คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

รีวิว เที่ยวเชี่ยวหลาน...สวรรค์แห่งเมืองร้อยเกาะ

NARIS
NARIS
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก NARIS
แจ้งตรวจสอบ
รีวิว เที่ยวเชี่ยวหลาน...สวรรค์แห่งเมืองร้อยเกาะ

“...เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ...” การเดินทางลงใต้ครั้งแรกสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากคำขวัญที่กล่าวมา ไม่ได้ลิ้มลองอะไรสักอย่าง ฮาาา~ สำหรับทริปนี้ 3 วัน 2 คืน เราเริ่มเดินทางเย็นวันที่ 19/11/63 จากหมอชิตสู่สุราษฎร์ ซื้อตั๋วในราคา 499 บาท เวลา 1 ทุ่มล้อเคลื่อนออกจากหมอชิตมุ่งสู่สุราษฎร์ใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง ถึงเช้าวันที่ 20/11/63 ด้วยความที่การเดินทางไปเขื่อนนั้นไม่มีรถโดยสารใด ๆ ผ่านเลย นอกจากเหมารถไป ซึ่งการเดินทางในแต่ละครั้งของเราเป้าหมายรองลงมาจากจุดแลนด์มาร์กต่าง ๆ แล้ว ก็คือ Save cost นั่นเอง เราเลยตัดสินใจเช่ามอเตอร์ไซค์ขับไปเขื่อนกันเลย พี่ที่ร้านเช่าก็ใจดีลดราคาจาก 450 เหลือ 400 เลยเช่าไป 2 วัน ลุย!!!

บรรยากาศเขื่อนรัชชประภาถึงแล้วเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน เราซื้อแพคเกจสำหรับ 1 วันไว้ จะได้ล่องเรือไปชมกุ้ยหลินเมืองไทย เขาหินสามเกลอ ชมวังมัจฉา และรับประทานอาหารกลางวัน 1 มื้อครบจบในแพคเกจ 950 บาท ลงเรือแล้วที่นี่คือบรรยากาศดีมาก แม้ช่วงเวลากลางวันจะร้อนมากแต่ยังมีลมเย็นพัดผ่าน ที่นี่ถือได้ว่าเป็นเขื่อนขนาดใหญ่มาก ด้วยความที่เคยเป็นแหล่งป่าเขาขนาดใหญ่ ก่อนจะถูกทำให้เป็นเขื่อนเก็บน้ำในปัจจุบัน ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ธรรมชาติยังคงงดงามและอุดมสมบูรณ์ ภูเขาหินตั้งตระหง่านสวยงาม 

Advertisement

Advertisement

นั่งเรือชมเขื่อน ชมเขา ชมปลาเขาหินสามเกลอ จุดเช็คอิน เก็บภาพสวยๆบรรยากาศหลังฝนตก เขื่อนรัชชประภาที่เขื่อนสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยมีเหมาะมากกับคนที่ต้องการ social detox แดดแรงอยู่ดี ๆ ฝนเริ่มโปรยปราย อย่างว่าภาคใต้ฝนแปดแดดสี่ไม่มีฤดูหนาว แต่ข้อดีนั้นก็คือหมอกขาวที่อ้อยอิ่งบนยอดเขา จบแพคเกจเราก็เดินทางออกจากเขื่อนรีบขับเข้าที่พักหนีฝนกัน

แวะชมปลา และพายเรือเล่นบรรยากาศเขื่อนรัชชประภาคืนแรกกับที่พักบ้านสวนภูธาร ผิดคาดเล็กน้อยกับราคาที่จ่าย 1,100 ( ÷3คนละ 367.- ) แต่อาหารเช้าโอเค บรรยากาศติดเขาสวยดี ค่ำคืนแรกผ่านไป...

Advertisement

Advertisement

อยากตื่นมาเจอภาพนี้ทุกวันบรรยากาศยามเช้าที่สันเขื่อนขออาหารเช้าแบบนี้ทุกวัน พลีส!!

เช้าวันที่ 21/11/63 ออกไปเก็บบรรยากาศสันเขื่อนกันแต่เช้า ซึ่งไม่ผิดหวังเลย สายหมอก อากาศเย็น ป่าและภูเขาตราตรึงมาก กลับมากินข้าวเช้าพร้อมกับเช็คเอาท์แต่ฝากกระเป๋าไว้ก่อนเพราะเราจะไปเที่ยวกันต่อ ที่แรกคือ “สะพานแขวน-ภูเขารูปหัวใจ” แลนด์มาร์กที่ต้องไป มองเห็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายหัวใจ และสามารถข้ามสะพานแขวนไปเยือนตลาดชุมชน ของกินอร่อยและสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตชาวบ้านด้วย

หัวใจสีเขียวภูเขารูปหัวใจออกจากที่นี่เราไปต่อที่ “อุทยานธรรมเขานาใน” สถาปัตยกรรมสวย ๆ แต่คนค่อนข้างเยอะ และร้อนสุด ๆ สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนสถานธรรมได้ เส้นทางก็เหมือนเดินขึ้นเขาขนาดย่อม ๆ เลยก็ว่าได้ เหนื่อย~ เราไปหาที่เย็น ๆ นั่งแกว่งเท้า สูดอากาศให้ชื่นใจที่ “ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” ค่าเข้าคนละ 25 บาทสำหรับเข้าชมและเล่นน้ำ ใครอยากพายเรือด้วย เป็น 65 บาท บ่นร้อนกันดีนักไปถึงปุ๊บฝนเริ่มลงเม็ดปั๊บ เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยนจึงเป็นเหตุให้ได้ชุดชาวแก๊งค์มา ( ชุดมัดย้อมสีฟ้าใส ๆ ) เดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่น น้ำเย็นๆของฉัน นั่งแช่เท้าในน้ำชิล คุณพระ!! คนเพียบ แทบไม่มีที่จะเดินหรือนั่ง ได้แต่มองหน้ากันและถ่ายรูป ไหนๆก็มาแล้วเนอะ เฮ้อออ~ 

Advertisement

Advertisement

อุทยานธรรมเขานาในป่าต้นน้ำ ฝนก็ตกๆ หยุดๆนะ กลับมาเอากระเป๋าที่ที่พักและเข้าในเมืองกัน ถึงในเมืองก็เย็นพอดีที่พักคืนที่สองคือ Blue Monkey Hub and Hotel 900.- (÷3 คนละ 300.-) เก็บของเข้าห้องและออกไปหาไรกิน อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำคือนั่งเรือชมหิ่งห้อย คุณลุงที่พาไปน่ารักมากอธิบาย ให้ข้อมูลดีและคิดราคาคนละ 100 บาทไปสามคนบนเรือ หิ่งห้อยที่นี่เยอะมากพบบนต้นลำพูแทบทุกต้น ส่องแสงต้อนรับนักท่องเที่ยวยามค่ำคืน นอกจากได้ดูหิ่งห้อยแล้วยังได้เห็นบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่คู่กับสายน้ำ...แม่น้ำแห่งชีวิต แม่น้ำตาปี คุณลุงยังพาไปถ่ายรูปไฟสะพานศรีตาปี สะพานที่ใช้สัญจรข้ามแม่น้ำตาปีกันทุกวัน ปลื้มปริ่มกับไปนอนได้... 

แสงไฟในยามค่ำคืนสีสันยามค่ำคืน เช้า 22/11/63 ออกไปท่องเมือง ไหว้สักการะศาลหลักเมือง แวะหาของกินพร้อมคืนรถที่เช่ามาเพราะหมดเวลาพอดี จากนั้นนั่งรถตุ๊กๆ ข้ามไปยัง “ชุมชนบางใบไม้” เที่ยวตลาดน้ำประชารัฐ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบางใบไม้ ไปนั่งเรือชมสองฝั่งคลองและอุโมงค์ต้นจาก คนละ 20 บาทเท่านั้น ขึ้นฝั่งก็มาเดินเล่นในตลาด ของกิน ของใช้พื้นเมืองมากมายให้เลือกกัน ราคาไม่แพงมากด้วย ต่อรองได้คนใต้ใจดี 

ชุมชนบางใบไม้ ล่องเรือชมอุโมงค์ต้นจากสักการะศาลหลักเมืองจบสิ้นภารกิจ Mission Complete ได้เวลาเดินทางกลับ วางแผนไว้จะนั่งรถไฟเปลี่ยนบรรยากาศแต่ก็ไม่เป็นใจ ตั๋วรถไฟเต็ม!! เลยกลับมาซบรถทัวร์ดังเดิม รอบรถ 1 ทุ่มมีเวลาเหลือ 4 ชั่วโมง ค่าเวลาด้วยการหาของกินและไปจมอยู่ร้านญี่ปุ่น เลือกของและเสื้อผ้า แบกกลับบ้านกันเป็นแถว... ทริปนี้หมดงบไปไม่เกิน 4000 บาทนะจ๊ะ ส่วนใหญ่เสียไปกับค่าเดินทาง แต่ประสบการณ์ในการเดินทางที่ได้มาถือว่าคุ้มค่ามากๆ ตอนแรกคิดไว้ว่าทริปนี้น่าจะสบายกว่าทุกทริปที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็สมบุกสมบันกันเหมือนเดิม พวกเราคงไม่เหมาะกับความสะดวกสบายก็เป็นได้..

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ฝากติดตามการเดินทางกันได้ที่  True ID และ 

เพจ: เธอ ฉัน เรา เที่ยว

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด