คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

ตั้งแคมป์บนเกาะหลอน

natee
natee
|5 min read
อ่านบทความอื่นจาก natee
แจ้งตรวจสอบ
ตั้งแคมป์บนเกาะหลอน

"ทุกคน ฟังทางนี้หน่อย" เสียงหัวหน้าแผนกพูดพร้อมเดินเข้ามากลางห้องทำงาน "ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครที่มีวันลาหยุดเหลือ ก็ลาซะนะ เดี๋ยวพ้นสิ้นปีก็จะเริ่มจัดตารางวันลาหยุดใหม่ละ" ใครที่มีวันลาหยุดเหลือ แล้วไม่ใช้ จะถือว่าเสียสิทธินะ" หัวหน้าแผนกพูดเสร็จก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง

แมน พนักงานดีเด่นประจำแผนก รีบหยิบปฏิทินขึ้นมาดู "1 2 3 4 5 เรามีวันหยุด 5 วันนี่" เขาเผลอพูดออกมาเสียงดัง

"พนักงานดีเด่น ทำงานไม่เคยหยุด แถมโอทีก็ทำแทบทุกวัน คิดจะลาหยุดเหรอเนี้ย" เม่นหันมามองที่แมน เขาเอ่ยถามอย่างสนใจ

"ใช่ ผมอยากไปพักสมองซะหน่อย คิดถึงเบ็ดตกปลากับทะเล" "นายเหลือวันหยุดบ้างหรือเปล่าละเม่น" แมนถาม

"มีสิ ของผมเหลือ 4 วัน และผมขอลาวันจันทร์นี้แล้วด้วย ลาหยุดได้ครั้งละ 2 คน ไปตั้งแคมป์กันไหมแมน ชวนเพื่อนๆแถวบ้านผมไปซัก 2-3 คนด้วย" เม่นบอกกับแมนพร้อมทำท่าทางตื่นเต้น เพราะนอกจากเดินห้างแล้ว เม่นก็ไม่เคยได้ไปแสวงหาธรรมชาติเลย

Advertisement

Advertisement

"เอาดิ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปลาหัวหน้าเลยแล้วกัน ใกล้จะเลิกงานแล้ว จะได้กลับไปวางแผนเตรียมตัวกันเลย" แล้วแมนก็เก็บเอกสารใส่ในลิ้นชักและเดินเข้าไปในห้องหัวหน้า

"ฮัลโหลเม่น ผมจองเรือไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ตี 5 ผมจะไปรับเม่นที่บ้าน แล้วเอารถไปจอดที่ท่าเรือกัน" แมนโทรศัพท์ไปหาเม่น เพื่อนัดเวลาที่จะเดินทาง และเม่นจะได้เตรียมตัวทัน

"ได้เลยแมน แต่ไอ้เปามันขอไปด้วยนะ ทริปนี้จะมี ผม แมน และไอ้เปานะ ผมกับไอ้เปาเตรียมของที่จำเป็นเรียบร้อยแล้วนะ แล้วแมนละ" เม่นถามแมนกลับ

"ผมก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า เราจะไปหาอาหารกันเองบนเกาะ คงไม่สะดวกสบายเหมือนในห้างนะ ถ้าหาไม่ได้อาจจะอดตายกันเลยทีเดียว ไหวหรือป่าวเม่น ฮ่าๆ" แมนทำเสียงข่ม

Advertisement

Advertisement

"เดี๋ยวผมจะโชว์ทักษะการเอาชีวิตรอด กับอาหารที่หาเองแต่หรูหราระดับภัตตาคารให้แมนดู ฮ่าๆ" เม่นข่มกลับแถมทำน้ำเสียงอย่างมั่นใจ

รุ่งเช้าเวลา ตี 5:15 น. แมนก็มาถึงบ้านเม่น เมื่อมาถึง เม่นกับเปาได้นั่งคอยอยู่หน้าบ้านแล้ว "ฮ่าๆๆๆ เม่นหัวเราะ นายผิดนัดไป 15 นาทีนะแมน ผมนึกว่าจะถอนตัวซะแล้ว" เม่นกับเปาหัวเราะพร้อมกัน "ผมสะกดคำว่าถอนตัวไม่เป็นซะด้วย ฮ่าๆ ไป! ขึ้นรถได้แล้ว กว่าจะขับไปถึงท่าเรือ ต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมงเลย" ทุกคนช่วยกันหยิบสัมภาระไปเก็บไว้หลังรถ แล้วออกเดินทางกันทันที

เมื่อถึงท่าเรือ นายเรือกับลูกเรือ ก็เดินเข้ามาช่วยถือสัมภาระทั้งหมด และเอาไปใว้บนเรือ เรือที่แมนเช่า เป็นเรือสปีดโบ๊ท 2 เครื่องยนต์ จุผู้โดยสารได้ 8 คน นายเรือหันมาถามทุกคนว่า ลืมอะไรกันบ้างไหม เพราะเกาะอยู่ไกลจากฝั่งมาก หากลืมของสำคัญ อาจจะไม่สะดวกที่จะขับเรือเทียวไปเทียวมา แต่ทุกคนก็ตอบพร้อมกันว่า ไม่ลืมอะไรแล้ว พร้อมเดินทางแล้ว

Advertisement

Advertisement

ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือบนท้องทะเล ท่ามกลางลมเย็นๆ แสงแดดจ้า น้ำทะเลใสส่องประกายระยิบระยับประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงเกาะ

ทุกคนช่วยกันขนสัมภาระ ที่มากพอสมควร ลงจากเรือ ก่อนที่นายเรือจะกลับ เขายื่นวิทยุสื่อสารเครื่องหนึ่งให้แมน แล้วบอกว่า อีก 4 วันจะมารับตรงนี้ ถ้าหากมีเหตุฉุกเฉิน ให้ใช้วิทยุสื่อสารเครื่องนี้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือที่เขาได้ตลอดเวลา ทำให้ทุกคนมั่นใจและสบายใจขึ้นมาเยอะ

ทั้งสามมองดูเรือที่ขับออกไปจากเกาะ พร้อมกับหันมองวิวทิวทัศน์ของเกาะ ซึ่งลักษณะของเกาะเป็นที่ราบ ไม่มีภูเขา ไม่มีน้ำจืด มีแต่ต้นไม้รกทึบ และไม่มีสิ่งปลูกสร้างของผู้คนเลย สรุปได้ว่า นี่คือเกาะร้างนั้นเอง ทุกคนต่างเดินสำรวจหาที่กางเต็นท์ของตัวเอง เพื่อที่จะได้วางแผนทำกิจกรรมอื่นๆอีกในลำดับต่อไป

เวลาแห่งความสนุกผ่านไปเร็วมาก กว่าจะกางเต็นท์ของแต่ละคนเสร็จก็ปาเข้าไป 4 โมงเย็นแล้ว ตอนนี้ท้องของทุกคนเริ่มร้องเพราะความหิวกันแล้ว ทั้งสามจึงแบ่งหน้าที่กันโดย แมนไปตกปลาบนโขดหินริมหาด เม่นไปหาฟืนเพื่อก่อไฟ ส่วนเปารับหน้าที่สำรวจเกาะในระยะ 50 เมตรเพื่อดูว่าบนเกาะมีอะไรบ้าง

"เย้! ได้ปลาแล้ว" แมนตะโกนบอกเพื่อนๆ เพื่อให้รู้ว่าเย็นนี้ไม่อดตายกันแล้ว เม่นจึงเตรียมเครื่องปรุง และอุปกรณ์ทำครัวทันที

เย็นนั้น แมนตกได้ปลาไซส์ 1 กิโลกรัมถึง 8 ตัว จึงมีทั้งกับข้าวและกับแกล้มเหลือเฟือ 

ตกค่ำ ทุกคนก็ตั้งวงดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ บรรยากาศลมเย็นๆ ไร้เสียงรถและเสียงวุ่นวายของผู้คน มีแต่เสียงลมและเสียงคลื่น ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า มีกองไฟให้แสงสว่าง ทั้งสามนั่งคุยกันถึงแผนวันพรุ่งนี้ว่าจะออกสำรวจเกาะ โดยเริ่มจากจุดที่เขาอยู่และจะเข้าไปจุดที่ลึกถึงกลางเกาะกันดู แล้วต่างคนก็แยกย้ายกันเข้านอน

ตกดึกคืนนั้น เสียงลมพายุ และเสียงฟ้าร้องดังต่อเนื่องไม่หยุด "ไอเม่น ไอเปา ลมพายุมา ดูท่าฝนจะตกหนัก เราไปหาที่หลบกันดีไหม" แมนชวนเพื่อนๆที่กำลังหลับได้ที่กันทั้งคู่ "จะไปหลบตรงไหนวะ นี่มันเกาะร้างห่างจากฝั่งเป็นร้อยกิโลเมตรเลยนะ แล้วเต็นท์ของพวกเราก็กันน้ำกันฝนอยู่แล้ว กลับไปนอนเถอะ นอนฟังเสียงฝนตกได้บรรยากาศดีจะตาย" เม่นบอกกับแมนพร้อมหันไปพยักหน้ากับเปาที่โผล่หน้าออกมาจากเต้นท์ของเขา แต่พูดไม่ทันขาดคำ ฝนก็เทกระหน่ำลงมา กิ่งไม้ทานแรงลมไม่ไหว หักและปลิวมาใส่เต้นท์ของเปาและเม่นจนแบนราบไปกับพื้น ไอ้เปากับไอ้เม่น คลานออกจากเต้นท์หนีหัวซุกหัวซุน "ไปๆ ไปนอนเต็นผมก่อนคืนนี้" แมนบอกทุกคน พร้อมวิ่งเข้าไปในเต้นท์ของเขาที่อยู่ข้างโขดหิน ซึ่งตำแหน่งเต็นท์ของแมน อยู่ไกลจากต้นไม้ จึงทำให้รอดพ้นจากการโดนกิ่งไม้ทับ

"อะไรวะ? ตอนกลางวัน ยังไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกเลย แถมนายเรือก็ไม่ได้เตือนอะไรด้วย อากาศแปรปรวนชมัด" เปาบ่นงึมๆงำๆ

"ดีนะตอนนี้ที่มีแต่ฝนตก ถ้ามีทั้งลมทั้งฝน เห็นทีเต็นท์นี้คงต้องพังราบไปอีกเต็นท์แน่ๆ" เม่นพูดขึ้นมาพร้อมเช็ดตัวให้แห้ง "ฮ่าๆ เป็นไงละ ไหวหรือเปล่าพวกไก่อ่อน" แมนหัวเราะเยาะเย้ยอย่างชอบใจ "โถ่! เรา 2 คนแค่แปลกใจ กะไอ้แค่ลมฝนแค่นี้ ทำอะไรผมกับเปาไม่ได้หรอก ฮ่าๆ จริงไหม" เม่นพูดพร้อมกับพยักหน้ากับเปา เปาก็หันมาพยักหน้ารับแบบท้าทาย

ฝนเริ่มซาลง บรรยากาศหนาวเหน็บ จนแมนรู้สึกตัว "ตี 2 แล้วนี่นา ฝนซาลงแล้ว ค่อยโล่งหน่อย" ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! เสียงเหมือนไม้กระทบก้อนหินดังเป็นช่วงๆ ทำให้แมนต้องตั้งใจฟังอีกรอบ ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! แมนได้ยินชัดเจน หรือจะเป็นเสียงกิ่งไม้พัดตามแรงลมจึงกระทบกับโขดหินใหญ่ข้างหลังเต็นท์ แมนหยิบโคมไฟสุดประหยัดมาเปิด โคมไฟนี้ได้มาจากร้านทุกอย่าง 20 มันคุ้มค่า แต่แสงสว่างมันก็มองเห็นแค่ในระยะ 2 เมตร

"จะไปไหนวะแมน?" เม่นถาม "อ่าว! ยังไม่หลับเหรอวะเม่น?" แมนหันไปถามเม่นเสียงดังจนไอ้เปาลุกขึ้นมานั่ง "หลับไปแล้ว แต่ผมได้ยินเสียงประหลาด เลยรู้สึกตัวขึ้นมา" เม่นตอบ "ผมก็ได้ยิน ผมเลยกำลังจะออกไปดู เปาได้ยินเหมือนพวกเราหรือเปล่า" เปาพยักหน้าพร้อมกับเอาผ้าห่มมาคลุมหัว เหลือแต่ใบหน้าโผล่ออกมา

"ฝนยังตกอยู่เลย ผมว่าแอบดูทางหน้าต่างเต็นท์ก่อนดีไหม เดี๋ยวเอาไฟฉายของผมส่องดู" เม่นบอกพร้อมกับถือไฟฉายไปที่หน้าต่างเล็กๆของเต็นท์ เม่นค่อยๆรูดซิบที่ปิดหน้าต่างของเต็นท์ออกช้าๆ ทำให้เปากลืนน้ำลายดังเอื๊อก ทั้งสามแอบดูบรรยากาศนอกเต็นท์ผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆอย่างลุ้นระทึก เม่นส่องไฟฉายไปรอบเต็นท์และไล่ส่องมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่โขดหิน "ไม่มีต้นไม้ใกล้ๆโขดหินนี่หว่า แล้วเสียงไม้เคาะกับหินมันมาจากไหนวะ?" เม่นหันมาถามทั้งสองคน

"งั้นไอ้เปา แกใส่เสื้อกันฝนแล้วออกไปดูเลย"แมนบอกพร้อมทำหน้ายิ้มๆ เพราะรู้ว่าไอ้เปากลัวผีเป็นชีวิตจิตใจ "ไม่เอา! ไม่ไปหรอก ไม่ได้กลัวนะ แต่ฝนตก หนาวจะตาย" ไอ้เปาพูดเสร็จก็ล้มตัวลงนอนคลุมโปงนิ่ง "ช่างเหอะ จะเสียงอะไรก็ช่าง ไม่มีสัตว์ร้าย หรือมีคนมารอบๆเต็นท์ก็พอละ ใกล้เช้าแล้วนอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" เม่นรูดซิบหน้าต่างเต็นท์ปิดสนิท ปิดไฟฉายแล้วล้มตัวลงนอน แมนเห็นทุกคนนอนกันหมด จึงเอาโคมไฟไปแขวนไว้บนหลังคาเต็นท์ เพื่อให้มีแสงสว่างเป็นเพื่อนเพิ่มอีกทาง

บรรยากาศยามเช้า ฝนหยุดตก เสียงคลื่นทะเลเบาๆ กับเสียงนกร้อง บรรยากาศช่างสบายจนไม่อยากลุกจากที่นอน

"ไอ้เปา ไอ้เม่น ตื่นๆ เช้าแล้ว เดี๋ยวผมไปตกปลา จับปูจับหอย พวกนายช่วยกันเก็บเต็นท์นะ" พูดเสร็จ แมนก็ถือคันเบ็ดและกรงดักปูมุ่งหน้าไปที่ชายหาด

แมนมัวแต่หากับข้าวหาอาหาร เม่นกับเปาก็ซ่อมเต็นท์และโต๊ะทำกับข้าว จนวันนี้พวกเขาไม่ได้ไปสำรวจเกาะตามที่ตั้งใจเอาไว้ .. และเหมือนเดิม เวลาตอนกลางวันมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสาม ต้องวางแผนแบ่งเวลากันใหม่ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ออกไปสำรวจเกาะแน่ๆ

ตกค่ำ บรรยากาศดีเหมือนเคย พวกเขาตั้งวงดื่มกิน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ตามประสามนุษย์เงินเดือน เมื่อได้พักผ่อนก็ต้องเต็มที่กับมัน

ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ทุกคนหยุด และหันไปมองที่ต้นเสียงพร้อมกัน แต่แสงจากกองไฟ มันสว่างไปไม่ถึงบริเวณที่เกิดเสียงประหลาดนั้น พวกเขาจึงทำได้แต่มองฝ่าความมืดออกไป "อะไรกันวะ ตั้งแต่เมื่อคืนละ" พูดเสร็จ แมนก็ลุกขึ้น หยิบท่อนไม้และไฟฉายพุ่งตรงไปที่ต้นเสียงนั้น เขาเดินไปอย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่า ถ้าเป็นคนแกล้ง มันจะได้หนีไม่ทันเขา แต่เมื่อไปถึงต้นเสียงที่บริเวณโขดหินใหญ่ ก็ไม่มีแม้คนหรือสิ่งมีชิวิตใดๆเลย เขาจึงตั้งโคมไฟเอาไว้ตรงนั้นแล้วถือแค่ไฟฉายกลับมา "ไง! เห็นอะไรมั่งวะ?" เม่นถามอย่างตั้งใจ เพื่อรอฟังคำตอบ "ไม่มีวะ สงสัยผีหลอก" แมนตอบพร้อมทำหน้าตาตื่น จนไอ้เปาเริ่มขยับตัวมาเบียดเม่น "โถ่! ชอบหลอกไอ้เปามันเรื่อย เดี๋ยวมันก็ว่ายน้ำหนีกลับบ้านหรอก ฮ่าๆๆ" ทุกคนหัวเราะและเลิกสนใจเรื่องเสียงประหลาดนั้น และหันมาร้องรำทำเพลงกันต่อ และก็เข้าเต็นท์ไปนอนแบบเต็นท์ใครเต็นท์มัน

"เอาอีกแล้ว ฝนตกอีกแล้ว" เสียงแมนบ่น แต่ยังดีที่ไม่มีลมในคืนนี้ ซักพักหนึ่ง ไอ้เปาก็กางร่มวิ่งมาที่เต็นท์ของแมน "แมนๆ ผมขอนอนด้วย" เสียงเปากระวนกระวาย "ผีหลอก! ผีหลอก!" "งั้นเข้ามาก่อน ค่อยๆเล่า เกิดอะไรขึ้น" แมนถามเปาพร้อมกับส่งผ้าเช็ดตัวให้

"คือผมปวดปัสสาวะ จึงออกไปยืนปัสสาวะก่อนที่ฝนจะตกเมื่อกี้ ตรงข้างต้นไม้ที่ติดกับเต็นท์ที่ผมกาง มีร่างๆหนึ่ง สูงเท่าต้นมะพร้าว ร่างนั้นดำกว่าท้องฟ้าซะอีก ผมมั่นใจว่าเป็นผีแน่นอน" เปาเล่าให้แมนฟัง "แล่วเม่นละ เปาได้บอกเม่นไหม" แมนถาม "ไม่ ผมไม่ได้บอก ผมวิ่งพ้นมาที่เต็นท์ของแมนเลย "งั้นเปารออยู่นี่นะ เดี่ยวผมออกไปดูเอง จะได้ไปดูเม่นมันด้วย" พูดจบแมนก็ออกไปจากเต็นท์พร้อมไฟฉายในมือ เขาเดินมุ่งตรงไปที่เต็นท์ของเปาก่อน เพื่อดูว่ามีสิ่งที่เปาพูดถึงหรือไม่ แต่ไปไม่ทันถึงเต็นท์ของเปา เม่นก็วิ่งตะโกนร้องโหวกเหวกมาจากเต็นท์ของเขา "กลับเข้าเต็นท์เร็วๆ ผีหลอก มันจะเอาชีวิตพวกเราทุกคน" เมื่อแมนได้ยินเช่นนั้นก็หันหลังวิ่งกลับเต็นท์ของเขา พร้อมกับเม่นที่วิ่งตามมาติดๆ

พวกเขาจะทำยังไงต่อไป สิ่งที่เม่นกับเปาเจอ คืออะไรกันแน่ โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด