คัดลอกลิงค์

ความรู้

เรื่องเงินเงิน กับการออมและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไม่มีภาระ

Chearn
Chearn
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Chearn
แจ้งตรวจสอบ
เรื่องเงินเงิน กับการออมและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไม่มีภาระ

https://www.freepik.com/free-psd/doodle-background-with-piggy-bank-money_5751862.htm#query=save%20money&position=9

หลายคนยังไม่รู้จะออมเงินไว้ยังไงหรือแบ่งเป็นสัดส่วนยังไงดี งั้นจะแนะนำอีกวิธีในการแบ่งสัดส่วนเงินออมกัน ให้เรามีใช้ได้ครบทุกมิติของชีวิต

- ใช้จ่ายชีวิตประจำวัน 55%

- ออมระยะยาว 10%

- เพื่อเกษียณ 10%

- การลงทุน 5%

- การศึกษาหรือพัฒนาตัวเอง 10%

- รางวัลตัวเอง 5 %

- ครอบครัวหรือทำบุญ 5 %

การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คือ การใช้จ่ายในการกิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าที่อยู่อาศัย ซึ่งในส่วนของค่าที่อยู่อาศัยเช่าเขาอยู่ให้ลงในค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

การออมระยะยาว แบ่งเป็นสองส่วนเช่นกัน

ส่วนแรก เพื่อค่าใช้จ่ายของที่ชำรุด เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือสิ่งของจำเป็นในปัจจุบันที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป หรือเก็บเป็นเงิน

ดาวน์บ้าน รถ หรืองานแต่ง

ส่วนที่ 2 ออมเพื่อฉุกเฉิน เป็นส่วนที่สำคัญมาก ส่วนนี้บางคนจะทำการออมเพื่อฉุกเฉินเป็นอันดับแรก เพราะเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้ในการออม หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอาจทำให้ดำเนินชีวิตต้องหยุดชะงัดกันเลย

Advertisement

Advertisement

การออมเพื่อเกษียณ

เป็นอีกส่วนที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจาก คนเราต้องมีวันเกษียณ หรือเกณฑ์ที่จะเกษียณ โดยส่วนนี้จะเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น หุ้น กองทุน หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น ที่จะทำให้เราถึงจุดหมายเกษียณแบบไร้กังวล โดยทั้งหมดจะอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจของแต่ละคนในการเลือกเครื่องมือเพื่อเกษียณ

https://www.freepik.com/free-vector/illustration-family-with-piggy-bank_2632749.htm#page=5&query=save&position=29

การลงทุน

จริง ๆ การลงทุนบางคนจะนำไปรวมกับการศึกษาหรือพัฒนาตัวเอง แต่เนื่องจากการหาประสบการณ์ไปด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญและทำให้ได้ทราบถึงอารมณ์และจิตวิทยาในการลงทุน เพราะการลงทุนเป็นการใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์

หากเราสามารถลงทุนจนมีความรู้มากพอจะสามารถนำการลงทุนมาพัฒนาเป็นเครื่องมือสำหรับการวานแผนเกษียณเร็วได้อีกด้วย

Advertisement

Advertisement

การศึกษาหรือพัฒนาตัวเอง กรณีนี้แยกเป็นสองส่วน

ส่วนที่ 1 คือเรียนภาษาหรือหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อต่อยอดหรือเพิ่มทักษะในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรืองานอดิเรกที่เราสนใจ

ส่วนที่ 2คือ ซื้อหนังสือเพื่อเพิ่มเติมความรู้หรือความสนใจของแต่ละบุคคล

รางวัลตัวเอง บางครั้งการออมเงินหากเราไม่มีการให้ของขวัญสำหรับตัวเราเองเลย อาจจะทำให้การออมเป็นเหมือนภาระที่เราต้องแบกรับโดยมีความรู้สึกแย่ๆ กับมัน จนเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่เรารับไม่ไหว อาจจะเกิดเหตุการณ์ตะบะแตกจนนำเงินออมทั้งหมดไปซื้อของที่เราพึงพอใจแต่ไม่ได้จำเป็นต่อการใช้ชีวิต การมีเงินส่วนนี้ไว้เป็นเหมือนการสร้างกำลังใจให้ตัวเราเอง

https://www.freepik.com/free-vector/box-with-money-charity-donation_5681025.htm#page=1&query=%20donate&position=24

เงินออมเพื่อครอบครัวหรือทำบุญ

เนื่องจากเป็นคนไม่มีภาระทางครอบครัวมากนักทำให้เงินส่วนนี้จึงไม่มากนัก การที่ต้องแบ่งไว้หากครอบครัวเดือนร้อนต้องการเงินใช้เราจะสามารถช่วยเหลือเขาได้โดยไม่ลำบาก และให้แบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญเพื่อเป็นการมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นด้วย เพราะ “มนุษย์ต้องรวยทั้งทรัพย์และรวยกุศล” การให้เป็นการส่งต่อความสุขที่เรามี

Advertisement

Advertisement

การเงินส่วนบุคคลเป็นการเงินที่ปรับเปลี่ยนได้ตามชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละคน ไม่อยากให้ยึดติดว่าต้องทำแบบนี้เท่านั้น หากคุณมีภาระที่มาก ก็ต้องลดทอนส่วนอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้จ่ายไม่ให้เกิดความลำบากแก่ตัวคุณเองมากเกินไป แต่สิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้คือ เริ่มออมเงินแม้จะเล็กน้อยก็ตาม เพราะ ภายใต้จิตใจของมนุษย์ หากมีเงินออม ความรู้สึกของสมองจะทำงานเพื่อต่อยอดเงินออมหรือหาลู่ทางในเพิ่มเงินออมได้อัตโนมัติ

 

รูปภาพปก By Chearn  (เป็นรูปที่วาดขึ้นเอง)

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด