ความรู้

เครื่องบูชา​คาถา​พัน​ เครื่อง​บูชา​กัณฑ์​สะท้อน​ชีวิต​

1.2k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เครื่องบูชา​คาถา​พัน​ เครื่อง​บูชา​กัณฑ์​สะท้อน​ชีวิต​

ท่านเคยได้ยินคำว่าฮีตสิบสองคองสิบสี่​ ของคนอีสานหรือไม่​ คำนี้หากใครเป็นคนอีสานขนานแท้คงจะเคยได้ยินมาบ้าง​

ฮีตสิบสองคองสิบสี่​ หมายถึง​ แนวปฏิบัติ​ของคนอีสาน​ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสองหลักใหญ่​ ๆ​ คือการปฏิบัติ​ตามฮีต​ และการปฏิบัติ​ตามคอง

การปฏิบัติตามคอง

คำว่า​ "คอง" มาจากคำว่า​ "ครรลอง" ซึ่งหมายถึงแนวทางหรือแบบฉบับ​ ดังนั้นการปฏิบัติ​ตามคองจึงหมายถึง​ การปฏิบัติ​ตามแนวทางที่บรรพบุรุษ​ได้บัญญัติ​ไว้​ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแบบฉบับที่จะนำไปสู้ความเจริญรุ่งเรือง​ในสังคม​ ซึ่งมีทั้งสิ้น​ ๑๔​ ข้อ​ หนึ่งใน​ ๑๔​ ข้อนี้​ คือ​ ฮีตปีคองเดือน ซึ่งก็หมายถึง​ ฮีตสิบสองนั้นเอง

การปฏิบัติตามฮีต​

คำว่า​ "ฮีต" ​ มีความหมายตรงกับคำว่า​ "จารีต"  ดังนั้นการปฏิบัติตามฮีตจึงหมายถึง​ การปฏิบัติ​ตามจารีตประเพณี​ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ​ที่ถูกถ่ายทอด​มาจากบรรพบุรุษ​ นั้นคือประเพณีสิบสองเดือน จากที่กล่าวมาข้างต้นคำว่าฮีต​สิบ​สอง​ แท้จริงเป็นส่วนหนึ่งของคองสิบสี่​ ซึ่งเป็นคองข้อที่​ ๑๒​ ว่าด้วย​ ฮีตปีคองเดือน​ นั้นเอง
หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเอาชื่อคองเพียงข้อเดียว​มาตั้งเป็นชื่อแนวปฏิบัติ​ ว่า​ "ฮีตสิบสอง​ คองสิบสี่" แล้วคองข้ออื่น​ ๆ​ หละ​ ทำไมไม่เอามาตั้งชื่อด้วย​ สาเหตุก็เพราะคนอีสานหากเห็นว่าสิ่งใดสำคัญก็จะให้ความสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษ​ การนำฮีตปีคองเดือน ซึ่งแท้จริงเป็นเพียงหนึ่งในคองสิบสี่​ มายกฐานะให้เท่ากับคองสิบสี่ก็เพราะ  ฮีตปีคองเดือนถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากของคนอีสาน​ เนื้อหาว่าด้วยการปฏิบัติ​ตามประเพณีทั้งสิบสองเดือน​ ซึ่งมีทั้งประเพณี​หลัก​ (ประเพณีที่ต้องทำทุกปี)​ และประเพณีรอง​ (ประเพณีที่ต้องทำในบางปี​ ซึ่งจะทำก็ต่อเมื่อวันเวลาเวียนมาคบรอบ)​  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าคนอีสานให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม​ประเพณี​เป็นอย่างมาก​ ซึ่งมีการสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น​ และนี้ก็คือเหตุผลว่าทำไมจึงต้องยกฐานะของฮีตปีคองเดือน​ ให้มีฐานะเป็นแนวปฏิบัติ​ที่จำเป็นต้องทำ

Advertisement

Advertisement

จากที่กล่าวมาข้างต้น​ จะเห็นว่าฮีต​สิบสอง​ ถือว่ามีความสำคัญกับคนอีสานมาก​ คนอีสานจะต้องทำงานบุญประเพณีทุกเดือน​ตามเนื้อหาที่ว่าไว้ในฮีตปีคองเดือน และนั้นจึงเป็นที่มาของ​บุญเดือนสี่​ หรือประเพณีบุญผะเหวด​

การจัดงานบุญผะเหวดที่มา​ : ภาพงานบุญผะเหวด​ จากเพจ​ Mahasarakham​ University​


บุญผะเหวด​ เป็นหนึ่งในประเพณีสิบสองเดือนที่ถูกกำหนดให้จัดขึ้นในเดือนสี่​โดยนับตามจันทรคติ​ หรือประมาณช่วงเดือนมีนาคม​ของระบบสุริยคติ คำว่าผะเหวด​ก็คือพระเวสสันดร​นั้นเอง​ โดยสาระสำคัญของการจัดงานบุญผะเหวดคือ​ การให้ท่าน​ และการฟังเทศน์​มหาชาติ​

การฟังเทศน์มหาชาติ​ คือการเทศน์ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ​พระเวสสันดร​ชาดก ซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายของพระสมณโคดม​ ก่อนได้ตรัสรู้​เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงการให้ทานของพระเวสสันดร​ ซึ่งถือว่าเป็นการสอนให้ชาวพุทธรู้จักการให้​ผ่านการจัดบุญประเพณี เนื้อหามีทั้งสิ้น​ ๑๓​ กัณฑ์​ ๑,๐๐๐  พระคาถา​ ซึ่งบางพื้นที่จึงเรียกการเทศน์​นี้ว่า​ เทศน์พันคาถา​หรือเทศน์​คาถาพัน​ แต่ถึงจะเรียกอย่างไรก็หมายถึงการเทศน์​มหาชาตินี้เอง​
หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการฟังเทศน์มหาชาติ​คือ​ เครื่องบูชา​กัณฑ์​เทศน์​ หรือชาวอีสานเรียกกันว่า​ "เครื่องบูชาคาถาพัน" ซึ่งมีหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ​ ได้แก่​

Advertisement

Advertisement

ข้าว​ ๑,๐๐๐​ ก้อน​

เทียน​ ๑,๐๐๐​ เล่ม​

ธูป​ ๑,๐๐๐​ ดอก​

ดอกไม้​ ๑,๐๐๐​ คู่​

หมากพลู​ ๑,๐๐๐  คำ​

บุหรี่​ ๑,๐๐๐​ มวน​ ธุง​ ๑,๐๐๐​

ธุง​ (อาจเป็นธุงกระดาษหรือถุงผ้าเล็ก​ ๆ​ )

ผลไม้ตามฤดูกาล​ เช่น​ กล้วย​ มะพร้าว​ อ้อย​ เป็นต้น

​             ซึ่งเครื่องบูชาเหล่านี้ถูกจัดขึ้นเพื่อบูชากัณฑ์เทศน์​มหาชาติ​ ซึ่งจำนวนของเครื่องบูชา​ ก็มาจากจำนวนพระคาถานั้นเอง​

การเทศน์​มหาชาติ​ นอกจากจะมีจัดในภาคอีสานแล้ว​ ยังพบได้ในทุกภาคของประเทศน์ไทยซึ่งเครื่องบูชา​กัณฑ์​เทศน์​ในแต่ละภาคก็จะมีความแตกต่างกันไป​ ตามรูปแบบวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคนั้น​ ๆ​ ยกตัวอย่างคนในภาคอีสาน​ ก็จะมีเครื่องบูชา​กัณฑ์เทศน์​ที่สอดคล้อง​กับวิถีชีวิตของคนอีสาน​ เช่น​ ข้าวพันก้อน​ ดอกโน​ และธุง​ เป็นต้น​

ข้าวพันก้อนที่มา​ : ภาพข้าวพันก้อน​ จากเพจ​ Mahasarakham​ University​

Advertisement

Advertisement


ข้าวพันก้อน​ คือ​ ข้าวเหนียว​นึ่งสุก​ แล้วนำมาปั้นเป็นก้อน​เล็ก​ ๆ​ เพื่อเป็นเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์​ นอกจากนี้เครื่องบูชาชนิดนี้ยังส่งผลให้เกิดประเพณี​อีกหนึ่งอย่าง​ คือ​ "การแห่งข้่าวพันก้อน" ​ ซึ่งการแห่งข้าวพันก้อนนั้น​ จะกะทำในเวลาประมาญ​ ตี​ ๑ ถึงตี​ ๕ (แล้วแต่พื้นที่)​ นับเป็นการแห่ประเภทเดียวของภาคอีสานที่จัดให้แห่ในเวลากลางคืน โดยชาวบ้านจะออกมารวมตัวกันแล้วทำการแห่ไปรอบหมู่บ้านหรือบริเวณที่จะมีการเทศน์มหาชาติ​ จากนั้นจะนำข้าวพันก้อนไปวางไว้ตามจุดต่าง​ ๆ​ ของบริเวณการเทศน์​เพื่อเป็นการบูชากัณฑ์เทศน์​

การนำข้าวไปก้อนไปบูชากัณฑ์เทศน์​ที่มา​ : ภาพการนำข้าวพันก้อนไปบูชากัณฑ์เทศน์​ จากเพจ​ Mahasarakham​ University​

ดอกโน​ เป็นดอกไม้สำหรับบูชากัณฑ์เทศน์​  ซึ่งดอกโนนี้ไม่ใช่ดอกไม้จริง​ ๆ​ แต่เป็นดอกไม้ที่ชาวบ้านประดิษฐ์​ขึ้นเองจากไม้ของต้นหม่อน​ วิธีการคือนำเอาก้านของต้นหม่อนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก​ มาปอกเปลือก​ แล้วนำมีดมาตัดเป็นกลีบให้มีขนาดพอดีกัน​ จากนั้นก็จะได้ดอกโน​ที่สวยงาม​ ซึ่งบางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่เอาดอกไม้จริง​ ๆ​ มาบูชา​ ทำไมต้องมีการประดิษฐ์​ดอกไม้ขึ้นด้วย​ สาเหตุก็เพราะในช่วงที่จัดงานบุญเดือนสี่ฟังเทศน์​มหาชาติ​ อยู่ในช่วงหน้าแล้ง​ ชาวบ้านจึงไม่มีดอกไม้ที่สวยพอที่จะนำมาบูชากัณฑ์เทศน์​ อีกทั้งการเตรียมงานจำเป็นต้องทำหลายวันก่อนหน้าที่จะมีการเทศน์​ ถึงจะหาดอกไม้จริงได้​ ดอกไม้นั้นก็คงเหี่ยวแห้ง​ไปก่อน​ ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะประดิษฐ์​ดอกไม้ขึ้นมาเองทั้งเพื่อความสวยงาม​ และเพื่อความทนทานด้วย​

ดอกโนที่มา​ : ภาพดอกโน​ จากเพจ​ Mahasarakham​ University​


ธุง​ โดยคำว่าธุงแท้จริงก็คือธงนั้นเอง​ โดยคนอีสานจะมีความเชื่อว่าธุง​ คือสิ่งของที่เป็นมงคล​ หากนำไปวางไว้​ ณ​ ที่แห่งใดก็จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข​ ชาวบ้านจึงมีการประดิษฐ์​ธุงขึ้นเพื่อเป็นการบูชากัณฑ์เทศน์​ โดยธุงที่ประดิษฐ์ขึ้นมามีทั้งธุงผ้าและธุงใยแมงมุม​ ซึ่งทั้งสองอย่างเกิดจากการคิดค้นของคนในชุมชนเอง​ซึ่งสืบทอด​กัน​มา​อย่างช้านาน และมีการประดิษฐ์​ขึ้นมาได้อย่างสวยงามแทบทุกพื้นที่ในภาคอีสาน​

ธุงใยแมงมุม​ที่มา​ : ภาพธุงใยแมงมุม​ จากเพจ​ Mahasarakham​ University​


จะเห็นว่าเครื่อง​บูชา​กัณฑ์​ต่าง​ ๆ​ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นสังคมของแต่ละสังคมได้ชัดเจน​มาก​ เช่นชาวอีสานนิยมรับประทาน​ข้าวเหนียว​ก็นำมาเป็นเครื่อง​บูชา​กัณฑ์​เทศน์​ หรือการตัดดอกโน​ ก็กระทำขึ้นเพราะสภาพภูมิอากาศ​ในสังคม​ ดังนั้นเครื่องบูชาคาถา​พัน​ จึงถือได้ว่าเป็นเครื่องบูชา​กัณฑ์​เทศน์ที่สะท้อนสังคมและวิถีชีวิต​ของผู้คนอย่างแท้จริง

ขอบคุณ​ภาพจาก​ เพจ​ Mahasarakham​  University

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์