อื่นๆ
เรื่องเล่าเก้าแสงเทียน 3 (รถพยาบาท)

เรื่องเล่าเก้าแสงเทียน 3 (รถพยาบาท)
“เนื้อเรื่องถูกแบ่งเป็น 5 ส่วน 5 เรื่องเล่า สามารถอ่านแยกกันได้ แต่เพื่อความหลอน กรุณาอ่านเรียงลำดับ”
“เพราะอย่างนั้นเลยเก็บโทรศัพท์นี้เอาไว้มาห้าหกปีเหรอ ?” ผมถามเมื่อเห็นว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นจากเรื่องเล่าวางอยู่ตรงหน้า
ม็อปยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรผม เขาพยักหน้า “ไม่ต้องถามเรื่องเราหรอก...มาฟังเรื่องต่อไปให้จบกันดีกว่าเนาะ”
“ตามนั้น...” เราสองคนหัวเราะเบาๆ กับมิตรภาพใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ก่อนจะชนแก้วแล้วเล่าเรื่องต่อไป
เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนคนที่ชื่อก้อง เขาเล่าว่าเหตุการณ์นั้น ทำให้น้าของเขาที่ชื่อว่า ป๊อก เลิกทำงานมูลนิธิไปเลย
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อคืนหนึ่งที่น้าป๊อกรับเหตุพบศพหญิงสาวนิรนามสวมชุดเดรสยาวลายดอกไม้สีแดงที่เสียชีวิตมาประมาณหนึ่งวันแล้วอยู่ที่พงหญ้าสูงข้างทางยากต่อการมองเห็น จากการสันนิษฐานแล้วคาดว่าเป็นการชนแล้วหนี ถนนเส้นนี้ค่อนข้างเปลี่ยวในยามกลางคืน แม้จะเป็นถนนเส้นหลักก็ไม่ค่อยมีใครผ่านไปมายกเว้นช่วงวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวต่างจากจังหวัดมาเที่ยว
Advertisement
Advertisement
สภาพศพของเธอนั้นแขนขาหักผิดรูป ไปหมด เสื้อผ้าขาดวิ่น แขนขวาหักจนกระดูกโผล่ทิ่มแทงทะลุเนื้อออกมาไม่น่ามอง ดวงตาเบิกโพลงน่าสยดสยอง ร่างกายเริ่มบวมอืดแล้ว แต่ยังคงระบุรูปพรรณสัณฐานชัดเจนอยู่ รวมทั้งทรัพย์สิ้นและกระเป๋าของเธอยังอยู่ครบ จึงทำการติดต่อญาติผู้เสียชีวิตให้รับทราบเหตุ จากนั้นน้าป๊อกและเพื่อนมูลนิธิจึงเตรียมการขนย้ายศพเพื่อเตรียมดำเนินการต่อที่โรงพยาบาล
น้าป๊อกเป็นคนขับรถ เขาขับตรงไปยังเส้นทางที่มืดสนิท แล้วเมื่อผ่านจุดหนึ่งไป น้าป๊อกมั่นใจว่าตาไม่ฝาด เขาเห็นผู้หญิง...คนที่เสียชีวิตยืนก้มหน้าอยู่ริมถนน ณ เวลานั้นน้าป๊อกยังคงใจดีสู้เสือ เพราะเขารู้ตัวเอง ว่าทำงานอะไร เขาคิดดี เขาทำดี ผีไม่ควรจะมาหลอกกัน น้าป๊อกภาวนาในใจและบอกกล่าวดวงวิญญาณนั้นไม่ให้มาหลอกมาหลอน
แต่ไร้ผล...เพราะเมื่อขับไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร เธอคนเดิมก็ยังคงยืนอยู่ข้างถนนอีก
Advertisement
Advertisement
ด้วยความที่น้องอีกคนที่นั่งหน้ามาด้วยเป็นคนขวัญอ่อน ไม่กลัวศพ แต่กลัวผีแบบขี้ขึ้นสมอง น้าป๊อกจึงพยายามที่จะไม่พูดอะไรออกไป แต่ก็กรุ่นโกรธอยู่ในใจว่าทำไมต้องมาหลอกมาหลอน จะบอกอะไรทำไมไม่บอกดีๆ
แม้ว่าจะใจแข็ง แต่เมื่อเจอสองครั้ง น้าป๊อกก็เริ่มเขว เขาเริ่มขับรถช้าลง ด้วยความที่กลัวว่าสติจะเตลิดจนทำให้เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลังเป็นอะไรไปหากเขาเกิดผิดพลาดอะไรสักอย่างขึ้นมา แล้วในตอนนั้นเองก็มีรถปิกอัพคันหนึ่ง กะพริบไฟสูงให้เขาจากทางด้านหลัง และขับมาด้วยความรวดเร็ว ทำให้น้าป๊อกต้องชิดซ้ายทันที เนื่องจากว่ามีรถสวนมาข้างหน้าพอดี
รถคันนั้นแซงขึ้นไป เหยียบคันเร่งอย่างแรงจนควันสีดำลอยโขมง น้องที่นั่งมาข้างๆ ถึงกับสบถด่า
“ขับแบบนี้แม่งรีบไปตายหรือไงวะ ?”
“ไม่เอาน่ามึง” น้าป๊อกรีบปรามน้อง ก่อนจะออกตัวตามไปช้าๆ แต่แล้วเขาก็ต้องเหยียบเบรกอย่างแรงอีกครั้ง ทำให้น้องข้างๆ หน้าทิ่มจนเกือบกระแทก และเพื่อนข้างหลังถึงกับเคาะกระจกถามว่าเป็นอะไร น้าป๊อกรีบเปิดกระจกแล้วหันไปบอกเพื่อนว่าหมาตัดหน้า ทั้งๆ ที่เหงื่อผุดเต็มหน้า...เขาโกหก
Advertisement
Advertisement
ความจริงก็คือน้าป๊อกเห็นว่าที่หลังกระบะคันนั้น มีคนนั่งอยู่ตรงกระบะในลักษณะหันหน้าออกด้านนอก และคนๆ นั้นก็คือหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งเก็บศพมาเมื่อครู่นั่นเอง ทั้งร่างกายขนลุกเกรียว น้าป๊อกฉี่เกือบราดออกมาในตอนนั้น เพราะเขาเห็นจากไฟหน้าที่สาดส่องไปตรงร่างนั้นอย่างชัดเจน ใบหน้าที่ยุบไปซีกหนึ่งหันมามองหน้าเขาแล้วฉีกยิ้มขึ้นมา แม้มันไม่ใช่รอยยิ้มที่น่ากลัว แต่จากสภาพที่ไม่น่าดูก็ทำให้เขาแทบหน้ามืด
แล้วไม่กี่วินาทีต่อมาก็เกิดเสียงเสียงลากล้อเบรกเอี๊ยดดังลั่น ก่อนเกิดเสียงโครมสนั่นหวั่นไหว
น้าป๊อกเร่งเครื่องไปทันที แล้วพบว่ารถยนต์คันเมื่อครู่ประสบอุบติเหตุ ชนกับรถสิบล้อที่ขับออกจากทางแยกมาได้ครึ่งคัน เขารีบขับรถเข้าไปจอดเพื่อดูสถานการณ์แล้วให้น้องแจ้งเหตุทันที น้าป๊อกกำลังจะวิ่งเข้าไปดูรถปิกอัพ เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของคนที่อยู่ภายใน แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อวิญญาณของเธอผู้นั้นยืนอยู่บนหลังคารถ ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้สภาพของเธอไม่เป็นเช่นเดิม เธอกลายเป็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวย ชุดของเธอพลิ้วไสวไปกับสายลม เธอยิ้มให้เขาแล้วยกมือไหว้ ก่อนจะจางหายไปต่อหน้าต่อตา...นั่นคือครั้งแรกในชีวิตการทำงาน ที่น้าป๊อกเป็นลมหมดสติไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป
น้าป๊อกคืนสติอีกครั้งที่ห้องฉุกเฉิน อุบัติเหตุเมื่อครู่นั้นทำให้คนขับที่เป็นชายขี้เมาวัยกลางคนบาดเจ็บสาหัสปางตาย น้าป๊อกขนลุกขึ้นมาเมื่อนึกถึงการพบเจอเธอคนนั้นก่อนจะหมดสติ แล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า อะไรที่ทำให้เธอต้องนั่งอยู่บนรถคันนั้น ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ
สองวันต่อมา ความจริงก็ปรากฏ เมื่อปรากฏว่าชายคนนั้นคือคนที่ขับรถชนเธอ หลักฐานสำคัญคือเศษกระโปรงที่เข้าไปติดอยู่ในห้องเครื่อง สอบถามเพิ่มเติมได้ความว่าเขานำรถไปซ่อมโดยให้เหตุผลว่าชนหมาตาย...แต่ความจริงแล้วเขาเมาจนขับรถชนเธอผู้นั้นต่างหาก
แม้มันจะดูโหดร้าย แต่น้าป๊อกบอกว่าเธอคนนั้นอาจจะยังใจดีที่ปล่อยให้เขามีชีวิต หรือไม่...บางทีเธอก็ไม่อยากให้เขาตาย
แต่เป็นการตายทั้งเป็นต่างหาก
เรื่องราวนั้นกลายเป็นคดีความอยู่พักหนึ่ง แต่น้าป๊อกไม่ได้ตามข่าว เพราะเขาลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อจบจากเหตุการณ์นั้น เขาไม่เคยกลัวผีเพราะไม่เคยเจอ และทำงานกับศพมาตลอด...แต่ครั้งนี้เขาขอยอมแพ้
เขารู้แล้วว่าเขาก็ปอดแหกไม่ต่างจากน้องคนนั้น ไม่กลัวศพแต่กลัวผี
แต่ถึงอย่างนั้น น้าป๊อกก็ถูกหวยรางวัลที่สามถึงสิบใบในงวดต่อมา เพราะเขาซื้อเลขอายุของเธอผู้นั้น
หรือมันอาจจะเป็นการขอบคุณจากเธอที่ทำให้เขาขวัญเสียก็ได้...อย่างนั้นก็ค่อยน่าคุ้มหน่อยกับขวัญที่กระเจิดกระเจิงไป...
ความคิดเห็น






