อื่นๆ

กฎในการนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้าย สาย 9-999

145
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
กฎในการนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้าย สาย 9-999

กฎในการนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้าย สาย 9-999

ภาพโดย Rudy and Peter Skitterians จาก Pixabay

สวัสดีครับผมชื่อพฤกษ์ วันนี้เป็นวันทำงานสุดท้ายของเดือนธันวาคม  ผมทำงานจนดึก กว่าจะเลิกงานก็ล่วงเข้าสู่เวลา 22.00 น. อีกสองชั่วโมงข้างหน้าก็จะเข้าสู่วันปีใหม่แล้ว ผมก้าวเดินออกมาจากอาคาร มุ่งหน้าไปยังป้ายรถประจำทางซึ่งอยู่ห่างจากอาคารสำนักงานไปไม่ไกลนัก ผมนั่งรอรถโดยสารประจำทางอยู่จนกระทั่งเวลาใกล้เข้าสู่วันปีใหม่ ซึ่งนั่นให้ความรู้สึกเหมือนผมนั่งรอรถนานเกือบข้ามปี รถโดยสารประจำทางก็ยังไม่มา จะว่าไปนี่ก็ดึกมากแล้ว ผมไม่แน่ใจนักว่าขณะนี้ยังมีรถโดยสารวิ่งอยู่หรือไม่ หรือว่าพวกเขาเลิกงานกลับไป รอเคาท์ดาวน์ต้อนรับวันปีใหม่แล้วกันนะ

ภาพถ่ายโดย Vitaly ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างรอรถ และไถโทรศัพท์มือถือในมือเพื่ออ่านโพสต์ต่าง ๆ ของเพื่อนๆใน Social ผมก็ได้ยินเสียง "ปิ๊น ปิ๊น" พร้อมกับที่รถเมล์สีแดงสภาพเก่าคันหนึ่งเข้าจอดเทียบป้าย ผมเงยหน้าขึ้นมองป้ายหน้ารถเขียนว่า "สาย 9-999" ผมคิดในใจ รถเมล์สายใหม่หรอ ไม่เคยเห็นรถเมล์ สาย 9-999" มาก่อน โดยปกติแถวนี้ไม่เคยมีรถประจำทางที่เป็นรถเมล์วิ่งมาก่อน รถโดยสารที่ผมกำลังนั่งรอนี้เป็นรถสองแถวประจำทางสีขาวที่วิ่งวนรอบเมือง  "บางเสร่ เที่ยวสุดท้าย ไปไหมน้อง" เสียงกระเป๋ารถเมล์ตะโกนถาม ผมสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง ชายร่างเล็กสวมชุดสีน้ำเงินเครื่องแบบพนักงานเก็บเงินเก่า ๆ พลางคิดในใจ บางเสร่หรอ ปกติแถวนั้นไม่มีรถเมล์ผ่านนี่หว่า แต่ก็ดีเหมือนเหมือนกันนี่ก็ใกล้เข้าสู่วันปีใหม่แล้ว ยังไม่กลับห้องพักก็ได้ ไปหาที่เที่ยวเต๊าะสาวรับปีใหม่แถวบางเสร่ก็ดีเหมือนกัน

Advertisement

Advertisement

ภาพโดย mrcolo จาก Pixabay

ผมก้าวขึ้นรถมาพลางเลือกที่นั่ง ซึ่งขณะนี้มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 3-4 คน นั่งกระจายไปตามเบาะต่าง ๆ ผมเลือกที่นั่งเดี่ยวริมหน้าต่าง เกือบท้ายสุดตรงข้ามประตูด้านหลังรถ  เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว ผมกวาดสายตามองไปยังด้านหน้ารถเพื่อดูว่ากระเป๋ารถเมล์เดินมาเก็บเงินหรือยัง มือพลางล้วงกระเป๋าหาเศษเหรียญ กระเป๋ารถเมล์ชายร่างเล็กกำลังเดินมุ่งหน้ามาด้วยท่าที่โงนเงนตามความเร็วของรถเมล์ที่กำลังเคลื่อนที่ "ค่าโดยสารด้วยครับ 15 บาท ขอเหรียญด้วยครับ เตรียมเงินให้พอดีนะครับ" เค้าตะโกนพร้อมกับเดินไปด้วย ผมยื่นเหรียญ 10 และ เหรียญ 5 บาทให้เขา พร้อมกับถามด้วยความสงสัย "รถเมล์สายใหม่หรือครับ ผมไม่เคยเห็นรถเมล์วิ่งที่นี่มาก่อนเลย" ชายร่างเล็กรับเหรียญจากผมไป เขาไม่ตอบคำถามผมแต่มองผมด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับยื่นตั๋วให้ผม แล้วเดินจากไป ผมมองตามอย่างงุนงง "ถามแค่นี้ก็ไม่ได้แหะ" เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากชายร่างเล็ก ผมจึงก้มหน้าดูหน้าจอมือถือ ขณะนี้เป็นเวลา  23.00 น. ผมนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้ายคันนี้มาสักประมาณ 10 นาทีได้แล้ว ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองทาง ขณะนี้รถเมล์ได้วิ่งเข้าสู่ถนนสุขุมวิทอันเป็นถนนสายหลัก น่าจะอีกสักพักกว่าที่จะถึงจุดหมาย ผมกวาดตามองไปรอบ ๆ รถอีกครั้ง ผู้โดยสารที่ผมเห็นนั่งอยู่บนรถก่อนหน้านี้ ขณะนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เลย ผมแปลกใจเล็กน้อยด้วยนึกไม่ออกว่า รถได้จอดให้ผู้โดยสารเหล่านั้นลงตอนไหน อีกทั้งบรรยากาศตอนนี้มันแปลกมาก ถนนสุขุมวิทในช่วงคืนวันก่อนปีใหม่ ไม่มีรถคันอื่น ๆ วิ่งบนถนนเลย อาคารบ้านช่องพากันปิดไฟเงียบเหงาราวกับว่าคืนนี้เป็นคืนธรรมดาคืนหนึ่ง "ติ๊ด ติ๊ด" เสียงนาฬิกาของใครสักคนดังขึ้นใกล้ ๆ ผมสะดุ้งเล็กน้อยหันไปมองด้านข้าง แต่ไม่มีใคร ผมนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ชายร่างเล็กผู้เป็นกระเป๋ารถเมล์นั่งเบาะหน้าสุดข้างคนขับรถ รถเมล์ยังคงวิ่งด้วยความเร็วคงที่ ยังไม่ทันที่จะหายสงสัย พลันสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่ที่นั่งด้านหน้าของผม "กระดาษอะไร มาตอนไหน เมื่อกี้ไม่เห็นมี" ผมมองกระดาษแผ่นนั้นแบบงง ๆ "กฎในการนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้าย สาย 9-999" ผมอ่าน "กฎหรอ" ผมหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา เริ่มอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น

Advertisement

Advertisement

กฎในการนั่งรถเมล์เที่ยวสุดท้าย สาย 9-999

สวัสดี ถ้าคุณได้รับกระดาษแผ่นนี้ นั่นหมายความว่า คุณกำลังนั่งรถเมล์เที่ยวพิเศษ สาย 9-999 ซึ่งเป็นรถเมล์เที่ยวสุดท้าย ในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แน่นอนว่า คุณคงไม่เคยเห็นรถเมล์คันนี้มาก่อน เมื่อคุณได้ขึ้นรถมาแล้ว กรุณาหาที่นั่งให้เรียบร้อย อย่าลุกเดินไปมา กดกริ่งก่อนถึงป้าย อย่าลืมมองทางซ้ายก่อนลง

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมอมยิ้ม นี่คงเป็นกฎที่คงมีคนเขียนไว้เพื่อแกล้งคนหรือไม่ก็แก้ง่วงแน่ ๆ  ผมอ่านต่อ

กฎข้อที่ 1 รถเมล์สาย 9-999 เป็นรถเมล์เที่ยวพิเศษ เที่ยวสุดท้ายในคืนส่งท้ายปีเก่า รถจะจอดเฉพาะจุดรับส่งผู้โดยสาร หรือป้ายรถประจำทางเท่านั้น ไม่จอดนอกป้ายเด็ดขาด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคนขับรถเมล์ กรณีฉุกเฉินเท่านั้น

กฎข้อที่ 2 จงตื่นตัวเสมอ และควรนั่งอยู่นิ่ง ๆ อย่าสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คุณจะลุกจากที่นั่งได้ก็ต่อเมื่อ คุณต้องการลงจากรถคันนี้เท่านั้น มีสติเตรียมพร้อมก่อนถึงจุดหมายปลายทาง กดกริ่ง 1 ครั้งเมื่อถึงป้ายที่คุณต้องการลง หรือ กดกริ่ง 2 ครั้งหากต้องการลงฉุกเฉิน แต่เราไม่รับประกันว่าคนขับรถต้องการให้คุณลงหรือไม่ หากเขายินดีจอดให้คุณลง เขาจะค่อย ๆ ชลอรถจอดและเปิดประตูรถด้านหลังให้คุณลง ก่อนลงจากรถ อย่าลืมกล่าวคำขอโทษที่คุณทำให้เขาต้องจอดรถส่งคุณนอกป้าย และอย่าลืมกล่าวขอบคุณก่อนลงจากรถด้วย คุณคงไม่อยากให้เขาเดินตามคุณหรอกมานะ มันไม่สนุกหรอก

Advertisement

Advertisement

กฎข้อที่ 3 ไม่ควรคุยและไม่ควรสบตากับผู้โดยสารบนรถ และอย่ายื่นอวัยวะออกนอกตัวถังรถโดยเด็ดขาด

กฎข้อที่ 4 ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าหันไปมอง ให้หลับตาและทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน ท่องไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ อย่าพยายามช่วยเหลือคนเหล่านั้น คุณช่วยพวกเขาไม่ได้หรอก

กฎข้อที่ 5 ต้องปฏิบัติตามกฎเท่านั้นเราไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของคุณได้ แม้ทำตามกฎ แต่ถ้าคุณไม่ทำตามเราก็ไม่สามารถรับประกันผลที่ตามมาได้เช่นกัน

กฎข้อที่ 6 ระหว่างโดยสาร คุณควรปิดอุปกรณ์สื่อสาร หรือปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ห้ามรับโทรศัพท์ใครก็ตามที่โทรเข้ามา คุณควรอยู่บนรถให้เงียบที่สุด คุณคงไม่อยากให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นี้ เราเตือนคุณแล้วนะ

ระหว่างทางรถเมลล์จะจอดรับผู้โดยสารตามทางตามปกติ แต่จะมีผู้โดยสารที่ขึ้นรถประจำ จำนวน 5 คน เว้นระยะห่างจำนวน 4 ป้าย

ผู้โดยสารคนที่ 1 ผู้โดยสารผู้ชาย แต่งกายชุดนักศึกษา เมื่อขึ้นรถมาแล้ว เขาจะนั่งเบาะด้านหน้าคุณ บางครั้งเขาอาจจะหันมาเพื่อชวนคุณคุย คุณไม่ต้องสนใจเขา หากเป็นไปได้ให้คุณใส่หูฟังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของเขา มันช่วยคุณได้มากเลยล่ะ เชื่อสิ

ผู้โดยสารคนที่ 2 ผู้โดยสารผู้ชาย สวมเสื้อยืดสีดำ กางกางยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกแก็ป สวมแว่นตาดำ เขาคนนี้ ชอบนั่งริมหน้าต่างฝั่งเบาะยาวแถวหลังสุด เมื่อเขานั่งเรียบร้อยแล้ว คุณจะเห็นเขานั่งนิ่ง ๆ เขาหลับน่ะ อย่างที่บอกเขาจะลงเมื่อถึงปลายทางเท่านั้น อย่าเผลอไปรบกวนเขาล่ะ

ผู้โดยสารคนที่ 3 และ 4 ผู้โดยสารผู้หญิงและเด็ก สองคนนี้เป็นแม่ลูกกัน คนแม่อายุประมาณ 30 ปี ส่วนเด็กน้อยอายุประมาณ 5 ขวบเป็นเด็กผู้หญิง เธอจะพาลูกนั่งเบาะเดี่ยวริมหน้าต่าง โดยให้ลูกสาวนั่งบนตัก ที่นั่งประจำของเธอคือ เบาะก่อนสุดท้ายริมหน้าต่างตรงข้ามประตูหลังรถ ซึ่งเราหวังว่าคุณคงไม่ได้กำลังนั่งบนที่นั่งของเธอ แต่หากบังเอิญตอนนี้คุณกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งตัวนั้น ให้คุณกล่าวขอโทษเธออย่างจริงใจ และสุภาพ ให้พูดกับเธอว่า "รอสักครู่นะครับ เดี๊ยวผมย้ายที่นั่งให้ครับ" แน่นอนว่า แม้กฎจะบอกว่า จะลุกจากที่นั่งได้ก็ต่อเมื่อต้องการลงจากรถคันนี้เท่านั้น แต่นี่จะเป็นข้อยกเว้นเดียวที่คุณสามารถลุกเพื่อคืนที่นั่งให้กับเธอ หากคุณไม่ย้ายที่นั่งทางเราไม่รับประกันว่า เธอจะพาลูกสาวนั่งตักคุณไปตลอดทางหรือไม่ ทางเราไม่สามารถยืนยันได้จริง ๆ

ผู้โดยสารคนที่ 5 ผู้โดยสารผู้หญิงในชุดเดรสสีแดง เธอคนนี้สวยมาก สวยแบบที่เมื่อได้มองแล้วคุณคงไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ แต่เราขอยืนยันให้คุณจำกฎข้อที่ 2 ไว้ให้ดี จงตื่นตัวเสมอ และควรนั่งอยู่นิ่ง ๆ อย่าสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แม้ว่าการย้ายที่นั่งให้สองคนแม่ลูกจะเป็นข้อยกเว้นก็ตาม อ่อ เราไม่แนะนำให้คุณย้ายไปนั่งข้าง ๆ เธอหรอกนะ

เหตุการณ์นี้ อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นกับคุณในคืนนี้ก็ได้ แต่เราหวังว่าคุณจะโชคดี สามารถลงจากรถได้ทันก่อนเข้าสู่วันปีใหม่ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้คุณคลายความกังวล เราจะเล่าบางช่วงบางตอนให้คุณทราบ เรื่องมีอยู่ว่า

ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาคนนั้น ลุกออกจากที่นั่งของตน เดินไปยังเบาะหลังรถเพื่อไปนั่งข้างกับผู้ชายที่สวมเสื้อยืดสีดำ จากนั้นได้เกิดเสียงเอะอะ จากทางด้านหลังรถ "ช่วยด้วย ๆ " จากนั้นชายร่างเล็กผู้เป็นกระเป๋ารถเมล์วิ่งไปด้านหลังรถ "หยุดนะ" "อย่ามายุ่ง" "ปัง!!!" "กรี๊ดดดดดด" ชายในชุดนักศึกษา วิ่งไปยังผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงสด เขาฉุดกระชากเธอขึ้นมาจากที่นั่ง พาเธอไปยังด้านหน้ารถเพื่อเป็นตัวประกัน (ตอนนี้แม้ว่าคนขับหยุดรถแล้วแต่เขาจะไม่เปิดประตูรถให้ใครลงทั้งนั้นรวมถึงคุณด้วย)  "เปิดประตู" เขาสั่งคนขับรถ "จะโทรไปไหน" เขาถาม  "ปัง!!!" เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง "ปัง!!!"

กฎข้อที่ 7 รถเมล์สาย 9-999 จะถึงจุดหมายปลายทาง ณ บางเสร่ ในเวลา 00.00 น.พอดี นั่นหมายความว่า ถ้าที่นั่นเป็นปลายทางของคุณ คุณจะต้องลงจากรถให้ทัน ก่อนเวลา 00.01 น. คุณมีเวลา 1 นาทีเท่านั้น ลงจากรถให้ทัน ก่อนที่คนขับรถจะปิดประตู และเขาจะไม่เปิดอีกจนกว่าจะถึงคืนส่งท้ายปีเก่าอีกครั้ง

เมื่อคุณได้อ่านกฎในกระดาษแผ่นนี้แล้ว โปรดปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดถ้าคุณไม่อยากนั่งอยู่บนรถเมล์เที่ยวสุดท้ายนี้ไปตลอดกาล

ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay

ผมอ่านจบ ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นตามที่กระดาษแผ่นนั้นบอกไว้ ผมขำในใจพลางคิด "มันก็แค่เรื่องแต่ง" กระทั่งผมทอดสายตามองไปด้านนอกหน้าต่าง ผมมองเห็นหาดทรายอยู่เบื้องหน้า เหมือนว่างานปีใหม่กำลังเริ่มต้น ผมถึงจุดหมายปลายทางแล้ว รถเมล์กำลังจอดและรถจอดสนิท ในเวลา 00.00 น.พอดี ประตูรถเปิดเพื่อให้ผู้โดยสารลง ผมเตรียมตัวก้าวลงจากรถ ทันใดนั้นเอง ประตูได้ปิดลง รถกำลังจะเคลื่อนที่ออกจากป้าย ผมตกใจ เอื้อมมือกดออด 1 ครั้ง แต่คนขับไม่จอด ผมไม่เห็นชายร่างเล็กผู้เป็นกระเป๋ารถเมลล์ รวมถึงไม่เห็นผู้โดยสารคนอื่น ๆ พวกเขาน่าจะลงจากรถไปกันหมดแล้ว ยกเว้น

ผู้หญิงคนนั้น เธอกำลังอุ้มลูกสาวยืนอยู่ตรงที่นั่งที่ผมเพิ่งลุกจากมา กำลังจ้องมองผม

ผมหันไปมองด้านหลังรถทันที ภาพของชายคนสองคน นอนจมกองเลือดอยู่เบาะด้านหลังรถ ผมมือสั่น ตกใจพลางกดออดซ้ำ อีก 2 ครั้ง จิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รถเมลล์ยังไม่มีทีท่าว่าจะจอด ผมตกใจเหงื่อท่วมตัว พยายามตะโกนบอกคนขับรถให้จอด "พี่ครับ จอดหน่อยครับผมยังไม่ได้ลง" "พี่ครับ" ผมตะโกนบอกคนขับร้อนรน ทุกอย่างเงียบสนิทไม่มีเสียงตอบรับจากคนขับรถเมล์ รถเมล์ยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้า


เรื่องโดย : ฌาณฌารา

เครดิตรูปภาพ

ภาพหน้าปก : ภาพโดย ❄️♡💛♡❄️ Julita ❄️♡💛♡❄️ จาก Pixabay และ ภาพโดย Henryk Niestrój จาก Pixabay

ภาพประกอบ : 1. ภาพโดย Rudy and Peter Skitterians จาก Pixabay ,2.ภาพถ่ายโดย Vitaly 3. ภาพโดย mrcolo จาก Pixabay ,4.ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
katsnovar
katsnovar
อ่านบทความอื่นจาก katsnovar

เขียนทุกอย่างที่อยากเขียน

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์