คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

เชียงใหม่ ไอ-เลิฟ 4 วัน 3 คืน Day 1-2 ดอยสุเทพ ภูพิงค์ ดอยปุย

SLAXKER
SLAXKER
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก SLAXKER
แจ้งตรวจสอบ
เชียงใหม่ ไอ-เลิฟ 4 วัน 3 คืน Day 1-2 ดอยสุเทพ ภูพิงค์ ดอยปุย

ถ้าถามว่าความสุขคืออะไร คำตอบสำหรับผมหนึ่งใน3ข้อที่ชอบมากที่สุดก็คือ การได้เดินทาง


 

ครั้งนี้ผมเดินทางไปกับเพื่อนอีก 3 คน จุดมุ่งหมายของพวกเราคือ เชียงใหม่จ้าววววว เพราะอยากไปเปิดหูเปิดตา ไปดูเด็กบนดอย ไปสัมผัสกับหมอกตอนเช้า ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และอีกหลายๆกิจกรรมที่อยากไปทำ เพราะครั้งนี้พวกเราไปกันตั้ง 4วัน3คืน เที่ยวแบบจุก ๆ ไปแล้วจ้าแม่

15 มกราคม 2563

เริ่มต้นจาก เดินทางออกจากจังหวัดอุดรธานีเวลา 04.00 น. ไปถึงเชียงใหม่ประมาณ 15.00 น. เป็นการนั่งรถที่ยาวนานมากเพราะพวกเราเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อความสะดวกในการแวะเที่ยวตามที่ต่าง ๆ พอถึงเชียงใหม่พวกเราก็ไปยังที่พักแถว ๆ MAYA ที่เพื่อนได้จองไว้ คืนแรกพวกเราจะพักในตัวเมืองเพื่อเที่ยวและหาของกินในตัวเมืองกันก่อน และพอถึงห้องที่จองไว้ก็อาบน้ำนอนพักผ่อนเอาแรงกันหน่อยเพราะเย็นนี้มีนัดกันไปเดินเล่นที่ เชียงใหม่ไนท์บาซาร์กัน พวกเราเดินเล่นกันแล้วก็หาของกินกัน

Advertisement

Advertisement

เชียงใหม่ไนท์บาซาร์

แล้วสุดท้ายมื้อค่ำของพวกเราก็มาจบที่ร้านอาหารแถว ๆ ประตูเมืองเชียงใหม่จ้า หลังจากนั้นก็พากันมาเดินเล่นที่ MAYA หาซื้อของกินเล่นไปเรื่อยและคืนแรกก็พากันกลับไปนอนพักเอาแรงกันหน่อยเพราะแผนเดินทางของพรุ่งนี้คือ ขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ - ดอยปุย - แล้วก็ไปที่พักที่ม่อนแจ่มยั่ว ๆ จ้าแม่ งั้นคืนนี้ก็เลยต้องนอนไวกว่าตกกะปิ ปิกะตก ปกติ เฮ้ย!! ถูกแล้ว (อิหยังวะ) 

16 มกราคม 2563

สวัสดีตอนเช้าจ้า วันนี้เริ่มต้นตอนเช้ากับการอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เก็บของเพื่อเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก เพื่อไปหาอะไรกินก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปยังดอยสุเทพ แล้วก็ตกลงกันไปกินข้าวซอยที่แถว ๆ MAYA อีกเช่นเคย หลังจากกินเสร็จก็มุ่งตรงไปยังทางขึ้นดอยสุเทพแล้วก็แวะไหว้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย กันก่อนเลย

Advertisement

Advertisement

ครูบาศรีวิชัย

ต่อไปก็ขึ้นไปยังดอยสุเทพเลยจ้าแม่ นอกจากมีเหล้าเบียร์ที่ทำให้เมาแล้ว ก็คงมีทางโค้งตอนขึ้นดอยนี่แหละครับที่ทำให้ผมเมา ซ้ายขวา ซ้ายขวา ไปเรื่อย ๆ แม่เจ้า เรียกว่าโค้งหักศอกคงยังไม่พอ เรียกว่า โค้งหักศอกจนศอกหักไปเลยดีกว่า

โค้งหักศอก จนศอกหักแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ 555 เลือกที่จะเที่ยวเองแค่นี้สบายมาก หนักกว่าเธอจะเจอมาแล้วเฟ้ยยย และพอระหว่างทางเจอจุดชมวิวพวกเราก็จะแวะเพื่อถ่ายรูปกัน ซึ่งรูปที่ได้ก็ไม่รู้ว่าพวกเราเจอหมอกหรือ PM 2.5 กันแน่ เพราะอากาศเชียงใหม่ช่วงที่พวกเราไปก็ใช่ว่าอากาศจะบริสุทธิ์ ต่างจาก 5 ปีที่แล้วที่ผมได้มาอยู่เชียงใหม่ 2 เดือน ซึ่งช่วงเวลานั้นบรรยากาศที่เชียงใหม่ถือว่าดีมาก ปกคลุมไปด้วยหมอก อากาศเย็น ซึ่งผมชอบบรรยากาศตอนนั้นมาก อยากให้เชียงใหม่เป็นแบบนั้นไปตลอดเลย ไม่เหมือนตอนนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วทั้งฝุ่น ไฟป่า ขอให้เชียงใหม่กลับมาเป็นเชียงใหม่เหมือนเดิม -/\-

Advertisement

Advertisement

สวัสดีเชียงใหม่จ้าวววและในที่สุดหลังจากผ่านโค้งมานับไม่ถ้วนก็ถึงแล้วครับเป้าหมายแรกในวันนี้ของพวกเรา ดอยสุเทพ พวกเราแวะไหว้ แล้วก็เดินชม พร้อมกับถ่ายรูปเก็บไว้อีกเช่นเคย

 

ดอยสุเทพ

หลังจากไหว้พระ แล้วก็เก็บบรรยากาศโดยการถ่ายภาพเรียบร้อย ก็ได้เวลามุ่งสู่สถานีต่อไปนั่นก็คือ ดอยปุยนั่นเอง ความรู้สึกที่ได้กลับมาดอยปุยครั้งนี้เราเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้จะไปสถานที่เดิมแต่เวลาได้ผ่านมา 5 ปีแล้ว มันจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ เรามองดูต้นไม้ระหว่างทางที่เราพอจะจำได้เพราะบางต้นเพราะมันจะอยู่ติดกับถนนเลย ตื่นเต้นโว้ยยยย 

...ถึงแล้ววว ดอยปุย เรามองดูรอบๆ ที่นี่ยังเหมือนเดิมเลย สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดคงเป็นบรรยากาศที่มันร้อนขึ้น น่าเสียดายเรามาตอนนั้นหน้าร้อนเหมือนกันแต่ไม่เห็นร้อนแบบนี้เลย สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราอยากกับมาดอยปุยมากที่สุดคือ กลับมาถ่ายรูปสถานที่เดิมแต่คนละเวลานั่นเอง ผ่านมาตั้ง 5 ปีเราและสถานที่เหล่านั้นจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ...

5 ปีผ่านไปมีคำพูดคำหนึ่งที่เราพูดไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วคือ ถ้ากลับมาที่นี่อีกครั้งจะพาแฟนมาด้วย เอิ่ม ไม่มีเลยฮ่า ๆ ๆ

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปที่เราสังเกตได้ก็คือ กล้องมือถือนี่แหละ หลังจากที่เดินชมสวนดอกไม้แล้วก็ถ่ายรูปเสร็จ ก็ไปหาอะไรกินอีกครั้ง แล้วก็นั่งพักผ่อนเก็บบรรยากาศไว้ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้พูดอะไรหรือสัญญาอะไรเลย ไม่มีก็ไม่มีตั้วเนาะ แงงงงงงง...

ดอยปุยสวนดอกไม้ บนดอยปุยก็สวยเหมือนกันนะเนี่ยย

ดอกไม้น้อยกลอยใจสวนดอกไม้อีกสวนไปไปไปหมาดอย

หลังจากชมบรรยากาศที่ดอยปุยเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปของพวกเราในค่ำคืนนี้ก็คือ ม่อนแจ่ม ยั่ว ๆ ค่ะแม่ ไปนอนเอาบรรยากาศซักคืนคงจะฟินน่าดูเลย ว่าแล้วก็ไปกันเลย มุ่งสู่ม่อนแจ่มเจ้า..

...แต่ถ้ารีบไปเลยก็คงจะไวไปก็เลยหาที่พักกินข้าวก่อนนั่นก็คือสถานที่ที่ขับรถผ่านมาแต่ยังไม่ได้แวะนั่นก็คือ ภูพิงค์ แต่พวกเราไม่ได้เข้าไปใน พระตำหนัก เพราะกลัวจะไม่ทันเวลา แล้วก็อีกเช่นเคย เช็คอินด้วยการถ่ายรูป

ภูพิงค์ภูพิงค์หลังจากขี่รถลงมาจากภูพิงค์เข้ามาสู่ในตัวเมืองก็ได้ไอเดียเจ๋ง ๆ นั่นก็คือซื้อของไปย่างกินแล้วสัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนวิเศษ อึ้ยยย ช้าอยู่ได้เยี่ยงไร ไปซื้อของกัน จะว่าไปจะซื้อของไปย่างแล้วจะขาดน้ำวิเศษไปได้ยังไง ขนขึ้นรถไปเลย 

ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ผมพึ่งมาลองเขียนบทความ อาจจะเล่าได้ไม่ดี ติดขัด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ครั้งหน้าจะปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆครับ

 : ภาพประกอบโดยนักเขียน

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด