อื่นๆ

ความเชื่องช้าที่งดงาม

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ความเชื่องช้าที่งดงาม

เครดิตภาพปก andressa-voltolini unsplash.com

 

ความรีบเร่ง

ดึกคืนหนึ่ง เพื่อนมาหา หลายเดือนแล้วไม่ได้คุยกัน เขามาถึงตอนห้าทุ่ม เราควรจะมีเครื่องดื่ม ผมบอกว่าต้องก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ เขามองก้อนอิฐสามก้อนและเศษฟืนแล้วบอกว่างั้นไม่ต้องหรอก ถ้าต้องก่อไฟ มันช้า  

ผมหัวเราะ เราหัวเราะกัน มองเตาไฟและกาน้ำแล้วหัวเราะอีก นึกไปถึงมุกตลกที่เล่าว่าชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างทาง แล้วมีคนใจดีขับมอเตอร์ไซค์มาเทียบ ชวนขึ้นรถไปด้วยกัน แต่คนที่เดินบอกว่าไม่เป็นไร กูกำลังรีบ

จากนั้นเราก็นั่งคุย จากห้าทุ่มถึงตีสองกว่า

กองไฟ* เครดิตภาพ mark-tegethoff-ojU4SmuZzrU-unsplash

 

กองไฟในฝัน

ผมกับเพื่อนอีกคนทำร้านปั้นปูน เป็นร้านที่อยู่บนพื้นที่ว่างริมถนน ไฟฟ้าน้ำประปาพร้อม มีร้านค้าของชำติดกัน มีของบริการเท่าเทียมคนอื่น แต่ตอนเปิดร้านผมบอกเพื่อนว่าไม่ต้องซื้อกาน้ำร้อน หม้อไฟฟ้าหรือแม้แต่เตาแก๊สมาใช้ ไม่ใช่โรแมนติกอะไรหรอก ผมรู้ดี ผมบอกใครต่อใครว่าก็ไหนใครต่อใคร(รวมตัวผม)เคยถ่ายรูปกาน้ำบนเตาไฟแล้วบอกว่ามันใช่ชีวิตที่สวยงาม

Advertisement

Advertisement

ไหนใครต่อใครชอบย้อนยุคอยากให้โลกกลับไปยุคโบราณกันอีก ผมก่อไฟต้มน้ำแล้วบอกว่ามาเถอะ เราลองอยู่กับมันจริงๆ

หลายวันที่เราใช้ชีวิตแบบย้อนยุค หุงข้าว ต้มน้ำด้วยเตาไฟที่ยังไม่ลงตัวนี้ ที่ไม่ลงตัวเพราะมันทำขึ้นเอง อากาศมันไหลไปทั่วทิศ ไฟถ้าไม่ลุกเร็วไปก็มอด ผมหงุดหงิดและแช่งด่ามันอยู่ตลอด ไฟมันไม่ได้ลุกโพลงและปล่อยให้เรานั่งรออย่างสบายใจ เราต้องปล้ำกับมันและยังต้องคอยดันฟืนเข้าไป จนคิดอยากสร้างเครื่องดันฟืนอัตโนมัติ แต่แบบนั้นเราก็ไปใช้เตาแก๊สเถอะ ผมปล้ำกับไฟจนรู้ว่าไม่มีอะไรเป็นเชื้อเพลิงที่ดีเท่ากับทางมะพร้าวและใบหญ้า แค่ต้มน้ำ เราสุมเชื้อเพลิงประเภทติดเร็วเข้าไป ใช้ไฟลุกโพลงนั้นเร่งความร้อน หุงข้าวค่อยใช้ไม้ฟืน เพราะต้องใช้ถ่านแดงๆในระยะที่สองของการหุง ใช้ไฟอ่อนว่างั้น ไม่สนุก ไม่คลาสสิค แต่ก็อยู่ได้

Advertisement

Advertisement

เพื่อนผมก็ชอบต้มน้ำร้อน แม้ว่าเขาจะไม่นิยมกาแฟต้ม เขานิยมเดินไปซื้อกาแฟเบอร์ดี้กระป๋องแดงมากิน ขณะยืนดูกองไฟ และน้ำซึ่งไม่เคยถูกริน และตามธรรมเนียม ภาพนี้โลกต้องได้รู้

ดูเหมือนนี่จะเป็นการเสแสร้ง แต่การหลงใหลมันนั้นเสแสร้งกว่า ก็ในเมื่อเรารู้สึกว่าภาพหม้อน้ำบนกองไฟมันสวย เราก็ควรลองใช้งานมันจริงๆดู หวังอยากให้มันได้ต้อนรับใครสักคน แต่นั่นแหละ เกิดอะไรขึ้น

 

คนนั่งรอบกองไฟ* เครดิตภาพ kevin-wolf-gXNpIugknlA-unsplash

 

เรารออะไรไม่ได้จริงหรือ

 ถามตัวเองอีกครั้ง เราเสียบปลั๊กไฟง่ายกว่า แต่เราก็รักธรรมชาติและต่อต้านพลังงานทุกรูปแบบ อาจไม่เกี่ยวกันแต่นั่นแหละ เราย้อนแย้งกันแบบนั้น

Advertisement

Advertisement

เราบอกแต่ว่ารีบ ไม่มีเวลา จริงหรือ เราแค่ไม่รอหรือเปล่า ในวัยขนาดนี้ เรายังจะรีบกันไปไหน ใช่แหละ เวลาเดินเร็วขึ้น ทุกอย่างต้องตอบโจทย์นั้น เราจึงยังโพสต์รูปเตาไฟและกินอาหารเม็ดกัน ไม่กี่ปีข้างหน้านี่แหละ ที่เราจะสั่งอาหารสำเร็จรูปมาอุ่นไมโครเวฟ ก่อไฟต้มน้ำร้อนด้วยกาน้ำเก่าๆดำๆ แล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊ค

ตอนนี้ภาพกาน้ำบนกองไฟกลายเป็นภาพที่คนชื่นชอบกันมาก มันเป็นของที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับประชากรในเมืองหรือ การต้ำน้ำบนกองไฟมันเหมือนการได้เข้าถึงปรัชญาสูงสุดของชีวิต หรือเป็นแค่เรื่องธรรมดา

แต่มันก็มีคนที่ใช้งานจริงๆ ตัดชาวบ้านที่ก่อกองไฟต้มน้ำทิ้งไปก่อน บรรดาผู้คนที่นิยมชมชอบอาจจะบอกว่าน้ำที่ต้มด้วยไม้ฟืนจะให้กลิ่นหอมอีกแบบ ฟังแล้วนึกถึงน้องคนหนึ่งที่เปิดร้านกาแฟ ทุกวันเขาต้องขับรถขึ้นไปตักน้ำบนภูเขามาต้มน้ำชงชา เขาไปร่ำเรียนการชงชาจากญี่ปุ่น เขาบอกว่าน้ำจากลำธารมันมีกลิ่นเฉพาะ เหมาะกับการชงชา

ว่ากันเรื่องเตา ภาพสวยๆต้องอยู่บนเตาที่เป็นก้อนหินสามก้อนและฟืนท่อนยาวๆ ทั้งที่เตาแบบนั้นจะต้องใช้ฟืนมาก และทิศทางลมก็ไม่ช่วยให้เปลวไฟพุ่งขึ้นข้างบน ซึ่งมันมีเตาสมัยใหม่ที่ใช้หลักฟิสิกส์ เป็นเตาที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยแต่ให้พลังงานแรง แต่เตาแบบนั้นดูสำเร็จรูปเกินไปและไม่ค่อยให้ภาพที่คลาสสิค

ก็ว่ากันไปตามแต่ละเหตุผล ผมไม่มีปัญหากับเหตุผลของแต่ละคน การไปสุดกันคนละทางมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย คนที่นิยมความเชื่องช้าและมีเวลาให้กับความเชื่องช้าก็ประสบผลสำเร็จ คนที่อยู่กับกองไฟทุกวันอาจใช้ประโยชน์เรื่องอื่นด้วยเช่นว่าผิงไฟ นั่งล้อมวงสนทนา แต่ลองว่าถ้ามีหน่วยงานมอขอดูงาน เมื่อมีแขกมาสิบยี่สิบคน เขาก็คงเลือกหม้อต้มน้ำไฟฟ้าอยู่ดี แม้ว่าเขารู้ดีว่าไฟจากไม้ฟืนจะให้กลิ่นหอม

 

นี่เป็นชีวิตที่สวยงาม หลายๆวันที่ทำงานผมก็คิดว่ามันไม่เป็นปัญหาอะไรเลย ตื่นเช้ามาก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ เวลาหิวก็ค่อยหุงข้าว แต่หลายๆครั้งเวลาทำงานติดพัน งานต่อเนื่องชนิดที่ว่าวางมือไม่ได้ ถ้าหยุดไปตอนนี้ปูนแห้ง ทำต่อไม่ได้ ก็ต้องทำต่อ แต่ท้องก็หิว แล้วถ้าต้องรอจนงานเสร็จ วิ่งมาก่อไฟหุงข้าว อาจจะต้องแกงอีกหม้อ ผมว่าบางทีมันจะไม่ทัน ผมหิวจนตาลายแล้วก็มาจบตรงที่ต้องกินมาม่าอยู่หลายครั้ง เวลานั้นผมคิดไปถึงหม้อหุงข้าวไฟฟ้าและเตาแก๊ส อย่างน้อยก็เสียบหม้อข้าวทิ้งไว้ แล้วไปหาซื้อแกงถุงมา ดังนั้นเรื่องการใช้งานจริงจังอย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้ร่วมกันสองอย่างจึงไม่ใช่ปัญหา

ผมว่าคนที่คิดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเขาก็ทำมาเพื่อย่นเวลานั่นแหละ ไม่ผิดที่เราจะใช้ ส่วนการย้อนกลับไปใช้อุปกรณ์คลาสสิคนั้นก็ไม่ผิด บางทีมันเติมเต็มหัวใจอีกด้าน มันเยียวยายุคสมัยของเรา ถ้าเชื่อแบบนั้น แม้ว่าเขาจะต้มน้ำแล้วไปซื้อกาแฟเบอร์ดี้มากิน

แต่ประเด็นของความเร่งรีบนี้ เรารีบกันแค่ไหน  

 

กาน้ำบนกองไฟ* เครดิตภาพ christer-gundersen-RrLBm9YVJLU-unsplash

 

ความงาม

ตีสองกว่าๆ เราใกล้หมดเรื่องคุยแล้ว ผมตัดสินใจก่อไฟ ต้มน้ำ ชงกาแฟ ใช้เวลาไม่นานหรอก

          เอาจริงๆคือบ้านผมล้าหลังคนอื่นเป็นสิบปี บ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเสาไฟฟ้า คนอื่นมีไฟฟ้าใช้แล้วก่อนผมเกือบสิบปี ระหว่างนั้นผมใช้เตาถ่านหุงข้าวและต้มแกง พ่อฝึกให้หุงข้าวกับไม้ฟืนตั้งแต่ประถม การก่อไฟไม่ใช่เรื่องยาก เวลาเข้าค่ายลูกเสือผมรับหน้าที่ก่อไฟ แม้ว่าทำกับข้าวไม่อร่อย แต่ผมก่อไฟเป็น

          ทักษะที่อาจจะมีการแข่งขันกันในโอลิมปิคของศตวรรษต่อไป

          ผมมีเชื้อไฟเตรียมไว้แล้ว มียางรถยนต์ตัดเตรียมไว้แล้ว จุดไฟไม่เกินสามนาที น้ำก็ใช้ก็เป็นน้ำกระป๋องที่ซื้อมาตุนไว้ ไม่ต้องไปตักน้ำลำธารบนภูเขา เตาก็ปรับจนลงตัวทุกอย่างแล้ว ต้มน้ำไม่เกินห้านาทีก็ได้ชงกาแฟกินกัน  

เรากินกาแฟต่อ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ ก่อนแยกย้ายตอนตีห้าครึ่ง ตื่นอีกทีตอนแปดโมง ล้างหน้าแล้วก็ก่อไฟต้มน้ำต่อ พร้อมกับนึกถึงเรื่องนี้ได้

เรารออะไรไม่ได้จริงหรือ คิดไปถึงมุกตลกที่พูดถึงชายคนที่รีบเดินจนไม่ยอมหยุดเพื่อขึ้นรถที่เพื่อนจอดรับ แถมยังบอกว่ารีบ เราเข้าใจความหมาย แต่ก็อดขำไม่ได้ ความหมายของแกคือกำลังมุ่งมั่นทำอะไรสักอย่างแล้วมีคนมาขัดจังหวะ กว่าจะยกเท้าขึ้นคร่อมรถ กว่าจะจัดท่านั่งได้เสียเวลาไปเยอะ ถ้าไม่หยุดขึ้นรถคงจะเดินไปได้หลายก้าวแล้ว แต่แกลืมว่าพอรถแล่นออกไปได้ มันจะไปได้เร็วกว่าเดินเยอะ  

ถ้าผมและเพื่อนไม่รีบเกินไป เราคงได้กินกาแฟหรือจิบน้ำร้อนกันตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว

 

 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์