คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

ท้าความสูง พิชิตพุยโค

ฌิชาธาร
ฌิชาธาร
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ฌิชาธาร
แจ้งตรวจสอบ
ท้าความสูง พิชิตพุยโค

            ความฝันสูงสุดของคนตาบอดคือการมองเห็นหน้าคนรัก มองเห็นความงดงามของโลก  ความฝันสูงสุดของคนที่ไม่สามารถเดินได้คือการลุกขึ้นยืนเพื่อออกเดินทางสัมผัสความงดงามของโลกที่ธรรมชาติเนรมิตไว้ด้วยตนเอง 

            ฉันโชคดีที่ดวงตาของฉันมองเห็นได้ทุกสิ่งอย่างและขาสองข้างของฉันก็เดินได้ดีไม่แพ้ใคร  ฉันจึงเลือกที่จะออกเดินทางตามโอกาสให้คุ้มกับที่มีครบทุกอย่าง เผื่อว่าวันหนึ่งโอกาสแบบนี้จะดับสลายไม่ให้ฉันได้สัมผัสอีก 

            ในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้มีสถานที่อยู่ที่หนึ่งผุดขึ้นมาในหัวฉัน  ซึ่งก็คือ "ดอยพุยโค" ที่ที่ใครๆ ก็ต่างว่ากันว่าสูงนักสูงหนา  ความอยากพิชิตความสูงวิ่งเข้ามาโลดเต้นในความคิดฉุดกระชากลากดึงให้ฉันเดินทางไปสัมผัส จนฉันหยุดนิ่งไม่ได้  ต้องรีบหาผู้ร่วมกระบวนการเพื่อปฏิบัติการพิชิตดอยพุยโคให้สำเร็จลุล่วง

Advertisement

Advertisement

วิวจากพุยโค
            “พุยโค” เป็นชื่อดอยลูกหนึ่ง เป็นคำทับศัพท์ภาษาท้องถิ่นของชาติพันธุ์เผ่ากะเหรี่ยง  ดอยพุยโคตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านอุมดาเหนือ ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมยแห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ระดับความสูง 1406 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ห่างจากตัวอำเภอสบเมย 14 กิโลเมตร

            เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาตีห้าครึ่งดังขึ้น  ฉันกับเพื่อนสาวรีบล้างหน้าแปรงฟันพร้อมคว้าหมวกอุ่นกับเสื้อกันหนาว  แล้วสองล้อรถเครื่องจักรยานยนต์ก็เริ่มต้นหมุนเคลื่อนที่พาสองชีวิตฝ่าอากาศเย็นกลางความมืดไปยังสี่แยกอำเภอสบเมย  จากนั้นเราก็เลี้ยวซ้ายมุ่งสู่หมู่บ้านอุมดาเหนือตามป้ายบอกทางที่ติดอยู่ข้างๆ

            การเดินทางเริ่มแรกถนนเป็นคอนกรีตไต่ระดับขึ้นตามไหล่เขาซึ่งไม่ชันนัก  จากนั้นก็ตามด้วยลูกรังและก้อนหิน ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ บวกกับอากาศที่เย็นจนปากสั่น อีกทั้งยังมืดสนิทรอบด้าน  ทำให้เราต้องเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ   เพราะหากตกเขาเวลานี้ก็ยากมากที่จะมีคนมาช่วยได้

Advertisement

Advertisement

            ยิ่งลึกเข้าไปก็ยิ่งหนาวมากขึ้น หมอกหนาปิดทางทำให้มองข้างหน้าได้ไม่เกิน 2 เมตร  ใบหน้าเราเปียกชุ่มด้วยไอจากหมอกสั่นไปทั้งตัวจนฉันอดคิดไม่ได้ว่านี่ฉันมาทรมานตัวเองทำไม เป็นการหาเหาใส่หัวชัดๆ  แต่อีกใจก็มีความสุขมากบนความทรมานนี้ เพราะฉันได้สัมผัสทั้งความมืด ความเย็น ความกลัว ความตื่นเต้น ความสนุก และหลากหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน  กลายเป็นความรู้สึกสุดพิเศษที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

หมอกระหว่างทาง
            ฟ้าเริ่มสาง ความมืดค่อยๆ กลับกลายร่างเป็นความสว่าง  สองล้อของจักรยานยนต์ฝ่าหมอกหนาเข้าสู่อุมดาเหนือมาถึงสามแยกกลางหมู่บ้านแล้วเลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางแผ่นเล็ก  หลังออกจากหมู่บ้านก็เข้าสู่ทางลุกรังอีกครั้ง  ซึ่งเกลื่อนไปด้วยเศษหินและหลุมบ่อ แถมยังชันสูงกว่าเดิมอีกมาก ทั้งชันทั้งหักศอกถือได้ว่าตอบทุกโจทย์ของหลายคนที่ชอบท้าความสูงเลยทีเดียว  

Advertisement

Advertisement

 

           สองล้อค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นดอยสูงเรื่อยๆ จนเจอลานกว้าง  เราจอดรถจักรยานยนต์พักไว้ตรงนั้นพร้อมกับหมวกอุ่นและเสื้อกันหนาว  แล้วเดินเข้าสู่ทางเดินเท้าที่แยกออกจากถนนสายหลักทางซ้ายมือเพื่อเดินขึ้นสู่ยอดเขาในระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร  หยาดไอน้ำที่เปียกใบหน้าเหือดแห้งกลายเป็นหยดเหงื่อที่ไหลเป็นทางยาว

ทางขึ้น
            ทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาค่อนข้างชันและแคบเป็นบางช่วง  แต่ก็เดินง่ายเพราะมีราวให้จับเกือบตลอดทาง  เสียงหอบด้วยความเหนื่อยของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นหลายคนตามหลังเรามาติดๆ ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจสนุกกับการเดินขึ้นดอยมากขึ้นเพราะรู้สึกถึงความเป็นทีมของผู้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้มากขึ้น  เราพูดคุยทักทายกันตลอดเวลาระหว่างทางทำให้บรรยากาศการเดินทางอบอุ่น  ความรู้สึกเหนื่อยหนีหายไปอย่างไม่รู้ตัว 

            เมื่อถึงจุดชมวิวบนยอดเขา ทุกคนทิ้งร่างลงกับพื้น พักให้เหงื่อแห้งระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้น รอให้หมอกเลื่อนต่ำลงเพื่อชมวิวจากจุดสูงสุด  ระหว่างพักป้าคนหนึ่งก็ยื่นขวดน้ำที่เหลือครึ่งขวดแบ่งให้ฉันพร้อมกับยิ้มให้ ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วรับน้ำมาด้วยความรู้สึกซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนร่วมทางนิรนามคนนี้ 

            พระอาทิตย์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นสาดแสงทะลุผ่านไอน้ำในหมอกให้ดอยพุยโคได้รับแสงแรกของวัน  หมอกหนากับแสงสีส้มสว่างปกคลุมเนรมิตให้ยอดดอยเป็นดั่งสวรรค์บนดิน  เมื่อยืนอยู่บนจุดชมวิวที่ยื่นออกไปข้างหน้า  ฉันรู้สึกเหมือนยืนกลางอากาศที่โล่ง เย็น และสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  เมื่อมองดูคนอื่นไกลๆ จะมองเห็นคนเหล่านั้นมีลักษณะเหมือนยืนอยู่บนก้อนเมฆสีขาวละเอียดนุ่มกลางท้องฟ้าที่กว้างใหญ่  ธรรมชาติช่างมหัศจรรย์เสียจริง

ชมวิว


            ความอุ่นของแสงอาทิตย์ทำให้หมอกหนาจางลงและเริ่มแบ่งชั้นกับท้องฟ้า มันค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงทีละนิดจนกลายเป็นสุดยอดแห่งทะเลหมอกที่งดงามและกว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา  ดึงฉันเข้าไปสู่ภวังค์ธรรมชาติอย่างไม่รู้ตัว  

 

           หลังหมอกเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ จนหายไปในที่สุด โดยมีภาพทิวทัศน์งดงามไกลสุดลูกลูกหูตาขึ้นมาแทนที่  แสงอาทิตย์ทอดความสว่างให้มองเห็นยอดเขารอบทิศที่คล้าย “ทุ่งหญ้าสีทอง” ผืนกว้างโล่งๆ  ซึ่งสะอาดตาไม่มีที่พักหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ตั้งรกพื้นที่  ฉันรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์ธรรมชาติอีกครั้ง  

วิวจากดอย
            ความพิเศษของดอยพุยโคที่ผู้มาเยือนทุกท่านจะได้รับคือความท้าทายระหว่างการเดินทางที่ต้องตื่นเต้นตลอดตลอดเวลา  แต่ก็เดินทางง่ายและทำให้ได้พบกับความงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์  สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้แบบ 360 องศา  พบกับที่สุดของทะเลหมอก อุ่นตาอุ่นใจกับทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก  และดื่มด่ำกับบรรยากาศความมหัศจรรย์ของธรรมชาติสุดพิเศษที่ท่านจะไม่มีวันหาเสพได้ในที่อื่นหรือตามเมืองกรุง 

 

            นอกจากนี้สำหรับผู้มาเยือนที่พกเต็นท์มาค้างคืนบนยอดเขา ก็จะได้สัมผัสกับความงามของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวในยามค่ำคืน  และที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนจะได้รับโดยไม่รู้ตัวก็คือการได้เรียนรรู้เพื่อนร่วมทาง การได้ใช้ชีวิตในมุมใหม่ และการเอาชนะใจตัวเองเพื่อก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ทั้งหมดเหล่านี้  แม้คุณจะร่ำรวยแค่ไหน  ก็ไม่สามารถหาซื้อได้นอกจากมาสัมผัสด้วยตัวเองที่ดอย "พุยโค"  ทุ่งหญ้าสีทอง

           วันว่าง วันหยุด วันห่วยแตก วันเบื่อโลก หรือจะวันไหนๆ ก็แวะมาพักกายพักใจกันบ้างนะ  พุยโครอเธออยู่นะ 

 

ภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด