คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

ถ้ำพระนาง ความอินเตอร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และปลัดขิก

140
Anusorn Srikhamkhwan
Anusorn Srikhamkhwan
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Anusorn Srikhamkhwan
แจ้งตรวจสอบ
ถ้ำพระนาง ความอินเตอร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และปลัดขิก

แต่ละปีจังหวัดกระบี่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศอย่างมหาศาล สถิติปี 2559 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่ ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 5.8 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ชาติที่เข้ามาเป็นอันดับหนึ่งเป็นจีน จุดเด่นของกระบี่ คือ เกาะสวย หาดทรายงาม กิจกรรมหลากหลาย ทั้งดำน้ำดูปลา ชมปะการัง อาบแดด ปีนเขา กีฬาชายหาด ฯลฯ จุดท่องเที่ยวมีหลายแห่ง หาดถ้ำพระนาง หรือ อ่าวถ้ำพระนาง คือ 1 ในนั้น

นักท่องเที่ยวพายเรือคายัค

เสน่ห์ของอ่าวถ้ำพระนางมีชายหาดสวย วิวดี หน้าผาเหมาะแก่การปีน พระอาทิตย์ตกก็โรแมนติกนัก แต่!... บทความนี้ผมไม่ได้ชวนมาชมหาดสวย หรือบรรยากาศแสนงามแต่กระไร เพราะสถานที่แห่งนี้ดังระดับอินเตอร์ กระจายชื่อเสียงไปไกลทั่วทุกมุมโลกอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงขอชวนพาเพื่อนๆ เดินลึกเข้าไปสุดอ่าว ชมสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่มาของนามสถานที่ “ถ้ำพระนาง” กัน

Advertisement

Advertisement

 

บริเวณปากถ้ำของถ้ำพระนาง เพื่อนๆ จะพบกับศาลเพียงตา ที่รายล้อมไปด้วยปลัดขิกหลายยขนาด เป็นที่แปลกตา และเรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี

นักท่องเที่ยวเดินหน้าถ้ำพระนาง

ถ้ำพระนางนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวกระบี่มานาน นานก่อนจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เชื้อเชิญนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย ตำนานเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำพระนางมีหลายสำนวน ดังนี้

ตำนานแรกเล่าว่า อดีตนานมาแล้วมีเรือของพระราช และพระนาง พร้อมเจ้าหญิง จากอินเดีย ล่มอยู่หเงจากบริเวณปากอ่าวออกไป ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของพระนางได้มาสิงสถิตในถ้ำ เพราะบริเวณชายหาดของอ่าวถ้ำพระนางนั้นในคืนเดือนมืดจะเกิดพรายน้ำปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ชาวประมงขอพรเสมอก่อนออกเรือ และมักจะพับกับเรื่องดี ลับมาทุกครั้ง จึงนำดอกไม้ธูปเทียนอาหารมาถวาย นานเข้าก็มีความเชื่อว่าควรถวายปลัดขิก เพราะเป็นพระนาง

Advertisement

Advertisement

ปลัดขิกเรียงราย

อีกตำนานเล่าว่า โบราณกาลนานมามีครอบครัวของตายม ไปบนบานขอลูกจากพญานาค พญานาคตกลง แต่มีข้อแม้ว่าหากเกิดเป็นลูกสาว ต้องให้แต่งงานกับลูกชายของตน กาลต่อมาตายมได้ลูกสาวชื่อว่า “นาง” แต่แทนที่จะแต่งงานกับลูกพญนาค “สาวนาง” กลับไปชอบกับ “บุญ” ลูกชาวบ้าน และตกลงแต่งงานกัน พญานาคทราบข่าวก็เป็นเรื่อง โกรธมาก แค้นมา ในวันแต่งงานพญานาคจึงสาปให้ทุกอย่างกลายเป็นหิน เรือนหอ กลายเป็น ถ้ำพระนาง, ข้าวเหนียวกวน กลายเป็น สุสานหอย, ข้าวของเครื่องใช้ กลายเป็น เกาะหม้อ ส่วนพญานาค กลายเป็น เขาหางนาค ส่วนเรื่องความเชื่อที่นำปลัดขิกมาถวาย ก็ตามตำนานแรกนั่นล่ะครับ

 

ว่าด้วยเรียกปลัดขิก

ปลัดขิก คือ เครื่องรางชนิดหนึ่งเด่นทางเมตตามหานิยม ค้าขายร่ำรวย ลักษณะเป็นเหมือนอวัยวะเพศชาย ตามหลักความเชื่อที่ใช้สัญลักษณ์นี้ จากความเชื่อที่ว่าอวัยวะเพศชายคือสัญลักษณ์ของการเพิ่มพูนเจริญงอกงามนั่นแหละ

Advertisement

Advertisement

ป้ายชี้แจง

อย่างที่บอกเมื่อชาวบ้านเห็นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเพศหญิง จึงถวายปลัดขิกซะเลย ทั้งนี้ก็อยู่ภายใต้ความเคารพนะครับ ไม่ใช่เพราะทะลึ่งอุตริแต่อย่างใด

 

ปัจจุบันจะเห็นว่าหน้าศาลในถ้ำ จะเห็นป้ายสีขาวติดเตือนนักท่องเที่ยวทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษว่า ปลัดขิกที่ถวายนั้น มาจากความศรัทธา และชาวบ้านจะถวายชนิดที่ทำจากไม้

ศาลพระนาง

ข้อความสั้นๆ บอกว่า ชาวบ้านนิยมถวายปลัดขิกทำจากไม้ ก็ยืนยันได้แล้วว่า ต้องมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำสิ่งที่ไม่ได้ทำจากไม้มาวางไว้ กล่าวง่ายๆ คือ Sex Toy นั่นเอง ตรงนี้ยืนยันได้ว่า ชาวไทยเอง แม้จะนับถือปลัดขิก แต่ก็แยกแยะว่าสิ่งไหนคือสิ่งเคารพ สิ่งใดคือของใช้ ฉะนั้นความเชื่อจึงไม่ปนกับความอุตริ ดูหมิ่นดูแคลน

 

ฉะนั้นผมจึงมองว่าถ้ำพระนาง แม้จะเป็นสถานที่พบปะของความอินเตอร์ ต่างชาติ ต่างภาษา แต่ความเป็นไทยยังไงก็ฝังลึกอยู่ไม่จางหาย และเราเองก็น่าจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าจะไปเยือนแดนใด ควรเคารพวิถีของชุมชนไปพร้อมกันด้วย

 

*******

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด