีพรับจ้างทั่วไปเหมือนคนแถวนี้ ความจริงแล้ว เขาเพิ่งสะดุ้งตื่น เพราะเมื่อช่วงหัวค่ำ แค่กลับมาถึงบ้านหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายด้วยความเหนื่อยอ่อนเพลียบวกกับฤทธิ์ของเหล้าขาวดีกรีแรง
“เป็นบ้าอะไรโว้ย!”
ด้วยความที่เป็นคนบ้านนอก และอยู่ที่นี่มานานเน ไอ้เรื่องกลัวไม่เคยมีอยู่ในหัวอยู่แล้ว กลางค่ำกลางคืนยังสามารถออกไปเดินดุ่ม ๆ นอกบ้านได้สบาย ๆ
เขาคว้าไฟฉายคาดหัว ไฟค่อนข้างอ่อนแรง เพราะไม่ได้ชาร์จเตรียมเอาไว้ พ้นออกมาจากตัวบ้านแล้วชะงักนิดหนึ่งเมื่อสายลมรำเพยผ่านผิวกาย
มันยะเยือกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนกระทั่งขนลุกซู่ชูชัน
“ทำไมมันหนาวยังไงวะเนี่ย”
หลุดปากอุทานออกมาอย่างแปลกใจ แล้วก้าวออกจากบ้าน กราดไฟฉายคาดหัวไปตามถนน ทิศทางที่มาของเสียงหมา มาจากบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านโน่นแน่ะ
เดินพ้นบ้านเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ไฟที่คาดหัวอยู่ก็ยิ่งหรี่ลง...หรี่ลง อย่างน่าขัดใจ ทำให้ระยะการมองเห็นหดสั้นลงกว่าเดิม
หนุ่มใหญ่จุ๊ปาก อาการง่วงเหงาหาวนอนหายไปเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเขา วัยขนาดนี้แล้ว พอได้นอนเต็มตาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ถือว่าเพียงพอ
ความจริง เขามองเห็นรถกระบะคันสีดำมีคอกสูงที่จอดทิ้งเอาไว้ปากทาง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ใช่เวลาเปิดตลาดนัด
เมื่อตอนเย็นสังเกตเห็นว่ายังจอดสนิทอยู่ที่เดิม ไม่มีการเคลื่อนไหวไปไหน เขาเข้าใจเหมือนคนอื่น ๆนั่นแหละว่า คงเป็นรถของพวกพ่อค้าตลาดนัด
เสียงหมาเห่ากระโชกดังมาจากบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านจริง ๆ
หนุ่มใหญ่ชะงักเท้า เงี่ยหูฟังเสียง
“มึงต้องการอะไร?”
ชัดเจน เต็มสองหู เป็นเสียงเกรี้ยวกราดของผู้หญิง
หนุ่มใหญ่ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าตัวเขาไม่ได้หูตึงถึงขั้นแยกแยะอะไรไม่ออกว่าอันไหนเสียงหมาเห่า อันไหนเสียงคน
เขาไม่ได้หวาดกลัวอะไรอีกแล้ว เสียงเกรี้ยวกราดของผู้หญิง อาจจะต้องการความช่วยเหลือ มันไม่ควรจะมีเหตุการณ์เลวร้ายใด ๆ เกิดขึ้นภายในคืนนี้
หนุ่มใหญ่สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปตามถนน มุ่งหน้าบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านอันเป็นที่จัดตลาดนัด เขาค่อนข้างเชื่อว่า เสียงเกรี้ยวกราดของผู้หญิงมาจากรถกระบะสีดำมีคอกสูงคันนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งได้ยินเสียงทะเลาะวิวาท คราวนี้ไม่ใช่เสียงจากฝ่ายหญิงเพียงอย่างเดียว มีเสียงคำรามของฝ่ายชายด้วย
ต้องเป็นผัวเมียอย่างไม่ต้องสงสัย มิน่าล่ะ จึงเป็นที่มาทำให้หมาเห่าหอนดังไปทั้งหมู่บ้านแบบนี้
ไฟฉายคาดหัวแสงค่อนข้างริบหรี่ถูกสาดเข้าหารถกระบะ ในระยะราว 10 กว่าเมตรเท่านั้น แต่ถึงไม่ส่องไฟเข้าหา แสงสว่างจากหลอดนีออนหัวถนนก็ทำให้มองเห็นได้ว่า รถกระบะยังจอดสงบนิ่ง มีเพียงแค่ประตูทั้งสองด้านเปิดออก
เสียงทะเลาะวิวาทน่าจะดังออกมาจากภายในห้องโดยสาร
ใช่แน่ ๆ!
หนุ่มใหญ่ก้าวยาว ๆ ใกล้เข้าไปอีก ก่อนจะมีอาการชะงัก ตัวเย็นชาด้วยอาการตกตะลึงจังงัง เพราะกลิ่น...
กลิ่นคาวรุนแรงตลบอบอวลกระแทกจมูก
ลำพังแค่กลิ่นยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาของเขานั่นต่างหากที่ทำให้หนุ่มใหญ่รู้สึกเหมือนช็อก!
เหมือนกำลังมีการใช้อาวุธ เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร
เลือดสด ๆ สาดกระจาย กลิ่นคาวนั่นก็มาจากเลือด
หนุ่มใหญ่ตั้งสติได้ รีบก้าวพรวดพราดเข้าไปหาพร้อมกับร้องห้ามลั่น ใช่! นี่คือความกล้าหาญที่สุดของเขา
วินาทีนั้นหวังเพียงแค่ว่า จะสามารถช่วยหยุดยั้งสถานการณ์ที่กำลังเข้าขั้นเลวร้าย
“อย่า! อย่าฆ่ากันเลยครับ”
ถ้าหากการพุ่งเข้าไปหาดังกล่าวถือว่าเป็นความกล้าหาญสุดขีดแล้ว ขณะเข้าไปประชิดกับรถกระบะต้องเรียกว่ากล้าหาญยิ่งกว่า
แต่ว่าภายหลังความกล้าหาญ อาการตื่นตระหนกหวาดกลัวย้อนกลับมาเกิดขึ้นกับหนุ่มใหญ่ หัวใจของเขาเวลานั้นราวกับจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เลือดในกายเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้าง
แสงจากไฟฉายคาดหัว ในระยะประชิด มีหรือจะมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ภาพจะ ๆ เต็มสองตาของหนุ่มใหญ่ ถ้าหากว่ามันเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้แต่แรก อาจจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้านหวั่นไหวอย่างรุนแรงถึงขั้นช็อกแบบนี้
แต่ว่า...
ภาพที่หนุ่มใหญ่เห็นคือ ภายในห้องโดยสารซึ่งประตูเปิดออกทั้งสองด้านนั้น ว่างเปล่า!
มันว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง!!
พอตั้งสติได้ หูแว่วได้ยินเสียงกระหนุงกระหนิงของผู้หญิงผู้ชาย และเสียงหัวร่อต่อกระซิกแว่วตามมา ถัดจากนั้น หมาก็หอนโหยหวนรับเป็นทอด ๆ
คุณพระช่วยด้วยเถิด!
ความคิดเห็น






