คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

ความฝันบางครั้งไม่ใช่ความสุข

Yomi
Yomi
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Yomi
แจ้งตรวจสอบ
ความฝันบางครั้งไม่ใช่ความสุข

ภาพโดย sasint จาก Pixabay

สวัสดีครับ ผมจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความฝันของผมในวัยเด็ก ผมเชื่อว่าหลายคนต้องมีความฝันเป็นของตัวเองเหมือนกัน ผมเกิดในยุค 90 แม่ของผมมีพี่น้องทั้งหมดห้าคนและมีป้าของผมที่เป็นพี่คนโตได้เสียชีวิตก่อนผมเกิดและแม่ของผมเป็นน้องสุดท้องและมีพี่ชายอีกสามคนครอบครัวของพวกเรามีอาชีพเป็นเกษตรกรผมเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรตั้งแต่ผมเกิดมาผมได้รู้ถึงความยากลำบากแบบที่สุดในการทำนาปลูกข้าวกว่าจะได้ข้าวที่เรารับประทานกันอย่างมีความสุขทุกวันนั้นต้องเหนื่อยแค่ไหน ในยุคนั้นเด็กชนบทแถวบ้านของผมหลังโรงเรียนเลิกก็จะพากันจับกลุ่มไปเล่นสนุกกันส่วนตัวผมต้องไปช่วยพ่อกับแม่ทำนาซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่เหนื่อยที่สุดที่ผมเคยทำมาและผมบอกกับตัวเองตลอดว่าจะไม่มีทางทำอาชีพนี้แน่นอน

ชาวนาภาพโดย likedok88 จาก Pixabay

Advertisement

Advertisement

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับพี่ของแม่ผมซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของครอบครัวแม่ผมซึ่งก็คือลุงของผม ผมไม่เคยเห็นลุงของผมคนนี้เลยตั้งแต่ผมจำความได้แต่แม่จะเล่าเรื่องของลุงผมคนนี้ให้ผมฟังบ่อย ๆ แม่บอกว่าลุงของผมทำงานอยู่ต่างจังหวัดผมก็ไม่รู้หลอกว่าแกทำงานอะไรผมก็ใช่ชีวิตผมตามปกติไปเรียนเลิกเรียนกลับบ้านช่วยพ่อกับแม่ผมทำนาและวันหนึ่งแม่ก็บอกผมว่าเราจะไปหาลุงของผมกันที่ต่างจังหวัดผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เจอลุงของผม ๆ จำได้ว่าผมเดินทางโดยรถไฟและนั่นก็เป็นครั้งแรกของผมในการขึ้นรถไฟการเดินทางครั้งนั้นใช้เวลาหนึ่งคืนพอดีในความรู้สึกของผมมันไกลมาก ๆ และเราก็มาถึงบ้านของลุงผมผมรีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วตะโกนชื่อลุงผมแบบสุดเสียงแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาผมก็หันมาถามแม่ว่าลุงอยู่ชั้นบนของบ้านหรอแม่ ๆ ตอบผมกลับมาว่าลุงไปเข้าเวรลูกผมไม่เข้าใจว่าเข้าเวรคืออะไรผมถามแม่กลับไปอีกว่าลุงอยู่ชั้นบนของบ้านหรอครับแม่ตอบกลับมาว่าลุงไปทำงานครับลูกผมเลยเข้าใจแต่ว่าบ้านลุงที่ผมเข้าใจว่ามีสองชั้นมีแค่ชั้นเดียวซึงผมไม่รู้เลยว่ามีบ้านชั้นเดียวอยู่ด้วย

Advertisement

Advertisement

เช้าวันต่อมาลุงผมกลับมาบ้านผมเห็นลุงของผมแต่งตัวใส่ชุดเท่ผมเห็นแล้วก็อยากใส่ชุดแบบนั้นบ้างผมถามแม่ผมว่าลุงทำงานอะไรหรอครับทำไมใส่ชุดแบบนั้นแล้วทำไมไม่เห็นเปื้อนขี้โคลนเหมือนตอนที่เราทำงานเลยครับแม่แม่ตอบผมกลับมาว่าลุงเป็นตำรวจครับลูกอยากเป็นเหมือนลุงมั้ยครับจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนพ่อกับแม่ที่ต้องตากแดดตัวเลอะขี้ดินขี้โคลนทำนา ผมตอบแม่ทันทีว่าอยากครับผมอยากเป็นเหมือนลุงแม่บอกผมต่อว่าถ้าอยากเป็นเหมือนลุงต้องตั้งใจเรียนหนังสืออย่าเกเรจะได้สบายเหมือนลุงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความฝันของผมคือการได้รับข้าราชการตำรวจ

Advertisement

Advertisement

ควายภาพโดย sasint จาก Pixabay

ผมกับแม่กลับมาบ้านก็ใช้ชีวิตกันตามปกติแต่ที่เปลี่ยนไปคือผมมีความฝันเป็นของตัวเองซึ่งผมจะต้องทำมันให้ได้และหลังจากนั้นหกปีผมได้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในระแวกบ้านของผมเป็นระยะเวลาอีก 6 ปีจนจบการศึกษาระหว่างนั้นจะมีคุณครูหลายท่านถามในห้องเรียนบ่อย ๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรผมตอบแบบไม่ลังเลทุกครั้งว่าผมอยากเป็นตำรวจและหลังจากผมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายผมตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยและผมไปทำตามความฝันของผม ๆ ได้โทรไปปรึกษาลุงของผมว่าผมจะไม่เรียนต่อและผมจะเป็นแบบลุงให้ได้ลุงเห็นด้วยกับความคิดของผมที่จะไม่เรียนต่อและพ่อกับแม่ของผมก็เห็นด้วยเช่นกัน

ซึ่งการสอบรับราชการในถานะเด็กบ้านนอกอย่างผม ๆ ได้ฟังคนในหมู่บ้านของผมพูดกันว่าการสอบเข้ารับราชการเป็นเรื่องที่ยากหากไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอไม่มีทางสอบได้แน่นอนหรือถ้าไม่เสียเงินให้คนที่มีเส้นสายพาเข้าก็เป็นไปได้ยากที่จะสอบเข้าได้ด้วยตัวเอง ผมได้ฟังแบบนั้นแล้วใจผมก็รู้สึกท้อเหมือนกันแต่ลุงของผมบอกผมตรงกันข้ามและเชื่อในตัวผมว่าผมทำได้และลุงมารับผมไปอยู่ด้วยและหาโรงเรียนติวเพื่อสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจให้กับผม ๆ ได้เข้าไปเรียนติวผมใช้เวลาติวประมาณหนึ่งปีเต็มผมจะติวเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ผมจะจับกลุ่มกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนอ่านหนังสือและทำข้อสอบกัน 

ผมจะตื่นเช้าขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตีสี่เพื่อมาอ่านหนังสือและพักอาบน้ำกินข้าวตอนเจ็ดโมงถึงแปดโมงเช้าและหลังจากกนั้นผมจะอ่านหนังสือถึงเที่ยงวันและพักกินข้าวจนถึงบ่ายโมงและอ่านหนังสือต่อถึงห้าโมงเย็นก็จะพักไปวิ่งออกกำลังกายกินข้าวเย็นจนถึงหนึ่งทุ่มก็มาอ่านหนังสือต่อจนถึงสี่ทุ่มก็จะนอนพักผ่อนและก็ตื่นมาอีกครั้งตอนตีสี่ผมทำแบนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีก่อนถึงวันสอบจริง ที่ผมต้องทำแบบนั้นเพราะโดยพื้นฐานของผมเป็นคนที่ไม่เก่งผมเลยต้องขยันซึ่งในระยะเวลานนี้เพื่อน ๆ ของผมที่เรียนด้วยกันตอนมัธยมต่างก็ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองตั้งใจกันหมดแล้วและมีผมคนเดียวที่ไม่ได้เรียนต่อมันก็เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันต้องทำให้ผมต้องขยันที่จะต้องตามคนอื่นให้ทัน

มาถึงวันสอบจริงมีคนสอบประมาณ 15,000 คน และผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกมีเพียง 1,000 คน เท่านั้นซึ่งในการสอบผมตื่นเต้นมากมีคนมากมายมารวมตัวกันผมจะเป็นหนึ่งในหนึ่งในนั้นที่สอบผ่านจริง ๆ หรือผมสอบเสร็จในใจก็คคิดว่าผมทำได้แต่อีกใจนึงก็คิดว่าเราทำได้คนอื่นก็ต้องทำได้เช่นกันกว่าจะถึงวันประกาศผลสอบผมได้กลับมาบ้านช่วยพ่อของผมทำนาตามปกติและถึงวันประกาศผลสอบในวันนั้นผลสอบจะออกตอนเที่ยงคืนทางระบบออนไลน์ซึ่งบ้านผมไม่มีอินเตอร์เน็ตผมก็ฝากลุงของผมให้ช่วยดูให้ผมบอกลุงว่าถ้าผมสอบติดให้โทรมาบอกผมทันทีหลังเที่ยงคืนแต่ถ้าผมสอบไม่ติดไม่ต้องโทรมานะครับลุง

คืนนั้นผมข่มตาเพื่อให้หลับรอลุงของผมโทรมาแต่ผมนอนไม่หลับผมดูนาฬิกาอยู่หลายรอบรู้สึกว่าเวลาวันนี้ช่างเดินช้าเหลือเกินและผมก็ดูเวลาอีรอบหนึ่งเป็นเวลาห้าทุ่มผมตื่นเต้นมาและข่มตาหลับอีกรอบนึงและผมก็สะดุ้งตื่นมาอีกทีนึงผมดูเวลาอีกรอบนึงผมรู้สึกแบบไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีเพราะมันเป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าซึ่งลุงของผมยังไม่โทรมา ผมเลยโทรไปหาลุงของผมแล้วถามว่าผมสอบไม่ติดหรอครับลุง ๆ ตอบผมว่าผลยังไม่ออก

ความรู้สึกของผมเริ่มดีขึ้นมานิดนึงและผมก็ไปช่วยแม่ของผมทำนาปกติและแล้วก็มาถึงเที่ยงคืนอีกวันนึง ผลสอบเลื่อนออกแบบไม่มีกำหนดแน่นอนในขณะที่ผมหลับสนิทก็มีโทรศัพท์หลายสายโทรเข้ามาหาผมผมสะดุ้งตื่นและรับสายโทรศัพท์และก็มีคนพูดว่ายินดีด้วยสอบติดแล้วผมดีใจมากทำอะไรไม่ถูกผู้ชายในสายไม่ใช่ลุงของผมนะครับเป็นพี่ในหมู่บ้านผมที่เป็นตำรวจโทรมาซึงลุงของผมยังไม่รู้เรื่อง ผมเลยโทรไปหาลุงของผมเพื่อให้ตรวจสอบอีกรอบนึงซึ่งผมสอบได้คนที่ 124 จากคนสอบทั้งหมดพ่อกับแม่ผมดีใจมากและผมก็ทำความฝันของผมสำเร็จจากความพยายามของผมที่เป็นเด็กบ้านนอกไม่ใช่ลูกท่านหลานเธออย่างที่มีคนพูดกัน

ทำนาภาพโดย rauschenberger จาก Pixabay

ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ผมเป็นตำรวจมาแล้ว 3 ปี ซึ่งผมไม่ต้องเหนื่อยกับการทำนาที่ผมเคยพูดไว้ว่าผมจะไม่มีทางทำอาชีพนนี้อย่างแน่นอนผมประจำอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งห่างไกลจากพ่อแม่ของผมมากงานของผมเหนื่อยไม่ได้ครึ่งนึงของการทำนาเลยแต่ผมได้รู้ว่าความฝันของผมมันไม่ได้มีความสุขเท่าที่ผมอยู่บ้านกับพ่อแม่ผมรู้สึกคิดถึงกลิ่นไอของโคลนที่ผมคุ้นเคยผมคิดถึงทุกคนที่ผมโตมาด้วยในวัยเด็ก ทุกวันนี้ผมได้รู้แล้วว่าความฝันกับความสุขของผมมันต่างกันผมทำตามความฝันของผมได้สำเร็จแต่ผมไม่มีความสุขเลย

ผมอยากให้เพื่อน ๆ ที่อ่านบทความนี้จบแล้วได้กลับไปทบทวนดูว่าที่ ๆ เราอยู่นี้เรามีความสุขมั้ยและความฝันของเราใช่สิ่งที่ต้องการจริง ๆ หรือป่าว

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด