คัดลอกลิงค์

โควิด-19

New normal วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิด

โจ นัฟทาลี
โจ นัฟทาลี
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก โจ นัฟทาลี
แจ้งตรวจสอบ
New normal วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิด

คำว่า "นิว นอร์มอล” (New Normal) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดย บิลล์ กรอส (Bill Gross) ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยนำมาใช้เพื่ออธิบายในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงระหว่างปี 2007-2009  ซึ่งเรารู้จักดีในชื่อว่า "วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์" (Hamburger Crisis) โดยหลังจากนั้นไม่นาน เศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัว แล้วก็กลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งจนเป็นปกติ 

ทางราชบัณฑิตยสภาได้บัญญัติศัพท์ "New Normal" หมายถึง ความปกติใหม่, ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต

สำหรับคำว่า “นิว นอร์มอล” (New Normal) เป็นคำศัพท์ที่ถูกใช้มากขึ้นในช่วงเวลาทีมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเราด้วย ทำให้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนไป และเมื่อผ่านวิกฤตนี้ไป คนไทยจะต้องกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติแต่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

Advertisement

Advertisement

เชื่อว่าจะมีการใช้กันอย่างกว้างขวางกันมากขึ้นในทุกวงการ แม้กระทั่งวงการกีฬา เราจะเห็นว่ามีการปรับตัวและเปลี่ยนไปอย่างมากโดยเฉพาะวงการกีฬาฟุตบอล  หลังจากที่การแข่งขันกีฬาฟุตบอลต้องถูกระงับการแข่งขันไปทั่วโลกชั่วขณะหนึ่งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 แต่เมื่อมีการผ่อนปรนให้มีการแข่งขัน จึงต้องมีการจัดระบบระเบียการแข่งขันเมื่อเริ่มต้นแข่งขันกันใหม่ หรือ  "New normal"

เรามาพิจารณาว่า  "New normal วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิด" มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ซึ่งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า (FIFA)  และสมาคมฟุตบอลประเทศต่างๆ ได้ปรึกษาหารือกันและมีแนวทางทางจัดการแข่งฟุตบอลลีกของแตละประเทศดังนี้

New normal วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิด1. การเล่นฟุตบอลแบบปิดสนามเล่น ไม่อนุญาตให้มีผู้ชมเข้าสนามเพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

Advertisement

Advertisement

การแข่งขันฟุตบอลลีกทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรปได้ตัดสินใจเดินหน้าแข่งขันฟุตบอลลีกกันต่อไปโดยไม่มีการตัดจบการแข่งขันและยกเลิกการแข่งด้วยการจัดการแข่งขันแบบปิดสนามเตะกัน โดยไม่อนุญาตให้มีผู้ชมเข้ามาชมในสนาม ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19 สำหรับนักฟุตบอลในลีกแต่ละประเทศซึ่งผลการตรวจสอบผู้เล่นจะต้องมีผลลัพธ์ของเชื้อโควิดที่ออกมาเป็นลบทุกคน และมีการจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ของการจัดแข่งขันรวมถึงทีมฟุตบอลให้เข้าสนามได้ไม่เกิน 400 คน

สนามปิด2. ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในช่องทางที่สามารถชมได้ฟรี

ดูฟุตบอลเพื่อทำให้ผู้ชมได้ติดตามการแข่งขันฟุตบอลโดยไม่ต้องเข้ามาชมในสนามฟุตบอลซึ่งอาจจะเกิดปัญหาติดเชื้อโควิดได้ ดังนั้นจึงอนุญาตให้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางฟรีทีวีและเกมผ่านทางเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น BBC Sports ของประเทศอังกฤษ ซึ่งที่เมื่อวันศุกรที่ 8 พฤษภาคมผ่านมา มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศเกาหลีใต้ (K-League) ผ่านทางว็บไซต์ของ BBC Sports ผลคือมีผู้ชมติดตามชมสูงถึง 1.8 ล้านคนเลยทีเดียว 

Advertisement

Advertisement

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าต่อไปแฟนบอลคงจะต้องได้ชมฟุตบอลผ่านสื่อต่าง ๆ แทนการเข้าไปชมในสนามไปสักระยะหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิดจะคลี่คลายดีขึันและมาว่ากันใหม่ในการอนุญาตให้มีผู้ชมในสนามฟุตบอล

3. กติกาฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อเอื้ออำนวยในการเริ่มแข่งขันแบบใหม่  

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า (FIFA) ได้เสนอเปลี่ยนกฎการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ซึ่งมีมติประกาศใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2020 นี้ คือ อนุญาตให้แต่ละทีมสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 5 คน จากเดิมที่เปลี่ยนได้ 3 คน  ทั้งนี้เพื่อป้องกันนักฟุตบอลเหนื่อยล้าเกินไปเพราะมีจำนวนการแข่งขันที่มีความถี่มากขึั้น นอกจากนี้ให้แต่ละสนามเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ก็ถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด อย่างเช่น ไม่มีการจับมือกันในการแข่งขัน แต่เลี่ยงเป็นในข้อศอกในการทักทาย  ห้ามไม่ให้มีการคาย, ถ่มน้ำลาย, สั่งน้ำมูก ในสนาม เป็นต้น รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ของทีมและผู้เล่นสำรองต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน

บุนเดสลีกาโดยมาตรการเหล่านี้เริ่มใช้ไปแล้วในการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศเกาหลีใต้ (K-League) สำหรับการแข่งขันฟุตบอลลีกต่อไปที่จะเริ่มกลับมาแข่งขันคือ ฟุตบอลบุนเดสลีกาของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นลีกแรกของทวีปยุโรปที่จะกลับแข่งขันกันในเกมแรกวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ในแบบสนามปิด

สิ่งเหล่านี้เป็น "New normal วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิด"ที่เริ่มกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้ง ที่เราจะต้องติดตามกันต่อไปว่า วงการฟุตบอลหลังผ่านโควิดจะเป็นอย่างไร ติดตามกันต่อไป หากเริ่มต้นกลับมาใหม่ได้อย่างดีแล้วก็ทำให้การแข่งขันครั้งต่อไปจัดได้ดีต่อไปอีกอย่างแน่นอน 

ขอบคุณภาพทุกภาพที่ลงในบทความนี้โดย  https://pixabay.com 

เครดิตภาพปกโดย https://pixabay.com 

(ภาพประกอบรูปที่ 1,2,3,4)

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด