ความรู้

อ่านออกเขียนได้แบบ BBL ทำอย่างไรไปดูกัน

138
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
อ่านออกเขียนได้แบบ BBL ทำอย่างไรไปดูกัน

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน บทความนี้เอาใจครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานหรือลูกศิษย์ในวัยประถมศึกษากันอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นภาคสองต่อจากเรื่อง "การสอนอ่านแบบครู BBL พ่อแม่ก็ช่วยได้" ที่ผู้เขียนได้พูดถึงมาแล้ว บทความนี้เป็นการต่อยอดและมุ่งประเด็นไปที่การสอนเด็ก ๆ ให้เริ่มการเขียน ฝึกเขียน จนสามารถเขียนได้คล่องในที่สุด ตามหลักของกระบวนการเรียนการสอนแบบ Brain - Based Learning หรือ BBL นั่นเอง มีวิธีการอย่างไรอยากเชิญชวนให้ติดตามไปพร้อมกัน

ชิ้นงานการเขียนแรกๆ ของเด็กๆก่อนอื่นผู้เขียนขอท้าวความไปถึงการสอนอ่านตามสไตล์ของ BBL ที่ได้บอกเล่าในบทความครั้งก่อน หลังจากที่ครูสอนเด็ก ๆ อ่านโดยเริ่มจากการให้เด็ก ๆ ฟังเรื่องราว นิทาน ที่ครูนำมาใช้เป็นสื่อในการกระตุ้นความสนใจของสมองให้ชอบ สนใจฟัง สนใจที่จะอ่าน จนสามารถอ่านได้ หลักการต่อจากขั้นตอนนี้คือการสอนให้เด็กเริ่มการเขียนนั่นเอง โดยมีหลักการเดียวกันกับการสอนอ่านตรงที่ครูต้องรู้และเข้าใจหลักการทำงานของสมองของผู้เรียนเพื่อนำมาออกแบบการสอนเขียนให้ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับกระบวนการในการสอนการอ่านนั่นเอง แต่รูปแบบและวิธีการสอนมีความแตกต่างกัน จากประสบการณ์ของผู้เขียนในฐานะครูผู้สอนด้วยกระบวนการ BBL มาก่อน ขอแนะนำเป็นขั้นตอนให้เข้าใจและทำตามได้ง่ายอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1. สร้างความคุ้นเคย 2. สอนการอ่าน 3. สอนการเขียน เขียนอิสระ เขียนตามหลักภาษา

Advertisement

Advertisement

สื่อสิ่งแสดล้อมที่ส่งผลต่อการอ่านออกเขียนได้ขั้นตอนที่ 1  สร้างความคุ้นเคยให้ผู้เรียนเกิดความไว้วางใจ เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เด็ก ๆ จะรักการอ่านการเขียนมักเริ่มที่ความประทับใจแรกของการได้รู้จักคุณครูของเขา ผู้เขียนคงไม่ต้องอธิบายถึงวิธีการทำอย่างไร เชื่อว่าคุณครูของเด็กปฐมวัยจนถึงวัยประถมศึกษาคงทราบดีอยู่แล้ว ส่วนตัวของผู้เขียนที่อยากเล่าสู่กันฟังคือ เป็นครูที่ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี ใจเย็น เอาใจใส่ดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ฟังเสียงที่เด็กอาจอยากพูดอยากบอกให้ครูรู้ หากครูไม่ได้สนใจใส่ใจไม่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เข้าถึงได้ การได้รับรู้รับฟังสิ่งที่เด็ก ๆ อยากบอกก็แทบไม่มี สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก และการสอนของครูอย่างมากทีเดียว

ครูต้องเป็นกัลยาณมิตรกับผู้เรียน

ขั้นตอนที่ 2 เริ่มจากสอนการอ่าน ที่มีขั้นตอนเริ่มต้นจากการอ่านให้ฟัง สำหรับการสอนอ่านผู้เขียนได้เขียนไว้ในหัวข้อ "สอนอ่านแบบครู BBL พ่อแม่ก็ช่วยได้" มาแล้วที่มีขั้นตอนรายละเอียดที่พ่อแม่ผู้ปกครองโดยเฉพาะคุณย่าคุณยายก็สามารถช่วยสอนบุตรหลานได้ เริ่มจากการเลือกหนังสือให้เหมาะกับวัยของเด็ก อ่านให้ฟังอย่างมีขั้นตอน คือ เปิดให้ดูภาพเพื่อให้เกิดความสนใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นจึงเริ่มอ่านให้ฟังอย่างช้า ๆ พร้อมกับชี้ไปที่ตัวหนังสือของเรื่องราวขณะอ่าน หลังอ่านจบเราใช้คำถามให้เด็ก ๆ คิดและตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ได้ฟังจบไป หลังจากนั้นอาจให้เด็กอ่านตามทีละวรรค ถ้าเป็นในชั้นเรียนคุณครูจะให้เด็ก ๆ อ่านด้วยกันเป็นคู่ เป็นกลุ่ม รวมถึงอ่านพร้อมกันทั้งชั้นเรียนตามแต่โอกาส และให้วาดภาพที่ประทับใจจากเรื่องรวมถึงเขียนความรู้สึกหรือสิ่งที่ได้รับจากการอ่าน ที่เป็นเหมือนข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่านนั้นเอง การสอนอ่านให้ประสบความสำเร็จก็ควรต้องมีการสอนซ้ำบ่อย ๆ จากเรื่องอื่น ๆ ที่เด็กสนใจอยู่เสมอ ตามโอกาสที่แต่ละครอบครัวจะมีให้ นอกเหนือจากในชั่วโมงเรียนที่คุณครูจัดให้ที่โรงเรียน

Advertisement

Advertisement

ตั้งใจเขียน

ขั้นตอนที่ 3 การสอนเขียนโดยเริ่มจาก "การเขียนอิสระ" เป็นไฮไลท์สำคัญของหัวข้อในวันนี้เลยทีเดียว "การเขียนอิสระ" คืออะไร คงเป็นคำถามที่ผู้อ่านสงสัย ไม่เพียงแต่ผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น ครูผู้สอนเองที่ไม่คุ้นเคยกับการสอนแบบ BBL ก็อาจสงสัยเช่นกัน "การเขียนอิสระ" เป็นหลักการสอนเขียนตามกระบวนการของ Brain-Based Learning หรือ BBL มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการทำความคุ้นเคยของครูผู้สอนกับศิษย์ตามหัวข้อแรกที่พูดถึงในตอนต้น ตามด้วยการอ่านให้ฟังและการให้เด็กได้ฝึกเขียนหรือวาดภาพหลังจากการอ่านให้ฟัง หลังจากนั้นจึงเริ่มสอนการเขียนด้วยการให้ทำกิจกรรมที่เรียกว่า "การเขียนอิสระ" ที่มีขั้นตอนวิธีการง่าย ๆ ดังนี้

งานเขียนของเด็กการสอนเขียนที่เรียกว่า "เขียนอิสระ" เริ่มจากคุณครูแจกกระดาษให้เด็ก ๆ คนละหนึ่งแผ่น ควรเป็นกระดาษเปล่า ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของกระดาษ A4 หรือครึ่งหนึ่งของกระดาษ A4 ก็ได้ สำหรับการเริ่มฝึกเขียนครั้งแรก ๆ อธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจว่าครูให้พวกหนู ๆ ทำอะไร ยกตัวอย่างคำชี้แจงของครู "สวัสดีค่ะ เด็ก ๆ วันนี้ครูมีกระดาษแผ่นเล็กมาให้เด็ก ๆ เขียน โดยที่เด็ก ๆ จะเขียนอะไรก็ได้ที่หนูอยากเขียน เราเรียกงานชิ้นนี้ว่า "เขียนอิสระ" ดังนั้นเด็ก ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะเขียนผิดหรือถูก เพราะเป็นการเขียนอิสระที่หนูเขียนได้ทุกอย่าง จะเขียนอะไร เขียนแบบไหน เขียนได้ทั้งหมดเลยนะคะ""เมื่อเขียนเสร็จเด็ก ๆ สามารถวาดภาพตกแต่งระบายสีตามชอบใจให้สวยงามได้ด้วยค่ะ" เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

เมื่อเด็ก ๆ เขียนเสร็จ คุณครูต้องนำชิ้นงานของทุกคน ตรวจแบบยังไม่ต้องแก้คำผิดเพื่อสร้างความมั่นใจในการเขียนให้กับเด็ก และเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากเขียนอีกในครั้งต่อ ๆ ไปโดยครูอาจให้คำชมหรือปั๊มสติ๊กเกอร์ให้กำลังใจพร้อมลงลายมือชื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกดีใจที่ผลงานการเขียนครั้งแรกของพวกเขาได้รับการตรวจดูจากครูแล้ว จากนั้นนำผลงานของทุกคนติดไว้ที่บอร์ด หรือหนีบไว้บนราวที่ขึงสำหรับแสดงผลงานในชั้นเรียนเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการเขียนของเพื่อนไปในเวลาเดียวกัน เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องมีใครสอนหรือบอก เด็กจะเรียนรู้กันเองตลอดเวลาที่อยู่ในชั้นเรียน ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นการสอนเขียนแบบเริ่มต้นสำหรับเด็กเล็กและเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ช่วงต้นภาคเรียน และแน่นอนการฝึกเขียนอิสระไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียว คุณครูต้องมีโอกาสให้เด็กได้ฝึกเขียนบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาการเขียนของตนเองให้ดีขึ้นตามลำดับ

ตัวอย่างงานเขียนขั้นตอนที่ 4 การสอนเขียนตามหลักภาษาไทย สำหรับการสอนเขียนในขั้นตอนนี้ เด็กจะได้เรียนรู้หลักภาษาจากครูผู้สอนและการเขียนในชั่วโมงหลักภาษานี้ ความถูกต้องในการเขียนของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียด เด็กจะได้เรียนรู้และแก้ไขงานของตนเองเมื่อมีการเขียนที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีผลไปถึงความสามารถหรือแรงบันดาลใจในการเขียนของการเขียนอิสระ เด็กจะค่อย ๆ เชื่อมโยงความรู้จากการเรียนในชั่วโมงภาษาไทยแล้วนำไปพัฒนางานเขียนอิสระของตนเองในครั้งต่อ ๆ ไปจนเกิดเป็นทักษะการเขียนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นโดยที่อุปนิสัยในการรักการเขียนของเด็ก ๆ ก็ยังคงติดตัวเด็กตลอดไป และผู้เขียนมองว่าสิ่งนี้เป็นจุดดีของกระบวนการสอนการเขียนแบบ BBL ที่ครูภาษาไทยบางท่านอาจไม่ชื่นชอบ และอาจรีบแก้คำผิดให้กับเด็ก ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกของการเขียนอิสระของพวกเขา เช่นนั้นแล้วเราคงอดมีเยาวชนที่มีความสามารถในการเขียนในอนาคตไปอีกไม่น้อยอย่างน่าเสียดาย

เขียนจากสิ่งที่เรียนตัวอย่างชิ้นงานการเขียน ครูสามารถออกแบบได้หลากหลาย ตามทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ Graphic Organizers หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "GO" ที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เด็กมีแรงบันดาลใจในการเขียน และสนุกกับการทำงานเขียน ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้ชิ้นงานของเด็ก ๆ มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ สร้างความภูมิใจให้กับเด็กวัยประถมศึกษาวัยของการเรียนรู้ที่น่ารักเหล่านี้ได้อย่างมากมาย ภาพตัวอย่างที่นำมาลงอาจไม่หลากหลายเนื่องจากผู้เขียนได้เกษียณจากชั้นเรียนมาสองถึงสามปีแล้ว จึงยังพอมีภาพที่เก็บไว้ให้ได้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่บ้าง เชื่อว่าในชั้นเรียนปัจจุบันที่คุณครูใช้กระบวนการสอนแบบ BBL จะมีภาพชิ้นงานที่สวยงามของเด็ก ๆ ให้เห็นมากมาย (คุณครูผู้สอนที่อ่านบทความ สามารถส่งภาพมาแบ่งปันกันได้นะคะ)

ตัวอย่างงานเขียนถึงตอนนี้ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้อ่านที่อาจเป็นคุณครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง คงพอมองเห็นภาพและมีความเข้าใจในหลักการและวิธีการสอนการอ่านการเขียนให้เด็ก ๆ สามารถอ่านออกเขียนได้ตามแบบของ BBL กันพอสมควร พ่อแม่ ผู้ปกครองเองก็สามารถช่วยส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพในการอ่านการเขียนของตนเองขณะอยู่ที่บ้านกับครอบครัวได้ เช่นนี้แล้วเด็ก ๆ ของเราก็จะเติบโตเป็นคนมีความสามารถอย่างที่เราอยากให้เป็นอย่างแน่นอน ผู้เขียนได้ใช้วิธีการที่กล่าวมากับชั้นเรียนของผู้เขียนตลอดอายุการทำงานครั้งยังเป็นครูผู้สอนเด็กวัยประถมศึกษาตอนต้น นับจาก BBL ได้เริ่มนำเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนในโรงเรียน เกิดผลเชิงประจักษ์กับลูกศิษย์ตัวน้อยของผู้เขียนทุกรุ่นที่ปัจจุบันเติบโตอย่างมีคุณภาพด้านความสามารถในการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์จากสิ่งที่อ่าน อย่างน่าภูมิใจจนถึงปัจจุบัน จึงอยากฝากกระบวนการสอนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนี้ไว้กับผู้อ่านทุกท่านด้วย

ขอขอบคุณ : เทคนิคภาพปกจาก canva.com ทุกภาพเป็นของผู้เขียนเอง

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
TPannee
TPannee
อ่านบทความอื่นจาก TPannee

ครูเกษียณโรงเรียนเอกชนของจังหวัดเชียงใหม่ เกษียณงานปีการศึกษา2562 ประสบการณ์สอนและดูแลเด็กประถมศึกษา

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์