ความรู้

ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน

122
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน

ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน ภาพจาก : wallpaperuse

ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน (Blue Straggler)

NGC _362 ภาพจาก : ESA/Hubble / Wikipedia

ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน (Blue straggler) เป็นดาวฤกษ์ที่ถูกพบในกระจุกดาวทรงกลม (Globular Cluster) ซึ่งในกระจุกดาวทรงกลมนั้นจะประกอบไปด้วยดาวฤกษ์อายุมากที่มีอายุตั้งแต่ 12,000 - 13,000 ล้านปี รวมตัวกันอย่างหนาแน่นตั้งแต่หลักแสนดวงไปจนถึงหลักหลายล้านดวง สมาชิกในกระจุกดาวทรงกลมส่วนใหญ่เป็นดาวยักษ์แดง (สีแดง) ที่มีอายุมากและมีอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก แต่จากการศึกษาพบว่าในกระจุกดาวทรงกลมบางกระจุกมีดาวฤกษ์สีน้ำเงินปะปนอยู่ด้วย

HR-Diagram

ภาพจาก : NATIONAL SCHOOLS' OBSERVATORY / NSO

โดยทั่วไปดาวฤกษ์จะมีวิวัฒนาการไปตามแถบลำดับหลัก ตามแผนภาพของ เฮิร์ทสปรุง-รัสเซลล์ (H-R Diagram ) ช่วงชีวิตของดาวฤกษ์จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมวล ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะเกิดการเผาผลาญเชื้อเพลิงในรูปแบบของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่รวดเร็วและรุนแรง ทำให้มีช่วงอายุที่สั้น ส่วนดาวฤกษ์มวลน้อยจะเกิดการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่ช้ากว่าจึงมีช่วงอายุที่ยาวนานกว่า อีกทั้งสีของดาวฤกษ์สามารถบ่งบอกถึงอุณหภูมิได้ โดยดาวฤกษ์สีแดงมักจะเป็นดาวฤกษ์อายุมากและมีอุณหภูมิต่ำกว่า ดาวฤกษ์สีน้ำเงินที่เป็นดาวฤกษ์อายุน้อยและมีอุณหภูมิที่สูงมาก จากการศึกษาพบว่าดาวฤกษ์ที่เป็นสมาชิกในกระจุกดาวทรงกลมส่วนใหญ่แล้ว เป็นดาวฤกษ์ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน จึงมีสี อายุ และวิวัฒนาการที่ใกล้เคียงกัน ตามทฤษฎีสมาชิกในกระจุกดาวทรงกลมควรจะเป็นดาวฤกษ์อายุมากสีแดงเหมือนกันทั้งหมด

Advertisement

Advertisement

การเกิดดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน ภาพจาก : NASA & ESA / ESA

แต่ในปี 1953 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันนามว่า Allan Sandage ได้ค้นพบดาวฤกษ์สีน้ำเงินที่กระจายตัวอยู่ในกระจุกดาวทรงกลม M3 เป็นครั้งแรก และสังเกตเห็นว่าดาวฤกษ์สีน้ำเงินเหล่านี้แตกต่างไปจากดาวฤกษ์สีแดงส่วนใหญ่ในกระจุกดาว จึงคาดการณ์ว่าดาวฤกษ์เหล่านี้อาจเป็นดาวฤกษ์ที่ยังไม่วิวัฒนาการและเรียกดาวฤกษ์พวกนี้ว่า “ดาวแปลกพวกสีน้ำเงิน” แต่ในภายข้อมูลหลังกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลพบว่า ดาวฤกษ์สีน้ำเงินเหล่านี้เกิดจากดาวฤกษ์สีแดงที่เข้าใกล้กันมาก จนเกิดการถ่ายเทมวลสารระหว่างกัน ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่าจะดูดมวลสารของดาวฤกษ์ที่มวลมากกว่า การถ่ายเทมวลสารระหว่างกันนี้ทำให้ดาวฤกษ์มวลน้อยมีมวลเพิ่มมากขึ้นและมีความร้อนเพิ่มมากขึ้นด้วย จากปฏิกิริยาดังกล่าวส่งผลให้ดาวฤกษ์เหล่านี้ส่องสว่างเป็นดาวฤกษ์สีน้ำเงินท่ามกลางดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ที่เป็นสีแดง และดาวฤกษ์สีน้ำเงินเหล่านี้ไม่ได้เป็นดาวฤกษ์เกิดใหม่ แต่เป็นดาวฤกษ์อายุมากที่กลับมาสว่างไสวกว่าดาวฤกษ์ดวงอื่นๆนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์