อื่นๆ

วิญญาณร่ำไห้

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
วิญญาณร่ำไห้

มีศพมาตั้งบำเพ็ญที่ศาลาอีกศพหนึ่งแล้ว ทำให้ลุงหอน สัปเหร่อประจำวัดต้องรีบดื่มจนเมา มาย เพราะหน้าที่เฝ้าศพจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากแก  ไม่ได้กลัวหรอก แต่มันหนาว  ศพเป็นเด็กสาวประสบอุบัติเหตุซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แฟนหนุ่มพุ่งชนรถบรรทุกขนอ้อย คอหักตายคาที่

ขนาดว่าเมา ๆ ลุงหอนยังอดรู้สึกวังเวงและสลดหดหู่ไม่ได้อยู่ดี  แกมองไปในศาลา หน้าโลงศพ  ที่มีธูปปักอยู่ในกระถางทรายกระจายกลิ่นไปไกล  แต่บางครั้งเหมือนจะได้กลิ่นฉุนคาวเลือดล่องลอยอยู่ในบรรยากาศ  ต่อให้คุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้แค่ไหนก็ยังขนลุกซู่  ยิ่งดึกยิ่งรู้สึกเหมือนกับจะได้ยินเสียงร่ำไห้  มันอาจจะเบาหวิว  แต่เอาเข้าจริง  สัปเหร่อขี้กลัวอย่างแกก็แทบจะเผ่นพรวดออกมาจากตรงนั้น ด้วยหน้าที่ จำเป็นต้องคอยดูแล ไม่ให้ธูปเทียนมอด  เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์  แม้ว่าจะไม่มีใครคอยจับตาดู  ดังนั้นต่อให้เกิดอาการหวาดหวั่นแค่ไหน สัปเหร่อผู้เอาเหล้าย้อมใจก็ไม่เคยละเว้น

Advertisement

Advertisement

รูปที่โชว์หน้าโลง เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งเพิ่งเรียนมัธยมปีที่สี่  เธอทะเลาะกับแม่ที่ยังเห็นว่าเธอเป็นเด็ก ไม่ควรทำตัวเหลวไหลออกนอกลู่นอกรอย ใครจะคิดว่าการทะเลาะครั้งนี้ เหมือนเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย เด็กสาวหนีออกจากบ้านซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของแฟนหนุ่ม  พ้นออกมาจากบ้านได้แล้ว  ก็เหมือนนกตัวที่หลุดออกจากกรง  แฟนหนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์ห้อตะบึงไปตามถนนในความมืด โดยมีเด็กสาวเกาะซ้อนท้ายกอดเอวแน่น  ความเร็วของรถยังน้อยกว่าหัวใจของพวกเขาที่เพิ่งได้อิสระ และรู้สึกเหมือนเพิ่งสมหวังครั้งแรก ถนนเส้นนั้น ไม่ได้มีแสงไฟตามรายทางเพื่อความปลอดภัย เพราะมันเป็นเพียงถนนราดลาดของทางหลวงชนบท ในฤดูกาลนี้ รถบรรทุกขนอ้อยเข้าโรงงานมักใช้เส้นทางนี้ ด้วยว่ามันใกล้กว่าการใช้ถนนหลวง สามารถย่นระยะทางถึงโรงงานได้มาก

จากสภาพศพของเด็กสาวที่คอหักหมุนโดยรอบ ทำให้ลุงหอนผู้จำเป็นต้องพิธีผูกมัดตราสังข์ด้วยมือของตัวเอง อดคิดไม่ได้ว่าความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกอ้อยนั้น จะเร็วสักขนาดไหนกันนะ จึงทำให้เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสองคอหักทั้งคู่ได้ ศพของเด็กหนุ่มถูกแยกไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านของเขา

Advertisement

Advertisement

เทียนหน้าโลงไหววูบ เช่นเดียวกับควันธูป พร้อม ๆ กับกลิ่นเหมือนเลือดสด ๆ เตะจมูกลุงหอนที่เพิ่งจะหมุนร่างเดินออกมา และที่ทำให้สัปเหร่ออย่างแกเกือบจะสร่างเมาเสียเดี๋ยวนั้นก็คือรู้สึกเหมือนแว่วได้ยินเสียงร้องไห้สะอืกสะอื้น เสียงดังกล่าวดังออกมาจากโลงศพที่ตั้งอยู่เบื้องหลังของแกนั่นเอง

อ. อเวจี ; เขียน

ภาพโดย Stefan Keller จาก Pixabay

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์