ความรู้

ประวัติศาสตร์เกาหลีอย่างย่อ(ช่วงผลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจ)

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ประวัติศาสตร์เกาหลีอย่างย่อ(ช่วงผลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจ)

หน้าปก;https://cdn.pixabay.com

ประวัติศาสตร์เกาหลีอย่างย่อ (ช่วงผลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจ)

เกาหลีใต้ได้รับอิสรภาพหลังจากจักรวรรดิญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ในปี 1945 แต่ในปี 1948 กลับต้องถูกแบ่งออกเป็นฝ่ายเหนือที่อยู่ฝั่งโซเวียตและฝ่ายใต้ที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง ทั้งสองดินแดนต่างปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ของ ซึงมัน รี แต่สำหรับเกาหลีใต้แล้วกลับสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นประชาธิปไตย และหาทางล้มล้างระบอบประชาธิปไตยโดยที่เกาหลีใต้ยังไม่ทันได้ทดลองใช้เลยด้วยซ้ำ แถมยังหันมาปกครองแบบเผด็จการแบบเต็มรูปแบบ จนเป็นเหตุให้กองกำลังทหารของประธานาธิบดี ซึงมัน รี สังหารหมู่ประชาชนหลายพันคนบนเกาะเชจูรวมถึงผู้หญิงและเด็กอย่างไม่เลือกหน้า

FlagCredit by;https://cdn.pixabay.com

กระทั่งในปี 1960 ประธานาธิบดีรีเริ่มหมดอำนาจลง เนื่องจากการประท้วงของนักศึกษา และกลุ่มผู้ชุมนุมที่เริ่มทวีจำนวนมากเพิ่มยิ่งขึ้น ประจวบกับทหารและตำรวจก็เริ่มขัดขืนคำสั่งยิงมากขึ้นเช่นกัน ทำให้นายรี ต้องหลบหนีไปอยู่ที่ฮาวายและเสียชีวิตในอีกห้าปีต่อมา แต่ระบบเผด็จการก็ยังไม่จบสิ้น ในปี 1961 นายพลปาร์ค ชุงฮี ก็เข้ายึดอำนาจโดยการรัฐประหาร และประธานาธิบดีปาร์คก็มิได้ปกครองแตกต่างไปจาก นายรี เลยแม้แต่นิด แถมยังแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้วาระละ 6 ปีโดยไม่จำกัดวาระ ที่แตกต่างคือนายปาร์คไม่ได้ถูกโค่นล้มเหมือนนายรี แต่เขากลับถูกยิงตายโดยเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนทหาร ในวงเหล้าแทน ทำให้ชอย คิวฮาได้ขึ้นรักษาการแทน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชุน ดูฮวาน นายทหารผู้ทะเยอทะยาน ก็เริ่มก่อรัฐประหารด้วยความร่วมมือของ ฮานาฮเว(Hanahoe) กลุ่มข้าราชการชั้นสูง และขึ้นรับตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายสืบต่อมา

Advertisement

Advertisement

ประท้วงCredit by;https://cdn.pixabay.com

ชุน ดูฮวาน เริ่มต้นบริหารประเทศด้วยความรุนแรง ในเดือนพฤษภาคม 1980 เขาประกาศใช้กฎอัยการศึก ทำให้ประชาชนในเมืองควางจู ออกมาชุมนุมต่อต้าน และจบลงด้วยการที่ ชุน ดูฮวานออกคำสั่งสังหารหมู่ประชาชนในเมืองควางจู จนล้มตายไปหลายร้อยคน ส่วนเรื่องการโกงกินบ้านเมือง เขาสามารถกอบโกยเงินไปได้หลายร้อยเหรียญสหรัฐขณะที่ดำรงตำแหน่ง ทำให้เขาเป็นผู้นำที่ประชาชนรุมประณามมากที่สุดที่เคยมีมา

ต่อมาในวันที่ 29 มิถุนายน โร แทวู คนใกล้ชิด ของเขา ได้แถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและโปร่งใส แต่ผลกลับออกมาว่า โร แทวู กลายเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งแทน ซึ่งการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรมตามที่เขาได้กล่าวไว้จริง ๆ ไม่มีการจัดตั้งคณะผู้เลือกตั้ง หรือเบื้องหลังเบื้องลึกใด ๆ ชัยชนะของโรคือเสียงสะท้อนของประชาชนต่อผู้ท้าชิงทั้งสามคน และนายโรก็เคารพระบบใหม่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน

Advertisement

Advertisement

จนกระทั่งในปี 1992 คิม ยังซัม ก็ชะการเลือกตั้ง หลังจากนั้นอีกห้าปี คิม แดจุง ก็เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งสมัยถัดมา การส่งผ่านอำนาจที่มีเกิดขึ้นและเป็นไปอย่างสงบ จึงทำให้การส่งมอบตำแหน่งผู้นำฝ่ายพลเรือนสู่ผู้นำฝ่ายพลเรือนคนถัดไปเป็นไปอย่างราบรื่น และทุกฝ่ายก็ต่างให้ความเคารพในกระบวนการนี้เป็นต้นมา

สภาCredit by;https://cdn.pixabay.com

ความเป็นประชาธิปไตยในเกาหลีเดินทางมาไกลจนสามารถเอาผิดกับความกระด้างกระเดื่อง และคอรัปชั่น ของ โร แทวูและชุน ดูฮวาได้สำเร็จ พวกเขาทั้งคู่ถูกปรับเป็นหลายล้านเหรียญสหรัฐ และถูกตัดสินโทษประหาร แต่หลังจากหารือกันระหว่าง คิม ยังซัมและ คิม แดจุง อดีตนายทหารทั้งสองก็ได้รับอภัยโทษ ทั้งสองใช้ชีวิตที่เหลืออยู่แยกจากโลกภายนอก ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เพื่อบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ความปรองดองในประเทศนับแต่นั้นสืบมา

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์