อื่นๆ

ตัวตายตัวแทนที่ซุ้มทางเดินต้นไผ่

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ตัวตายตัวแทนที่ซุ้มทางเดินต้นไผ่

    เมื่อตอนที่ฉันยังเด็กคุณตาของฉันเคยเล่าให้ฟังว่า ในสมัยที่แกยังเป็นหนุ่ม แกเคยได้พบเจอกับสิ่งลี้ลับมากมาย และเรื่องที่จะเล่าให้ฟังครั้งนี้เป็นเรื่องของความเชื่อที่เล่าต่อกันมา " ตัวตายตัวแทน " แกเล่าว่า 

   ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว วันนั้นเป็นฤดูหนาวเป็นฤดูที่ต้องทำการเก็บเกี่ยวข้าว และในสมัยนั้นยังไม่มีรถเกี่ยวข้าวอย่างทุกวันนี้หรอกนะ สมัยก่อนคนในครอบครัวจะต้องช่วยกันเอง ในวันนั้นคุณตาต้องไปนอนเฝ้ากองข้าวที่ทุ่งนา ระหว่างทางจากบ้านไปทุ่งนาคุณตาจะต้องเดินผ่านทางเดินซุ้มกอไผ่ที่ใหญ่และมืดระยะทางประมาณ 50 เมตร ในขณะที่แกกำลังเดินอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีลมพัดโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรง ต้นไผ่ลู่ลมเสียงดังหวีดหวิว และอากาศก็เย็นยะเยือกขึ้นในทั้นที  ฟู่ววววว ฟิ้ว ฟิ้วววว เอี๊ยดดดดด อ๊าด เสียงของต้นไผ่โน้มกิ่งเข้ามาหาตัวคุณตาปิดบังทางเดินไปหมดทำให้มองไม่เห็นทางเดิน แกได้แต่ยืนอยู่นิ่ง ๆ ในใจท่องภาวนาพุทธ โท พร้อมกับกำพระที่แกห้อยคอมาด้วย และจู่ ๆ ก็มีเสียงเสียงนึงดังขึ้นมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!  เสียงหัวเราะไม่ทราบที่มาดังก้องไปทั่วบริเวณ " นั่นเสียงใคร ต้องการอะไร เก่งนักมึงก็ออกมา " คุณตาตะโกนออกไป และแกก็ท่องคาถางึมงัม ไม่นานต้นไผ่ทั้งหมดก็ตั้งตรงเหมือนเดิมสายลมดับวูบไป และปรากฏร่างอสูรกายตนหนึ่งอยู่ต่อหน้าแก ร่างกายสูงใหญ่ดูกำยำคล้ายคน ผิวสีเขียวคล้ำเป็นจ้ำ ๆ ไปทั่วร่างกายและใบหน้าเหมือนกับเนื้อเน่า มันมีแขนที่ยาวลากกับพื้นและมือที่แผ่ซ่านออกเหมือนกิ่งไม้ มันใส่โจงกระเบนสีดำไม่ใส่เสื้อ ดวงตาโปนใหญ่แทบจะถลนหลุดจากเบ้า ริมฝีปากหนาและดำสนิทดูน่ากลัวเหมือนซากศพ มันจ้องเขม็งไปที่คุณตา แล้วพูดขึ้นว่า " กูไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว กูจะไป กูจะเอามึงมาเฝ้าที่ตรงนี้แทนกู หึหึหึ " ว่าแล้วมันก็ยื่นมือของมันมาหาคุณตา แขนของมันยาวเข้ามาใกล้ขึ้นใกล้ขึ้น มือของมันแตกกิ่งออกมาล้อมรอบตัวของคุณตาและก็บีบรัดตัวคุณตา คุณตาพยายามท่องคาถาแต่ความเจ็บปวดที่ถูกรัดโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้แกเจ็บจนสมาธิหลุด จวนจะสิ้นใจ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา " หยุดเถอะโยม หยุดสร้างกรรม และปล่อยวาง ที่ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครเฝ้าหรอกนะ ไม่มีใครบังคับโยมให้อยู่ตรงนี้หรอก โยมเองนั่นแหละที่ขังตัวเองไว้ตรงนี้ "  อสูรกายไม่ฟังและยิ่งทำให้มันบีบรัดคุณตามากขึ้น พระธุดงค์ท่านนั้นเห็นท่าไม่ดีจึงได้นั่งบริกรรมคาถา เสียงสวดมนต์ทำให้เจ้าอสูรกายตนนั้นเจ็บปวด มันค่อย ๆ คลายมือกิ่งไม้ของมันออกจากตัวคุณตาและยืนร้องโหยหวน มันหมดแรงและยอมจำนนต่อพระท่านในที่สุด พระท่านจึงเทศน์สอนมันอีกครั้ง มันรับฟังและเข้าใจพระท่านจึงท่องคาถาปลดปล่อยมันให้ไปสู่สุขติ ทันใดนั้นร่างกายของมันค่อย ๆ เลือนและหายไป

Advertisement

Advertisement

   หลังจากนั้นคุณตาจึงได้กราบพระท่านและพระท่านจึงให้เครื่องรางพร้อมบอกคาถาบูชา ท่านสอนคุณตาว่าไม่ว่าจะมีของดีอะไรมากมายแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีสติแล้ว ทุกอย่างก็ไม่มีความหมายหรอก แล้วพระท่านจึงแยกทางเดินหายไป 

   หลังจากนั้นเป็นต้นมาทุกครั้งที่คุณตาต้องเดินผ่านถนนป่าไผ่นั้น คุณตาก็จะตั้งสติให้มั่นเสมอ แต่ก็ไม่เคยเจออสูรกายตนนั้นหรือตนอื่นอยู่ตรงนั้นอีกเลย

  เครดิตภาพ : Wichitchai Sretrakul

Advertisement

Advertisement

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์