ความรู้

แมลงปอ: ผู้ส่งสารจากธรรมชาติ

606
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
แมลงปอ: ผู้ส่งสารจากธรรมชาติ

เย็นวันหนึ่ง ขณะเดินไปตรงบริเวณที่มีกิ่งไม้แห้ง ที่แมลงปอชอบบินมาเกาะ อยู่ดีๆ ก็เห็นฝูงแมลงปอกระพือปีกบินว่อนต่ำ มากันมากมายหลายตัว ตอนนั้นก็ยังนึกสงสัย แต่ก็ยังไม่รู้ว่า..เพราะอะไร?



มาวันนี้เริ่มเข้าใจ ถึงสิ่งที่ธรรมชาติกำลังส่งสาร

แมลงปอ

ตามความเชื่อหรือภูมิปัญญาคนโบราณ ในวันที่ยังไม่มีเทคโลยีดาวเทียมยิงสัญญานเพื่อการพยากรณ์อากาศ  ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ใช้วิธีการสังเกตธรรมชาติเป็นแนวทาง ในการดูฟ้า ดูฝน เพื่อเตรียมวางแผนการเพาะปลูก

และหนึ่งในความเชื่ออันหลากหลายนั้น ก็มีที่เกี่ยวกับแมลงปอด้วย

  • แมลงปอที่บินเป็นกลุ่ม 3-4 เมตรเหนือระดับพื้นดินแสดงว่ามีฝนตกในตอนเย็น
  • ในวันที่แมลงปอบินว่อนสูงอยู่กลางอากาศ วันนั้นจะแดดดี แต่ถ้าวันไหนบินต่ำ ทายว่าวันนั้นจะมีฝน

ในการศึกษาทางชีววิทยา แมลงปอจัดเป็นสัตว์เลือดเย็น (Cold Blooded Animals) อุณหภูมิภายในตัวผันแปรไปตามอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมขณะนั้น ๆ เมื่ออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมต่ำ อุณหภูมิภายในตัวแมลงก็ต่ำด้วย บางครั้งต้องพักตัว (hibernate) ในระยะต่าง ๆ

Advertisement

Advertisement



ในวันที่อากาศแจ่มใส แดดดี ลมไม่แรง แมลงปอจะคึกคักดีเป็นพิเศษบินโฉบไปมา  พวกมันจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน

แต่ถ้าวันไหนอากาศเย็นลงมาก ลมแรงมาก หรืออากาศหลัว มีเมฆมากจนบดบังแสงอาทิตย์ แมลงปอจะไม่ค่อยบิน และจะเกาะนิ่งอยู่ตามกิ่งไม้มากกว่า


อย่างเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนแท้ๆ แต่อยู่ดีๆ ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนพัดมา อุณหภูมิลดฮวบฮาบลงทันทีเหลือประมาณ 14-15°C

แมลงปอ



จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีโอกาสถ่ายภาพแมลงได้ง่ายขึ้น เพราะขยับมุมไหน แมลงเขาก็ไม่หนีไปไหน เกาะกิ่งไม้นิ่งอยู่อย่างนั้น



แล้วถ้าเกี่ยวกับฝน แมลงปอไปเกี่ยวด้วยอย่างไร..?

ในช่วงเวลาเย็นใกล้ค่ำแล้วอากาศจะเย็นลง อย่างที่บอกไว้ แมลงปอจะออกมาบินหาอาหาร ตอนที่อากาศร้อน แดดดี แต่ถ้าเย็นนั้น ฝนท่าจะตก อากาศเกิดร้อนอบอ้าวขึ้นมา

สิ่งนี้จะไปกระตุ้นให้แมลงปอบินออกออกมา แต่ขณะเดียวกันก็มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมาก ก่อนที่ฝนจะตก ดังนั้นจึงทำให้ปีกตาข่ายอันแบนบางและค่อนข้างยาว ของแมลงปอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น เราจึงได้เห็นแมลงปอที่ออกมารวมตัวกัน บินอยู่ในระยะต่ำ

Advertisement

Advertisement

แมลงปอ

แมลงสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของลม ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกมัน อันที่จริง ก็ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่สามารถ ใช้เป็นตัวพยากรณ์อากาศได้



ผู้เขียนเอง เวลาเห็นมดย้ายรัง เริ่มขนไข่ เดินเป็นแถวยาวเมื่อไหร่ จะบอกคนที่บ้าน ให้เตรียมตัวไว้ อีกไม่กี่วัน ฝนตกหนักแน่ เพราะอะไร คงเดาได้ไม่ยาก ก็เหมือนๆ ที่เราต้องเตรียมย้ายของมีค่าขึ้นชั้นบบ สำหรับมด ไข่ก็คือสิ่งที่ต้องรักษา เพื่อเตรียมตัวรับน้ำที่อาจท่วมรังนั่นเองมด



ได้มีการนำพฤติกรรมการย้ายถิ่นอาศัยของแมลงปอไปศึกษาต่อ ถึงความเกี่ยวข้องกับการเป็นตัวชี้วัดภาวะโลกร้อนด้วย (Climate Change)



ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแมลงปอแห่งประเทศอังกฤษ (The British Dragonfly Society) ได้ชี้ถึงหลักฐานประชากรแมลงปอที่มากขึ้น ในทางเกาะตอนเหนือของอังกฤษ ไอร์แลนด์ พื้นที่ทางเหนือของแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ที่จัดว่าเป็นเขตอากาศหนาวเย็น แมลงปอไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้  แต่ปัจจุบันกลับพบปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ

Advertisement

Advertisement



เพราะสภาพอากาศที่อุ่นขึ้น มีการละลายของธารน้ำแข็ง เกิดสภาพแวดล้อมที่อำนวยต่อการผสมพันธุ์และวางไข่ แมลงปอซึ่งเป็นสัตว์ชอบอากาศร้อน จึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้



การเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของโลกผ่านแมลง เปิดโอกาสให้ฝึกใช้ประสาทสัมผัสของตัวเราได้ดี จับสังเกตสิ่งเปลี่ยนแปลงรอบข้าง เมื่อเราใช้บ่อยๆ มันจะแม่นยำมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะมีเทคโลยีเข้ามาช่วยในการพยากรณ์อากาศ แต่ผู้เขียนก็คิดว่ามันไม่เสียหายอะไร ที่จะเรียนรู้ด้วยวิธีเฝ้ามองธรรมชาติแบบนี้ น่าสนุกด้วยซ้ำไป



ในวันว่างๆ ถ้ามีโอกาสลองเดินสำรวจ สิ่งแวดล้อมรอบๆ แถวบ้าน สังเกตว่าพบเห็นแมลงอะไรบ้าง มันมีพฤติกรรมอย่างไร สัมพันธ์กับสภาพอากาศตอนนั้นอย่างไร ใช้แอพลิเคชั่นเกี่ยวกับการพยากรณ์สภาพอากาศในมือถือควบคู่ไปด้วยก็ได้ สังเกต และจดบันทึกกิจกรรมง่ายๆ ที่คุณครูอาจใช้กับนักเรียน หรือใช้เล่นกับลูกหลานภายในครอบครัว ในการพาเขาเข้าสู่โลกธรรมชาติ ปลูกฝังความรู้สึกใกล้ชิด มองดูแมลงอย่างมีความหมายมากขึ้น ที่สำคัญมันเป็นพื้นฐานของการเสริมสร้างทักษะนิสัยของนักวิทยาศาสตร์

เมื่อเด็กๆ สามารถจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ด้วยตาของตัวเองแล้ว มันอาจช่วยสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ ในการรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกที่พวกเขาต้องใช้ชีวิต ต่อไปในอนาคตได้ดีขึ้น



มองให้ดี มันก็สามารถถูกจัดให้เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนได้ลงมือทำและได้ใช้กระบวนการคิด ในสิ่งที่เขาได้มีประสบการณ์ตรง (Active learning)  มากว่าเป็นเพียงผู้รับสารนั่งฟังรายงานข่าว (Passive Learning) ที่พูดกรอกหูอยู่ทุกวัน ว่าเราต้องอย่างนั้นนะ เราต้องอย่างนี้นะ เพื่อรักษาโลกใบนี้ของเรา

Hey! boys and girls look at me.


Not only my shiny body and wings


that you love,


there'a secret I'd like to show.


How to know your day will be,


Dry or wet is it? I will tell thee.

A Message from the Dragonfly by Arayada

แมลงปอ


แหล่งข้อมูล

เครดิต:

  • ภาพหน้าปกและภาพประกอบรูปแมลงปอทั้งหมดและรูปมดโดย Somchai_damrongkittikul (ขออนุญาตใช้ภาพเรียบร้อยแล้ว)
  • ภาพพื้นหน้าปกโดย StockSnap จาก Pixabay.com

7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Arayada
Arayada
อ่านบทความอื่นจาก Arayada

ได้อยู่บ้านไร่ใกล้ชิดธรรมชาติ เลยเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเขียนเรื่องราวสวยงามรอบๆ ตัว

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์