คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

8 จุดภูเก็ต สัมผัสเมืองโรแมนติกแห่งอันดามัน

นาคิน
นาคิน
|5 min read
อ่านบทความอื่นจาก นาคิน
แจ้งตรวจสอบ
8 จุดภูเก็ต สัมผัสเมืองโรแมนติกแห่งอันดามัน

ภูเก็ต เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งขึ้นชื่อ จนได้รับฉายาว่าเป็น “ไข่มุกอันดามัน” ด้วยความที่เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อของไทยมายาวนาน ทำให้หลายๆคนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี ความเด็ดอย่างหนึ่งของภูเก็ตคือ เป็นเมืองที่อุดมด้วยศิลปวัฒนธรรม และชายหาดที่สวยงาม กับกิจกรรมที่หลากหลาย ที่ไปกี่ครั้ง หรือจะอยู่ยาวเป็นอาทิตย์ ก็ยังไม่เบื่อ

Tips: จากประสบการณ์ตรง ถ้าอยากเก็บทุกจุดไฮไลท์ในภูเก็ต ผมแนะนำให้เช่ารถขับครับ มีหลากหลายบริษัท หลายราคา เหมาะกับการท่องเที่ยวในเมืองฝนแปดแดดสี่อย่างที่นี่ หรือถ้าคุณมีงบจำกัด เช่ามอเตอร์ไซค์ขับรอบเกาะก็ได้อีกบรรยากาศ แต่คุณอาจเจอแจ็คพ็อตฝนตกในบางจุด และแดดเปรี้ยงจนเสื้อแห้งในอีก 500 เมตรถัดมาครับ แท็กซี่และแกร็บที่นี่ก็มีให้บริการ แต่คุณอาจต้องทำใจหน่อยกับราคาเหมาที่สูงกว่ากรุงเทพมาก และคุณมีตัวเลือกไม่มากเท่าไหร่นัก

Advertisement

Advertisement

1. ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

หลายคนที่มาภูเก็ตอาจชอบที่พักริมทะเล แต่สำหรับคนทำทัวร์อย่างผม สารภาพว่าภูเก็ตหาที่พักบนหาดยาก และด้วยความที่มีน้อย ราคาก็เลยทำให้รู้สึกว่า เก็บไว้ทานอาหารทะเลอร่อยๆดีกว่า สำหรับผมที่เป็นคนชอบเมืองเก่า เมืองเล็กๆ เลยชอบที่จะนอนในเมือง หรือใกล้เมืองเก่ามากกว่าครับ ที่พักถูกกว่าถึงระดับหลักร้อยก็มี ของกิน ของอร่อยหาง่าย เดินรอบเมืองสวยๆก็มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ ถ้าอยากไปหาด ขับรถเที่ยวเอาดีกว่าครับ ได้หลายหาดด้วย

ย่านเมืองเก่าภูเก็ตจึงกลายเป็นย่านโปรดสำหรับผม โดยเฉพาะวันอาทิตย์ ที่ถนนถลางทั้งสายปิด ทำเป็นถนนคนเดินช่วง 16.00-22.00 น. ชื่อ ตลาดใหญ่ ครับ ยิ่งถ้าพักแถวเมืองเก่า เดินจากโรงแรมมาสองถึงสามแยก ก็ถึงตัวตลาดแล้ว ในตลาดมีทั้งอาหารปักษ์ใต้ หลายเมนูหากินได้เฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น งานศิลปะแบบ street art โปสการ์ดทำมือ นักร้องมือสมัครเล่นที่มาทั้งร้อง ทั้งเต้นสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา ไปจนถึงบรรยากาศของตึกเก่าในศิลปะชิโน-โปรตุกีสสีลูกกวาด ที่สะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนแล้ว ยิ่งสวยงามและมีมนต์ขลัง

Advertisement

Advertisement

ตลาดใหญ่ภูเก็ต

ตึกชิโน-โปรตุกีสไม่ได้มีแค่บนถนนถลางเท่านั้น แต่ยังยาวไปถึง 6 ช่วงถนน โดยบ้านหลังแรกที่สร้างขึ้นตามแบบชิโน-โปรตุกีสก็คือ บ้านชินประชาของพระพิทักษ์ ชินประชา นายเหมืองต้นตระกูลตัณฑวนิช ตั้งอยู่ถนนกระบี่ และได้กลายเป็นต้นแบบของบ้านคหบดีจีนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองภูเก็ต สำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ สามารถแวะชมพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองภูเก็ต ตั้งแต่สมัยเหมืองแร่เฟื่องฟู การทำเหมือง และการตั้งชุมชนชาวจีนในอดีต ตัวตึกเองที่เดิมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนของชาวจีนฮกเกี้ยน ก็สร้างด้วยสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส

Advertisement

Advertisement

2. หลวงพ่อโต ณ วัดพระใหญ่ ภูเก็ต

จากจุดชมวิวหลายๆแห่ง ทั้งแหลมพันวา หรือเขารัง คุณจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาว นั่งโดดเด่นอยู่บนยอดเขานาคเกิดที่แม้จะไกลแค่ไหนก็ยังสังเกตเห็นได้อยู่ดี (แม้แต่จากบนเครื่องบินครับ) ที่นี่คือ วัดพระใหญ่ภูเก็ตที่ประดิษฐาน พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ หลวงพ่อโต ทางขึ้นอาจจะชันหน่อย แต่เมื่อคุณขึ้นได้ถึงยอด และมองจากระเบียงวัด คุณสามารถเก็บวิวของทั้งเมืองภูเก็ตและทะเลได้แบบ 360 องศา และอาจเป็นมุมที่ทำให้คุณตกหลุมรักภูเก็ตแบบไม่รู้ตัว

หลวงพ่อโตวัดพระใหญ่จุดชมวิววัดพระใหญ่

3. วัดไชยธาราม (วัดฉลอง)

เป็นวัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต และกิตติศัพท์ในความศักดิ์สิทธิ์ด้านยา การรักษาโรค และไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม ทำให้วัดฉลองเป็นอีกที่หนึ่งที่ผู้มาเยือนมักมากราบขอพรท่านเพื่อความเป็นศิริมงคล สำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และจีนในปีนัง หลายคนมาเยือนที่นี่ด้วยเรื่องความศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่สำหรับชาวยุโรป วัดฉลองมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมของเจดีย์วัดฉลองที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนยอดสูงสุด

เจดีย์วัดฉลอง

4. ตะวันลับฟ้า ณ แหลมพรหมเทพ

เวลาได้ยินกรมอุตุนิยมประกาศ “พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ เวลา...นาที...” เคยสงสัยเหมือนผมมั้ยครับว่า ทำไมต้องแหลมพรหมเทพ?

นั่นเป็นเพราะ แหลมพรหมเทพ เป็นตำแหน่งที่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์สัมผัสพื้นผิวน้ำได้เป็นแห่งสุดท้ายในประเทศไทย การมาภูเก็ต ถ้าไม่ได้มาแหลมพรหมเทพ สำหรับผม เหมือนมาไม่ถึงครับ

ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก ที่มีความสูง 50 เมตรสำหรับเป็นจุดสังเกตในการเดินเรือ สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกองทัพเรือและประชาชนชาวภูเก็ตเมื่อปีพ.ศ.2539 ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี นอกจากนี้ ไม่ไกลจากแหลมพรหมเทพ ยังมีจุดชมวิวสถานีไฟฟ้าพลังงานทดแทนจังหวัดภูเก็ต หรือที่เราสังเกตเห็นเสากังหันลม 3 ใบพัดสีขาวครับ

แหลมพรหมเทพ ยามตะวันลับขอบฟ้า จะเปลี่ยนท้องฟ้าจากที่เคยเป็นสีฟ้า ให้มีหลากสีสันงดงาม เป็นบรรยากาศโรแมนติก ที่ไม่ใช่เพียงสำหรับคู่รัก แต่จะมากับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่มานั่งปล่อยอารมณ์ชิลๆคนเดียวก็คุ้มครับ

ตะวันลับฟ้าที่แหลมพรหมเทพ

5. เขารัง ยิ่งมืด เมืองยิ่งสว่าง

นอกจากเมืองเก่า เมืองเล็กๆน่ารักแล้ว ผมยังชอบวิวเมืองตอนกลางคืนจากที่สูงเป็นที่สุดครับ เพราะยิ่งมืด เมืองยิ่งสว่าง ประกายวิบวับของแสงไฟของเมืองยามค่ำคืนทำให้ใจของผมสงบ จุดที่จะมองเห็นภาพอันงดงามนี้ในภูเก็ต คือ จุดชมวิวเขารัง ครับ

ถ้าขับไปตามถนน “คอซิมบี้” ก็จะถึงทางขึ้นเขารังครับ ด้านบนเขารังเป็นสวนสาธารณะ ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ร้านที่มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ คือร้านทุ่งคากาแฟ เป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านของภูเก็ต มีขนมและกาแฟ ตั้งอยู่ข้างจุดชมวิวเขารัง หันหน้าออกไปทางเมือง และจากระเบียงของร้าน แทบจะไม่มีต้นไม้บังเลย จากร้านจึงมองเห็นเมืองภูเก็ตทั้งเมืองที่สว่างด้วยแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนได้แบบพาโนรามาเลยครับ

ที่จุดชมวิว ช่วงเย็นจนถึงหัวค่ำ เด็กๆชาวภูเก็ตจะมาตั้งวงเล่นโฟล์คซอง สร้างบรรยากาศให้ทั้งวิวเมือง ลมเย็น สบายและหอชมวิวที่ส่องสว่างยามค่ำคืนยิ่งโรแมนติก

จุดชมวิวเขารังจากร้านรุ่งคากาแฟ

แล้วสงสัยเหมือนผมอีกมั้ยครับ ว่า “คอซิมบี้” เป็นใคร? ทำไมถึงมีชื่ออยู่บนถนนเมืองภูเก็ต?

คอซิมบี้ หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง คือชื่อจริงของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนที่ครอบครัวอพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ระหว่างเป็นเจ้าเมืองตรัง ได้พัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นเมืองเกษตรกรรม จึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต และเป็นผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล ณ ระนอง คุนูปการของท่าน ทำให้ชื่อของท่านและหัวเมืองที่ท่านปกครอง ปรากฏเป็นชื่อถนนในเมืองย่านเมืองเก่าภูเก็ต เช่น ถนนกระบี่ พังงา สตูล ภูเก็ต (เมืองที่ท่านคอซิมบี้เคยปกครอง) คอซิมบี้ รัษฎา รัษฎานุสรณ์ ฯลฯ ชื่อท่าเรือสำคัญของเมือง เช่น ท่าเรือรัษฎา เป็นต้น

Tips: ยางพาราต้นแรกของประเทศไทยที่จังหวัดตรัง ท่านคอซิมบี้ก็เป็นคนนำเข้ามาเป็นคนแรกและสอนประชาชนให้รู้จักการปลูกและกรีดยางพารา จนได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งยางพารา”   

6. หมู่บ้านชาวเลหาดราไวย์ (Gypsy Village)

ตอนผมมาที่นี่ ผมไม่ค่อยสัมผัสความเป็นหมู่บ้านเท่าไหร่ แต่ถนนเล็กๆริมหาดราไวย์ที่ไม่แนะนำให้เอารถเข้าไปนี้ เป็นท่าเรือประมงใหญ่ และเป็นตลาดอาหารทะเลที่คงความสดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผมอยากแนะนำให้คุณมาลองครับ

เมื่อเรือประมงกลับเข้าฝั่งเทียบท่า อาหารทะเลหลากชนิดจะถูกขนมาวางเรียงรายเต็มแผงและตู้ วางขายกันตรงนั้นเลย เรียกได้ว่า สดมาก อีกฝั่งของถนนคือร้านอาหารทะเล ที่สั่งอาหารทานได้ตามเมนูทะเลทั่วไป หรือจะเลือกซื้อเอาจากแผงเองสดๆ แล้วให้ร้านอีกฝั่งทำเมนูที่คุณต้องการให้ก็ได้ บางร้านก็มีที่นั่งเป็นชานริมชายฝั่งทะเล ได้วิวทะเลไปอีกสวยๆ

แผงอาหารทะเลที่หมู่บ้านชาวเลชายหาดจากร้านอาหารทะเลริมหาดราไวย์

7. จิบกาแฟชมหาดกะตะน้อยที่ Mom Tri’s Villa Royale

ขณะขับรถไปตามทาง ผมก็ได้รับข้อความที่ต้องตอบงานด่วนจากลูกค้าชาวเวียดนามที่กำลังจะปิดการขาย ผมจึงจำเป็นต้องแวะเปิดคอมฯทำงาน ถ้าคุณกำลังมองหาที่นั่งจิบเครื่องดื่มสักแปปที่มี Wifi และได้วิวทะเลสวยไปด้วย ลองแวะไปที่ Mom Tri’s Villa Royale ดูนะครับ

ที่นี่เป็นโรงแรม 4* (ขอให้ +++ เลยละกัน เพราะวิวสวย บริการดี และราคาสูงใช้ได้) สไตล์บูติคเล็กๆเพียง 42 ห้อง ตกแต่งสไตล์ไทย โทนไม้ ตั้งอยู่หัวหาดกะตะน้อยที่แทบจะเป็นหาดส่วนตัว เพราะมีโรงแรมบนหาดนี้เพียง 2-3 โรงแรมเท่านั้น หาดทรายขาว ทอดยาว น้ำทะเลสีฟ้าจรดภูเขาสีเขียวไกลๆ พร้อมกาแฟร้อน หรือน้ำลิ้นจี่โซดาสักแก้ว เป็นวิวที่ผมโหยหาตอนทำงานในออฟฟิศที่กรุงเทพ ทั้งหมดนี้ หาได้จากโซนร้านกาแฟของโรงแรม Mom Tri ครับ (ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะ เขียนเพราะรู้สึกว่าสวยจริงๆครับ)

ช่วงโควิด โรงแรมมีโปรจัดหนัก จากปกติหลักหมื่น เหลือเพียง 3,xxx เองครับ ลดหนักจนแทบช็อคจริงๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้จากเว็บไซต์: https://www.villaroyalephuket.com/

มุมทำงานจาก Mom Tri

8. หาดบางเทา มุมเล็กๆในย่านหรูภูเก็ต

ถ้าจะถามว่า ผมชอบหาดไหนที่สุดในภูเก็ต คงเป็นหาดบางเทาครับ หาดบางเทาเป็นหาดที่เงียบสงบ แวดล้อมด้วยโรงแรม 5* อย่างดุสิตธานีภูเก็ต (Dusit Thani Phuket) และอังสนาลากูน่า (Angsana Laguna) ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านราคาแพง ที่เรียกว่าโซนลากูนา (Laguna) เพราะบริเวณนี้ มีทั้งหาดทรายขาวที่ยาว เงียบสงบ และอีกฝั่งเป็นทะเลสาบ เราขับผ่านหมู่บ้าน Laguna มาสุดที่ถนนเล็กๆข้างโรงแรมดุสิตธานี เมื่อผ่านทางเข้าเล็กๆมา จะพบหาดบางเทาทอดตัวยาวสงบนิ่ง

ผมชอบการปูเสื่อนอนบนทราย มองน้ำทะเลสีเงินกระทบฝั่ง และแอบมองครอบครัวนักท่องเที่ยวที่จูงมือลูกมาเล่นทะเล ปล่อยความคิดไปกับสายลมและเกลียวคลื่น

ข้อเสียของบริเวณนี้คือ นอกจากทะเล กับแหล่งช้อปปิ้งราคานักท่องเที่ยวที่มหาโหดแล้ว หาดนี้อาจไม่ค่อยน่าสนใจสำหรับคนไทยเท่าไหร่

สำหรับคนที่ชอบชายหาดสงบ แต่ยังพอมีอะไรให้ทำ ดูครึกครื้นบ้าง ผมแนะนำหาดกะรน ที่ไม่ไกลจากหาดและโรงแรม มีตลาดนัดถนนคนเดินที่ราคาไม่แรงมาก มีบาร์ให้นั่งดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น และอีกมากมาย หาดทรายก็สวย ยาว มีกิจกรรมทางน้ำ เช่น พาราชู้ต หรือเจ็ทสกีน้ำครับ

เราตระเวนเที่ยวรอบเกาะจนค่ำ อยากใช้เวลาให้เต็มที่ก่อนออกเรือไปเกาะในวันรุ่งขึ้น


“เป็นไงบ้าง” เพื่อนเก่าผมสมัยทำงานด้วยกันในที่ทำงานเก่าทักผมมาในไลน์ ได้ยินว่าตอนนี้ออกแล้วและไปเปิดกิจการใหม่เล็กๆของตัวเอง เราคุยกันถึงกิจการของเธอก่อนที่ผมจะลงมา และที่เราจะไปเกาะวันรุ่งขึ้น ก็ล้วนแต่เป็นเกาะที่เธอแนะนำ


“ใช่ มากับครอบครัว กิจการเป็นไงบ้างตอนนี้” 


“ฉันอยากให้นายมาเห็นเองมากกว่า ฉันจองเรือไปเกาะไว้ให้แล้ว เจอกันพรุ่งนี้นะ” เธอบอก ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไป ทิ้งให้ผมนอนตื่นเต้นไปอีกหนึ่งคืน

เครดิตภาพ: Pornpan Kleeplaew

อ้างอิงเนื้อหา:

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด