หนังและซีรีส์

รีวิว Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ “3 คำ ลุ้น จน เกร็ง!”

463
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิว Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ “3 คำ ลุ้น จน เกร็ง!”

รีวิว Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ “3 คำ ลุ้น จน เกร็ง!”

หากพูดถึง “สนามบิน” เชื่อว่าทุกคนต่างก็รู้ว่าความปลอดภัยของสถานที่นี้อยู่ในระดับที่สูงมาก แต่กลับมีคนคิดร้ายที่จะก่อการร้ายบนเครื่องบินด้วยอาวุธชีวะภาพ สำหรับเรื่อง “Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ” เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เปิดเดือนสิงหาคมได้อย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในภาพยนตร์จะมีหลาย ๆ ฉากที่เป็นช่องโหว่อยู่บ้างแต่โดยรวมใครที่ชื่นชอบซีรี่ส์หรือภาพยนตร์จากดินแดนโสมแห่งนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาดและเป็นที่จดจำอย่างแน่นอน


Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะชื่อเรื่อง: Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

ผู้กำกับ: Han Jae-Rim (ฮันแจริม)

นักแสดงนำ: Song Kang Ho (ซงคังโฮ), Lee Byung Hun (อีบยองฮอน), Jeon Do Yeon (จอนโดยอน)

Advertisement

Advertisement

ความยาว: 141 นาที

ความรู้สึกก่อนรับชม

ความรู้สึกแรกเลยตั้งแต่เห็นชื่อเรื่องผมนึกไปถึงภาพยนตร์เรื่องดังจากประเทศเดียวกัน “Train to Busan” มันมีความละม้ายคล้ายกันอย่างบอกไม่ถูก และหลังจากที่ได้เข้าไปรับชมตัวอย่างทำให้กำแพงที่มีต่อภาพยนตร์จากประเทศนี้ลดลงไปมาก มันชวนดู ชวนสงสัย ชวนติดตามและชวนค้นหาตั้งแต่ตัวอย่าง เพราะถ้าหากใครที่ได้ดูตัวอย่างแล้วก็จะสามารถรับรู้ได้ถึงปมปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังรอให้ตัวละครคลีคลาย แถมเมื่อได้รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีบทที่ถูกเขียนขึ้นอย่างละเมียดละไมและผู้กำกับที่มากไปด้วยฝีมือ (Han Jae-Rim ฮันแจริม) บวกเข้ากันกับดาราระดับแถวหน้าของวงการเข้ามาแสดงด้วยแล้ว มันเป็นเคมีที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้วางใจได้ว่า จะไม่ทำให้เราผิดหวังอย่างแน่นอน

ผมได้ทำบทความเกี่ยวกับความรู้สึกก่อนรับชมสามารถตามอ่านเต็ม ๆ กันได้นะครับ

Advertisement

Advertisement

สปอยล์ตัวอย่าง : เอาชีวิตรอดจากโรคระบาดบนเวหา “ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ Emergency Declaration“

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

รีวิว

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะด้านเนื้อเรื่อง

หลังจากการเกริ่นนำเพื่อปูเนื้อเรื่องจบลงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรตัดเข้าสู่เนื้อเรื่องอย่างรวดเร็วในการดำเนินเนื้อเรื่องในช่วงต้นเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดเพราะเป็นการเล่าเพื่อแสดงให้เราเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของตัวละครไปพร้อม ๆ กับการผูกปมต่าง ๆ ในเรื่อง เมื่อผูกปมต่าง ๆ เรียบร้อยจนเข้าถึงช่วงกลางเรื่องที่จะเน้นไปทางไขคดีและวุ่นกับการหาตัวคนร้ายที่ลุ้นระทึกทุกครั้งที่เครื่องบินไต่ระดับความสูง ในช่วงกลางเรื่องนี้เป็นส่วนที่ผมชอบรองลงมา บรรยากาศรอบ ๆ ที่แออัดบวกกับสถานการณ์ที่มีผลต่อความรู้สึกของตัวละคร ทำให้ความระทึก ความไม่ปลอดภัย และความไม่เชื่อใจเกิดขึ้น ช่วงนี้จะมีซีนที่ผม ชอบ และ ไม่ชอบ เกิดขึ้นอยู่ด้วย

Advertisement

Advertisement

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะผมขอพูดในส่วนซีนที่ชอบก่อนก็แล้วกัน ผมขอยกให้ฉากเครื่องบินเสียการควบคุมเป็นฉากที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้เลย ทำได้สมจริงและยิ่งเก้าอี้ในห้องผู้โดยสารดันมาคล้ายกับเก้าอี้ในโรงภาพยนตร์มันทำให้ฉากนี้เหมือนผมได้หลุดเข้าไปในฉากนั้นจริง ๆ ต้องชื่นชมทีมงาน และ ทีม CG จริง ๆ ครับสร้างสรรค์ฉากนี้ได้ละเอียดสุด ๆ ต่อมาขอพูดถึงฉากที่ไม่ชอบในช่วงกลางเรื่องคือ ตอนที่ตามไล่ลาหาคนร้าย ความรู้สึกไม่ทรงพลังและไม่ทำให้เราเชื่อ เอาเป็นว่าผมไม่อินเลยตอนที่ตัวละครพยายามไล่ล่าหาคนร้าย เหมือนเป็นหนังเด็ก ๆ ยังไงอย่างนั้น และมีฉากที่ผู้กำกับเหมือนจะเน้นให้ความสนใจกับอุปกรณ์ชิ้นนึง แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน จึงทำให้ผม งง ว่าจะถ่ายเน้นเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นไปทำไม ในตัวอย่างภาพยนตร์เพื่อน ๆ จะได้ยินคำพูดจากหอบังคับการบบินว่า “ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่ใดทั้งนั้น” เป็นคำพูดที่ไม่ใช่ทำให้ตัวละครเคว้งคว้างเท่านั้นแต่ยังทำให้คนดูในโรงภาพยนต์มีความรู้สึกเดียวกันคือถูกตัดขาดและไม่เป็นที่ต้อนรับสำหรับใครเลย เป็นช่วงที่บีบคั้นสุดๆ เพราะถ้าไม่ตายเพราะน้ำมันหมดจนเครื่องตกก็ต้องตายเพราะติดเชื้อบนเครื่อง ทางภาคพื้นก็เครียดไม่แพ้กันเพราะต้องพยายามหาข้อมูลคนร้าย พยายามหาทางนำเครื่องบินลงจอด ในเนื้อส่วนของภาคพื้นดินผมชอบมากกว่าบนน่านฟ้าซะอีก เพราะภาคพื้นจะเป็นเหมือนพาร์ของสืบสวนสอบสวนจึงทำให้รู้สึกน่าติดตามมากกว่า

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะและเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงท้ายเรื่องอารมณ์และความรู้สึกที่สร้างมาตั้งแต่ต้นเรื่องเหมือนไร้ความหมายยังไงอย่างนั้น มันเป็นการแก้ปมที่ง่ายเกินไป บางอย่างก็ไม่สมเหตุและเราก็พอที่จะเดาตอนจบได้อยู่แล้วตั้งแต่กลางเรื่องถามว่ามีการหักมุมไหม ต้องเรียกว่า “งอมุม” ดีกว่า ในเนื้อเรื่องมีการหักมุมแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหักไปทำไม จบแบบก่อนจะหักมุม มันจะขยี้อารมณ์ในซีนอารมณ์ได้ดีกว่านี้มาก ๆ

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะด้านการตัดต่อ

เป็นการตัดต่อสลับเหตุการณ์ 2 ฝั่ง ระหว่างเนื้อเรื่องฝั่งภาคพื้นดินและเนื้อเรื่องฝั่งน่านฟ้าเป็นการตัดสลับที่ดูสนุก ดูเข้าใจไม่งงเพราะเวลาของเหตุการณ์จะไหลไปพร้อม ๆ กัน พูดถึงฉากที่ชอบที่สุดผมก็ยังคงให้ฉากเครื่องบินเสียการควบคุม ทำได้สมจริงมากเมื่อผมลองหาข้อมูลถึงได้รู้ว่าทีมงานได้นำเครื่องบินของจริงมาผ่าท่อนและจำลองเหตุการณ์เครื่องเสียการควบคุ้มในนั้น สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้การตัดต่อไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยดูได้เพลิน ๆ ไม่งงแน่นอน

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะด้านการแสดง

นักแสดงทุกคนแสดงออกมาได้ดีมาก ๆ ครับ (ก็อย่างว่าแหละฝีมือการแสดงของแต่ละคนมันธรรมดาซะที่ไหนกัน) ต้องยอมใจทีมงานที่ทำการบ้านมาดีมาก ๆ รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับงานบริการบนเครื่องจริง ๆ ซึ่งตรงจุดนี้นี่เองเมื่อรวมกับการแสดงของนักแสดง ถือว่าเป็นอะไรที่ลงตัวและดูสมจริงสมจังมาก ๆ สำหรับนักแสดงตัวละครหลักในเรื่องเราจะไม่รู้สึกขัดใจหรือติดขัดอะไรเลยเพราะนักแสดงทุกคนเล่นเข้าถึงบทบาทและแสดงออกมาได้ถึงอารมณ์ ถ้าจะให้จับผิดกันจริง ๆ แล้วละก็ จะมีอยู่ไม่กี่ตัวละครที่นักแสดงเล่นออกมาแล้วดูปลอม การแสดงดูลอยกว่าคนอื่น ๆ แต่ขอบอกว่าไม่มากไม่เยอะจนคนดูรู้สึก การแสดงของตัวประกอบต้องเรียกว่าเทียบชั้นกับนักแสดงตัวละครหลักได้เลยเพราะจะมีอยู่ตัวละครนึงที่ผมเกลียดมันมากและนักแสดงก็แสดงมันออกมากได้สำเร็จ สามารถทำให้ผมเกลียดเขาได้จริง ๆ ขอใบ้นิดนึงว่าเป็นมนุษย์ลุงซึ่งในภาพยนตร์ทำนองนี้มักจะมีมนุษย์ลุงหรือมนุษย์ป้าที่ชอบสร้างหายนะทำให้เหตุการณ์ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกEmergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

ตัวละครที่ชอบ

ในเรื่อง “Emergency Declaration ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ” นี้ตัวละครที่ผมชอบที่สุดคือ

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

Sook-hee แสดงโดย Jeon Do-yeon (จอนโดยอน)

การแสดงของเธอในบทบาทรัฐมนตรี ต้องยอมรับว่าเธอเป็นหญิงที่แกร่ง สู้เพื่อความถูกต้องในเรื่องแทบจะเป็นคนเดียวเลยที่มีอำนาจในรัฐบาลหรือติดต่อกับนานาประเทศเพื่อขอเคลียร์ทางให้เครื่องบินได้ลงจอด เป็นตัวละครที่เด็ดเดี่ยวมีความเชื่อมั่นและการแสดงของ Jeon Do-yeon (จอนโดยอน) สามารถส่งความรู้สึกนั้นออกมาถึงคนดูได้ผมจะชอบทุกครั้งที่ตัวละครตัวนี้ออกฉาก มันทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเธอ เชื่อว่าเธอคนนี้สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ


ด้วยระยะเวลา 141 นาที ของภาพยนตร์เรื่อง “Emergency Declaration ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ” จะมีความลุ้นระทึก เกร็งและคลั่งสมชื่อเรื่องจริง ๆ แต่ทว่าผมมีปัญหากับเนื้อเรื่องช่วงท้ายอย่างเดียว ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนกับเครื่องบิน ที่ในช่วงต้นมีการไต่ระดับอารมณ์ขึ้นไป จนสุดท้ายก็ไต่ระดับลงจอดแน่นิ่งสนิท ผมขอให้คะแนน 7/10 ที่หักคะแนนมีส่วนเดียวเลยคือช่วงท้ายเรื่องที่ขยี้อารมณ์ได้ไม่สุด ขยี้ได้มากสุดก็แค่ซึ้งแต่ไม่ถึงกับร้องไห้

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะถ้าถามว่าผมจะแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้กับคนอื่นดูไหม? ขอตอบว่า “แนะนำ” ครับ ถึงแม้ผมจะไม่ชอบตอนจบแต่ผมก็ไม่อาจจะทิ้งส่วนดี ๆ ของหนังในช่วงต้นเรื่องและกลางเรื่องไปได้ เพื่อน ๆ ที่กำลังลังเลว่าจะตีตั๋วเข้าไปดูดีไหม? หยุดลังเลและเดินเข้าไปดูเลยครับ ไม่งั้นเพื่อน ๆ จะพลาดหนังฟอร์มยักษ์ที่ดี ๆ ไปหนึ่งเรื่องในปีนี้Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ


ตัวอย่างภาพยนตร์ โดย Major Group

รูปที่1 โดย Sahamongkolfilm International

รูปที่2, รูปที่3, รูปที่4, รูปที่5, รูปที่6, รูปที่7, รูปที่8, รูปที่9 โดย Major Group

รูปที่10, รูปที่11, รูปที่12 โดย SF Cinema

*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

trueCover

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 11 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
นายหางตั๋ว
นายหางตั๋ว
อ่านบทความอื่นจาก นายหางตั๋ว

ผมเป็นบุคคลที่ใช้ชิวิตโดยขาดการดูหนังไม่ได้ 80%ของเวลาชีวิตหมดไปกับการดูหนังและเล่นเกม

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์