อื่นๆ

คริสต์มาส กับ หิมะ-ความอบอุ่น ความขัดแย้งที่ลงตัว

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
คริสต์มาส กับ หิมะ-ความอบอุ่น ความขัดแย้งที่ลงตัว

เมื่อเทศกาลคริสต์มาสมาถึง มันกำลังเป็นสัญญาณที่บอกว่าใกล้จะถึงวันสิ้นสุดของปีแล้ว ในค่ำคืนของวันคริสต์มาส หลายๆคนกำลังขอคำอวยพร หลายๆคนกำลังใช้เวลาวันหยุดกับครอบครัวหรือคนที่รัก หลายๆคนกำลังหาชุดสวยๆไปปาร์ตี้คริสต์มาส และใน2-3ปีนี้ ก็มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หลายๆคนพยายามรักษาคนไข้จากโรคระบาดในวันคริสต์มาส และผมก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่เจ้าหน้าที่หลายๆท่านสละเวลาช่วงที่สำคัญและโรแมนติกที่สุดของปีไปกับการดูแลมนุษย์โลกของเราด้วยกัน เมื่อถึงวันคริสต์มาสเรามักนึกถึง บรรยากาศที่หนาว ตุ๊กตาหิมะ   ความอบอุ่น ต้นคริสต์มาส เสื้อผ้าสีเขียว-สีแดง ทั้งหมดนี้ถ้าเราสังเกตดี ๆ เราจะพบว่ามันคือ "ความขัดแย้งกันที่ลงตัว" ระหว่าง "หิมะ"กับ"ความอบอุ่น" และ "สีเขียว" กับ "สีแดง" แล้วความขัดแย้งนี้มันอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวได้อย่างไร ผมมีคำตอบให้ดังนี้ครับ

Advertisement

Advertisement

ปาร์ตี้คริสมาสต์

หิมะ กับ ความอบอุ่น

ความขัดแย้งแรกในวันคริสต์มาสคือ "หิมะ" และ "ความอบอุ่น" มันขัดแย้งกันเพราะ หิมะมันคือตัวแทนของความหนาวเย็น ซึ่งตรงข้ามกับความอบอุ่น  แต่ทั้งสองมาอยู่ร่วมกันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ในวันคริสต์มาส ปีนีัคงเป็นปีที่ยากสำหรับใครหลายๆคน และถ้าคุณกำลังอ่านบทความของผมในตอนนี้อยู่ ผมขอชื่นชมคุณว่าคุณเก่งมากที่ผ่านอุปสรรคทั้งยากและง่ายมาตลอดทั้งปีจนถึงคริสต์มาส จากฤดูร้อนที่เราต่างต้องทนกับแดดหรืออุปสรรคที่พยายามจะทำให้เหนื่อย เหงื่อออกและหมดแรง เข้าสู่ฤดูฝนที่เราต่างต้องทนกับความเหงา เมื่อหยาดฝนตกลงมาที่ใจของเรา หลายคนอาจสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปในปีนี้ บางครั้งชีวิตมันยากจนเราไม่รู้ว่าเราจะผ่านมันไปปีต่อไปได้อย่างไร แต่ไม่ว่าคุณจะสูญเสียน้ำตามาเท่าไร เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ลมแห่งความหนาวจะทำให้น้ำตาเหล่านั้นแห้งออกไป และคุณต้องเผชิญกับความหนาวเย็น มันยากที่จะบอกว่าในช่วงเทศกาล "เราอยากอยู่คนเดียว" ยิ่งในช่วงโรคระบาดมันบังคับให้หลายๆคนที่ทำงานในเมืองหลวงไม่กล้าที่จะ    กลับบ้าน และต้องเผชิญความเหน็บหนาวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสอยู่ลำพังคนเดียว ทั้งๆที่เรานั้นคิดถึงครอบครัวมาก อยากจะกลับไปหาครอบครัวในช่วงเวลาที่บรรยากาศหนาวเหน็บจนต้องการใครสักคน แต่คุณก็ทำไม่ได้ เพราะคุณเป็นห่วงเขามากเกินกว่าที่จะไปหาเขาได้ เพราะคุณกลัวว่าคุณอาจจะเอาโรคระบาดไปให้คนที่เรารักมากที่สุดหรือเปล่า และนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อโควิดระบาดในปีแรก

Advertisement

Advertisement

คาเฟ่คริสต์มาส

ผมได้รับเชื้อโควิดตั้งแต่ตอนระบาดใหม่ๆ ตอนนั้นมีข่าวคนเสียชีวิตเยอะมากในต่างประเทศ ไม่มียารักษาโรค ไม่มีวัคซีน มันคือโรคที่เกิดใหม่ ซึ่งระบาดในช่วงปีใหม่พอดี ผมทำงานในที่เสี่ยงโรค แต่เนื่องในวันปีใหม่และยังไม่มีข่าวให้เราป้องกันการระบาดมากนัก ผมคิดถึงครอบครัวจึงกลับบ้านต่างจังหวัด ผมใช้เวลาที่นั่น 2-3 วัน และกลับมาทำงานที่เมืองหลวง หลังจากนั้นผมมีอาการไข้จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลและพบว่าติดเชื้อโควิด และเชื้อนี้มันฟักตัวได้มากถึง 14 วันถึงจะมีอาการ ดังนั้นเมื่อผมติดโควิดเมื่อย้อนเวลาไป 14 วัน นั่นคือผมกลับบ้านต่างจังหวัดไปหาครอบครัว และวันนั้นเองที่ผมนอนร้องไห้ในห้องไอซียู และทำให้ตัวเองพบว่า "นี่มันคือความรู้สึกที่เรารักคนอื่นมากกว่าตัวเอง" ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร แต่ความรู้สึกของผมคือ ผมเป็นห่วงทุกคนที่บ้านที่ผมไปเยี่ยมว่าเขาจะติดโรคระบาดจากผมหรือไม่     ปีนั้นมันคือฤดูหนาวที่ผมเศร้ามาก ๆ  แต่โชคดีที่ผลตรวจจากคนที่บ้านไม่มีใครติดจากผมเลย หลังจากผมออกจากโรงพยาบาล ผมจึงไม่กลับบ้านอีกเลยเป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งตอนนี้ เพราะผมเป็นห่วงพวกเขามากเกินกว่าจะไปหาพวกเขาได้ และผมเชื่อว่าหลายๆคนก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้

Advertisement

Advertisement

ชมวิวคริสต์มาส

สิ่งที่ผมเรียนรู้ในวันคริสต์มาสคือ "ไม่ว่าความหนาวจะมากมายเท่าไร แต่ในใจเราต้องอบอุ่น" เราจะโทษความหนาวในวันคริสต์มาสว่าทำให้เราหนาวไม่ได้ เพราะ การมีอยู่ของความหนาว มันทำให้ความอบอุ่นเกิดขึ้น หมายความว่า ถ้าไม่มีความหนาวเราก็จะไม่มีวันรู้จักความอบอุ่น ดังนั้น ทั้ง "ความหนาว" และ "ความอบอุ่น" แม้ว่ามันจะขัดแย้งกัน แต่มันต้องพึ่งพาอาศัยกัน มันคือความต่างที่แยกออกจากกันไม่ได้ เหมือนกับสีเขียว-สีแดง ที่โทนสีต่างกัน แต่มันกลับเข้ากันอย่างกลมกลืนสวยงามเมื่ออยู่ในเทศกาลคริสต์มาส หรือเหมือนกับความแตกต่างทางเพศ ทางศาสนา หรือทางใดก็ตาม ต่อให้มันมีสิ่งที่ขัดแย้งต่อกัน แต่สุดท้ายมันต้องมีวิธีที่ทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ เหมือนหิมะกับความอบอุ่น หรือ เหมือนกับการที่ผมเรียนรู้ที่จะให้ความอบอุ่นกับตัวเองในช่วงเวลาคริสต์มาส และส่งต่อความอบอุ่นให้คนที่บ้าน แม้ผมจะไม่ได้กลับบ้านไปเจอครอบครัวผมในปีนี้ แต่เพียงรู้แค่ว่าพวกเขาสบายดี ผมก็รู้สึกอบอุ่นใจในท่ามกลางเทศกาลคริสต์มาสที่หนาวเย็น

คริสต์มาสและความอบอุ่น

เทศกาลคริสต์มาสที่มีแต่ความขัด-แย้ง หนาวเย็น-อบอุ่น หรือ เขียว-แดง ในอีกความหมายมันเปรียบเหมือนกับชีวิตมนุษย์ เพราะมนุษย์มีความขัดแย้งกับตัวเองตลอดเวลา เช่น เราคิดว่าเราอยากเป็นคนแบบนี้ในปีนี้ เมื่อเวลาผ่านไปปีหน้า เราก็เปลี่ยนความคิดว่าเราควรเป็นคนอีกแบบหนึ่งจากปีก่อน มันมีความคิดมากมายที่ขัดแย้งกันในหัวของเรา แต่ความขัดแย้งทั้งหมดทั้งมวลมันแสดงออกมาในความเป็นตัวเรา เหมือนกับหิมะและความอบอุ่น ที่ขัดแย้งกันแต่ทั้งคู่ร่วมกันแสดงออกมาว่าเป็นสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส  คริสต์มาสในปีนี้ไม่ว่าคุณจะขอพรอะไร ไม่ว่าคุณจะอยากทำอะไร ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ผมขอพรให้คุณทุกคนรู้จักให้ความอบอุ่นกับตัวเองและส่งต่อให้คนรอบข้าง เหมือนกับที่ รูพอร์ล นักแสดง LGBTQ ที่มักกล่าวเสมอว่า

"If you can't love yourself how in the hell are you gonna love somebody else"
แปลว่า "ถ้าคุณยังไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วคุณจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร"

Merry Christmas ครับ

รูปภาพทั้งหมดจากผู้เขียน

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์