คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

เยือนเมืองคอน...คนเดียวก็เที่ยวได้

Dawaien
Dawaien
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Dawaien
แจ้งตรวจสอบ
เยือนเมืองคอน...คนเดียวก็เที่ยวได้

เยือนเมืองคอน...คนเดียวก็เที่ยวได้

                     เนื่องจากมีวันหยุดสามวันติดจะให้นอนกลิ้ง ๆ อยู่บ้านก็กลัวจะไม่คุ้มค่ากับวันหยุดที่มี จึงต้องไปใช้เวลากับที่ที่หนึ่งที่ทั้งมีความสุขและประทับใจ และผลสรุปสุดท้ายก็มาตกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ได้ไกลแต่ก็ไม่เคยไปถึง ่ส่วนสาเหตุที่มาเลือกจังหวัดนี้ก็เพราะว่าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเกี่ยวกับจังหวัดนี้มานาน ยกตัวอย่างเช่น รสชาติอาหารที่ต้องเผ็ดนรก ผู้คนส่วนใหญ่จะขึ้นชื่อในเรื่องความโหด แล้วบวกกับเรื่องเล่าต่าง ๆ นานามาหลายปี จนเชื่ออย่างนั้น จะจริงไม่จริงก็เชื่อไปแล้ว แค่คิดว่าจะได้ออกเดินทางก็ตื่นเต้นสุด ๆ แล้ว

วันแรก

ตั๋วรถไฟ              จากการเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้มาร่วมสนุกกัน ได้ข้อสรุปว่าไม่มีใครว่างสักคน จนเหลือเราตัวคนเดียว ยังไงก็ต้องไปต่อ การเดินทางในครั้งนี้เดินทางด้วยรถไฟจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่-สถานีนครศรีธรรมราช เดินทางไม่ยาก เพราะสถานีรถไฟอยู่ในตัวเมืองเลย เมื่อซื้อตั๋วในราคาไม่กี่บาทเรียบร้อยก็ได้แค่รอเวลา สักพักก็ได้เวลาขึ้นรถไฟสักที ผ่านไปหลายชั่วโมง มีหลับบ้างตื่นบ้าง ลุกเดินยืดเส้นยืดสายไปมาบ้าง และในที่สุดก็ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชเป้าหมายของวันนี้สักที

Advertisement

Advertisement

ที่นั่งบนรถไฟ

สถานีรถไฟ                    ถึงแล้ว!!! ถึงสักที!!! ถึงแล้วจริง ๆ เดินลงจากรถไฟด้วยความตื่นเต้น เมื่อออกจากสถานีไปจะเจอความวุ่นวายของเมืองทั้งผู้คนและรถรามากมาย จากนั้นจึงไปหาที่พักก่อน ซึ่งไม่ไกลเท่าไหร่จากสถานีรถไฟ เมื่อเช็กอิน วางกระเป๋า และกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาท่องเมืองนครฯ สักที แม้จะมีรถสองแถวบริการตลอดทางแต่ก็เลือกที่จะเดินมากกว่า เพราะจะทำให้ใกล้ชิดกับมันมากกว่า เดินไปเรื่อย ๆ เจออะไรแปลก ๆ สวย ๆ ก็แวะถ่ายรูป ถ่ายจนกว่าจะพอใจ อยากหยุดตรงไหนนานเท่าไหร่ก็ทำได้ 

Advertisement

Advertisement

มัสยิดมัสยิดท้องถนน

                 เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเป้าหมายนั่นคือกำแพงเมืองเก่านั่นเอง แม้จะไม่น่าสนใจมาก แต่ก็อยากมาให้ถึง หามุมถ่ายรูปกับกำแพงไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลิน ยิ่งไม่ค่อยมีผู้คน ก็ยิ่งเป็นตัวเองได้เต็มที่ จะวางกล้องถ่ายมุมไหน ท่าไหนก็สนุกสนานอยู่คนเดียว ใกล้ ๆ นั้นจะมีสนามกีฬา มีผู้คนมาออกกำลังกายกันอย่างคึกคัก มีร้านเล็ก ๆ ขายของกินจุกจิกให้อยู่ท้อง แม้จะบอกว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเผ็ด ๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่กินเผ็ดก็ไม่กล้าลองสักที ก็ยังไม่ได้รสชาติของคนที่นี่สักที

กำแพง

กำแพงสนามตั้งกล้องถ่ายรูปอาหารเย็น

   สนามกีฬา

                      สถานีต่อไปคือไปนั่งกินเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่แฮปปี้คีรีวง ตอนแรกว่าจะเข้าไปดูหมู่บ้านคีรีวงเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันจะมืดแล้ว เลยเลือกที่จะหยุดร้านสักที่แล้วดื่มด่ำกับโกโก้ปั่นสักแก้ว พร้อมบรรยากาศที่เห็นวิวทิวทัศน์อย่างสวยงาม รู้สึกตัวอีกทีก็มืดแล้ว จากนั้นจึงกลับเข้ามาตัวเมืองอีกครั้ง สถานที่สุดท้ายของวันนี้คือ หลาดหน้าพระธาตุนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

วิวนั่งร้านhappy คีรีวง              ที่หลาดหน้าพระธาตุเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย คึกคักมาก เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กว่าจะเดินสุดงานทำเอาหอบอยู่ เมื่อเดินสุดของงานแล้วก็เลี้ยวกลับมาใหม่ ดื่มน้ำหมดไปแล้วขวดเลย ในงานมีของขายหลากหลาย อาหารก็เยอะแยะ เสื้อผ้าก็จุใจ แต่ที่พิเศษที่ทำให้ไม่อยากกลับที่พักนั้นคือการแสดงนั้นเอง ในงานจะมีการแสดงมโนราห์บ้าง เต้นบีบอยบ้าง การร้องเพลงสด การเต้นคัฟเวอร์ วงออเคสตรา หนังตะลุง เป็นต้น ซึ่งการแสดงเหล่านั้นทำเอาเพลิดเพลินจริง ๆ สนุกสนานและประทับใจในความสามารถของเยาวชน เมื่อรู้สึกว่าหนังตาเริ่มจะหย่อนก็ได้เวลากลับที่พักแล้ว

หลาดหน้าพระธาตุร้านค้ามโนราห์ออเคสตราเล่นดนตรี

วันที่สอง

                วันนี้ตื่นเช้ามาด้วยความปวดเมื่อยตามร่างกายเล็กน้อย เมื่อวานคงจะเดินเยอะไปหน่อย แต่ถึงยังไงก็หยุดการเดินทางของวันนี้ไม่ได้ ตื่นเช้ามาทักทายพระอาทิตย์ขึ้นที่นครศรีธรรมราช แม้จะเป็นดวงเดียวกัน แต่ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันทุกครั้งที่ได้มองพระอาทิตย์ขึ้น เช้านี้หยิบหนังสือให้มาอยู่เป็นเพื่อนสักชั่วโมง จากนั้นก็แต่งตัวไปทำความรู้จักนครศรีธรรมราชกันต่อโลด

พระอาทิตย์ขึ้นหนังสือ                  เมื่อหาข้าวเช้ากินเรียบร้อยก็มาขึ้นรถสองแถวเพื่อไปมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชที่แรกของวันนี้ ขึ้นรถไม่นานก็ถึงที่หมาย เมื่อเห็นในระยะไกลบอกได้เลยว่ามันสวยมาก เป็นมัสยิดที่สวย สมกับที่ได้ดูผ่านอินเตอร์เน็ตจนต้องมาดูกับตาตัวเอง เนื่องจากมาตอนเช้า ๆ จึงทำให้ปราศจากผู้คน จึงสามารถไปนั่งถ่ายรูปในมุมต่าง ๆ อย่างไม่เร่งรีบ มีลมพัดผ่านไปมาตลอดเวลาช่างน่ามาผูกเปลนอนเสียจริง ผ่านไปสักพักก็ได้เวลาไปกันต่อ สถานีต่อไปคือ ณ บ้านเล็กกลางหุบเขา ไปกันโลด

ตัวเมืองป้ายรถสองแถวมัสยิดกลาง                   จากนั้นก็มารอรถสองแถวกันต่อ การขึ้นรถสองแถวในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้จักมิตรภาพและความใจดีจากคนนครฯ เพราะเมื่อผู้โดยสารเหลือเราคนเดียว พี่คนขับรถคนนี้เลยอาสาแวะตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้ เป็นตากล้องให้ด้วย ส่วนเราก็เออออตาม จึงทำให้ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ได้ความรู้จากเจ้าบ้านเยอะแยะเลย สักพักก็มาถึงที่หมายของเราในวันนี้ ซึ่งจะอยู่สุดทางของรถสองแถวพอดี จากนั้นจึงกล่าวลาและขอบคุณในความใจดีของพี่มาก ๆ 

รถสองแถวบนรถถ้ำเขาหลวงชีวะโกวิว

                ที่ ณ บ้านเล็กกลางหุบเขาเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ มีความโดดเด่นที่ด้านหลังของร้านจะเป็นที่นั่งวิวภูเขา มุมมองแบบ 180 องศา มีที่นั่งเป็นเปลนอนบนความสูง 15 เมตร ยื่นออกมานอกตัวร้าน ได้เห็นวิวสวยๆ ของธรรมชาติ ซึ่งก่อนจะเข้าร้านก็ต้องมีการเข้าคิวด้วย เนื่องจากผู้คนหนาแน่นแต่พื้นที่มีจำกัด เมื่อได้เครื่องดื่มที่สั่งไปแล้ว จากนี้จึงเป็นเวลาของเรากับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว วิวสวยมาก อากาศดี เครื่องดื่มอร่อย ยิ่งมีหนังสือดี ๆ สักเล่มยิ่งอยู่ได้นาน

บ้านเล็กกลางหุบเขาวิวกับหนังสือธรรมชาติมุมข้างนอก                  ในตอนบ่าย ๆ เลือกที่จะไปหาทะเลกันต่อ หาดซันไรซ์ ไม่ใกล้ไม่ไกล ที่นี่คนเยอะ เยอะทุกที่ที่ไปเลยละ ไปตัวเมืองคนก็เยอะ ไปหาเขาคนก็เยอะ มาหาทะเลคนยังเยอะ ร้านอาหารที่นี่ก็มีหลายร้านให้เลือก คนที่มาบ่อย ๆ ก็อาจมีร้านประจำ แต่กับคนที่มาครั้งแรก ร้านไหนก็ได้ให้ได้กินข้าว นั่งมองผู้คน เ่ล่นโทรศัพท์ไปสักพักก็เป็นเวลาเย็นเสียแล้ว จากนั้นก็ออกจากที่นั่นแล้วไปร้านโกปี๊กันต่อ ที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว ตั้งใจจะมาจิบเครื่องดิ่มร้อน ๆ สักแก้ว แล้วจะกลับไปเข้านอนทันที วันนี้ทั้งวันเหนื่อยและเพลียมาก และเหมือนจะหลงลืมไปชั่วขณะ เพราะดันสั่งชาร้อนมา แล้วตัวเองนั้นไม่ถูกกับชา ดังนั้นเมื่อกลับไปถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่สามารถปิดตานอนหลับได้เลย ชาร้อนทำพิษซะแล้ว กว่าจะได้หลับก็ปาไปตี 3 

ร้านอาหาร

หาดซันไรซ์ชาร้อนวันที่สาม

                   โชคดีที่วันนี้ไม่มีแพลนไปไหนแล้ว รอขึ้นรถไฟกลับอย่างเดียว จึงตื่นสายได้นิดหน่อย จากนั้นลงไปกินอาหารเช้า แล้วก็เดินไปสถานีรถไฟซื้อตั๋วทันที ตอนนี้ยังมีเวลาอีกหลายนาทีจึงเลือกจะเดินไปรอบ ๆ สถานีแล้วถ่ายรูปเล่นกล้องไปคนเดียวตามประสาคนที่มาคนเดียว ถ่ายรูปไปสักพักก็ได้เวลาขึ้นรถไฟกลับหาดใหญ่สักที จบทริปนครศรีธรรมราชนี้ไปแล้ว ได้มิตรภาพจากคนนครฯกลับไปด้วย เชื่อแหละว่าทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี อยู่ที่เราว่าจะมีโอกาสเจอคนแบบไหนเท่านั้นเอง แต่การที่มาในครั้งแรกแล้วเจอคนดี ๆ ก็ทำให้เราประทับใจคนนครศรีธรรมราชได้อย่างไม่มีข้อโต้เถียง ส่วนเรื่องรสชาติอาหารที่ตั้งใจว่าจะมาลองสักครั้งว่าจะเผ็ดจัดจ้านขนาดไหน สุดท้ายก็ไม่ได้ลอง เพิ่งนึกได้ตอนที่ถึงหาดใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่เสียใจเลยสักนิด

น้ำดื่มห้องอาหารรถไฟสถานีรถไฟท้องฟ้าวันนี้

                           การเดินทางคนเดียวมันมีข้อดีมากมาย แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน การได้ฟังคนอื่นเล่าถึงข้อดีเราจะไม่มีทางเข้าใจมันจริง ๆ จนกว่าจะได้ออกเดินทางคนเดียวและจะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งทีเดียว แต่สำหรับข้อเสียนั้น แม้จะไม่ได้ออกเดินทางก็จะเข้าใจโดยทันที อาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงทำให้บางคนยังไม่กล้าที่จะออกมาเดินทางคนเดียว การได้เดินทางกับเพื่อนฝูงมันดี ดีมาก ๆ เลยละ แต่ในวันหนึ่งวันที่ไม่มีเพื่อนข้างกาย ก็จะเหลือเราเพียงคนเดียว ในวันนั้นเราต้องเลือกแล้วว่าจะออกไปเดินทางคนเดียว หรือเลือกจะอยู่บ้านเงียบ ๆ หรือจะรอจนกว่าจะมีเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน คุณเลือกได้ เลือกยังไงก็จะได้อย่างนั้น ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่คุณเลือก

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด