ความรู้

การปลูกผักสวนครัวแบบผสมผสาน (อยู่บ้านทั้งที ให้มีประโยชน์)

218
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
การปลูกผักสวนครัวแบบผสมผสาน (อยู่บ้านทั้งที ให้มีประโยชน์)

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้คนมากมายต่างก็พักอาศัยกันอยู่ที่บ้าน การจะหาพืชพักสวนครัวมารับประทานในแต่ละครั้งก็ค่อนข้างจะทำได้ยาก หากว่าไม่กล้าออกไปที่ตลาด เราจึงมีแนวทาง การปลูกผักสวนครัวแบบผสมผสาน มานำเสนอให้ทุกคนที่สนใจ นำไปเป็นแนวทางสำหรับการปลูกผักสวนครัวหลาย ๆ ชนิดเอาไว้รับประทาน จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างสะดวก แถมยังสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนกับเนื้อสัตว์ ไข่หรืออื่น ๆ กับข้างบ้านได้อีกด้วย ใครกำลังสนใจก็ตามมาค่ะ เราจะพาไปเรียนรู้กัน

ผักสวนครัวที่จะทำการปลูกมีดังนี้

- ผักบุ้ง

- คะน้า

- บวบ

- มะเขือ

1. ขั้นแรกเตรียมที่ปลูก สำหรับใครที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดสามารถใช้กระถางในการปลูกได้นะคะ ถ้าจะให้ดีที่สุดควรปลูกในพื้นดินดีกว่า โดยปรับหน้าดินให้เป็นร่องจะกว้าง-ยาวเท่าไหร่ก็ตามแต่พื้นที่ที่มีนะคะและยกร่องให้สูงขึ้นมาจากพื้นดินประมาณ 20-30 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนการปรับหน้าดินให้สูงทำให้ดินสามารถอุ้มน้ำเอาไว้ได้เยอะและช่วยให้พืชผักมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดทั้งวัน แล้วทำการขุดหลุมให้มีระยะห่างประมาณ 1-2 คืบ รดน้ำลงไปในหลุมทิ้งไว้ 1 คืน ส่วนแปลงผักบุ้งให้แยกไว้ต่างหากอีกแปลงการเตรียมแปลงปลูก

Advertisement

Advertisement

หลุมดิน2. ขั้นที่สองเตรียมเมล็ดผักสวนครัวแต่ละชนิด โดยให้นำเมล็ดผักแต่ละชนิดมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน การแช่น้ำจะช่วยกระตุ้นการงอกของเมล็ดพืชผักให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

3. ขั้นที่สามการปลูก นำเมล็ดผักลงปลูก

- ผักบุ้ง : นำเมล็ดไปโรยลงในแปลงแบบกระจายออกให้ทั่วหรือโรยแบบเป็นแถวตามแนว โดยพยายามอย่าให้เมล็ดไปกระจุกกันเป็นกลุ่มก้อนนะคะ

- คะน้า : หยอดเมล็ดลงหลุม 3-5 เมล็ด เนื่องจากอัตราการงอกของเมล็ดไม่ใช่ 100% เราจึงต้องมีการเผื่อเรื่องเมล็ดไม่งอกเอาไว้ด้วย

- บวบ : นำเมล็ดลงปลูกในหลุม โดยเว้นระยะของเมล็ดเอาไว้ด้วย เพื่อให้มีพื้นที่ในการปักไม้ที่จะให้ต้นบวบได้เลื้อยขึ้นไปได้ เมื่อต้นบวบงอกขึ้นมา

- มะเขือ : หยอดเมล็ดลงหลุม 1-2 เมล็ด เนื่องจากอัตราการงอกของมะเขือมีค่อนข้างสูง การปลูก 1-2 เมล็ดจะพอดีแล้วไม่ต้องลงเยอะ ถ้างอกเป็นต้นได้ดีทั้ง 2 เมล็ด ก็ค่อยแยกออกมาเป็นแบบ 1:1

Advertisement

Advertisement

4. ขั้นที่สี่การดูแล มีการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น มีการใส่ปุ๋ยคอกมูลไก่-มูลวัว สัปดาห์ละ 1 ครั้งและกำจัดวัชพืชบริเวณแปลงผักด้วยการดูแลแปลงผัก

5. ขั้นที่ห้าการเก็บเกี่ยวพืชผัก ขึ้นอยู่กับผักแต่ละชนิดว่าพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้เมื่อไหร่ หากดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ก็ใช้เวลาไม่นานนะคะ สำหรับผักบุ้งนั้นหากต้องการให้มันแตกยอดออกมาอีกให้ใช้การตัดแทนการถอน

แนวทางการปลูกผักสวนครัวแบบผสมผสานนี้จะช่วยให้เรามีพืชผักที่สดสะอาดไว้รับประทานอย่างหลากหลายและอาจจะเป็นแนวทางในการสร้างรายได้ได้อีกทางหนึ่ง อยู่บ้านทั้งทีมาทำตัวให้มีประโยชน์กันนะคะ

ภาพประกอบบทความโดย : ปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว (ผู้เขียน)

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์