อื่นๆ

ทำไมถึงไปกันไม่รอด? ทำไมถึงไม่เจอดีๆ สักที? รู้จักกับ 5 ชุดความเชื่อผิดๆ ที่ไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของคุณ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ทำไมถึงไปกันไม่รอด? ทำไมถึงไม่เจอดีๆ สักที? รู้จักกับ 5 ชุดความเชื่อผิดๆ ที่ไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของคุณ

ในความสัมพันธ์ของคนเราทุกวันนี้มีเหตุผลและปัจจัยมากมายที่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นจบลงหรือต้องเลิกรากันไป หนึ่งในนั้นก็คือชุดความเชื่อของเราที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จะส่งผลอย่างมากเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับใครสักคนซึ่งก็มีทั้งความเชื่อที่ทั้งส่งผลดีและไม่ดีต่อความสัมพันธ์ ในวันนี้เราจะมาพูดถึง 5 ชุดความเชื่อผิดๆ ที่ไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์กันว่ามีอะไรบ้าง มีที่ตรงกับเราบ้างหรือเปล่า และควรจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร

1. “เห็นต่างกันไม่ได้” คือการที่เชื่อว่าในความสัมพันธ์เราจะต้องมีความเห็นที่ตรงกันในทุกๆ เรื่อง หากมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันแสดงว่าเราเข้ากันไม่ได้หรือรักกันไม่มากพอ

dis(ภาพจาก wunderstock.com)

การที่เรามีความเชื่อแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์เพราะเมื่อเวลาเราเกิดความเห็นไม่ลงรอยกันขึ้นมา เรามักจะคิดไปว่าไม่สามารถเข้ากันได้มากกว่าจะคิดหาทางปรับความเข้าใจกัน พูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ซึ่งในความเป็นจริง การที่คนสองคนจะคิดอะไรเหมือนกันไปเสียทุกเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการเห็นต่างหรือการมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันนั้นเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เราจึงควรยอมรับในจุดนี้และคิดหาวิธีปรับความเข้าใจกันมากกว่าที่จะคิดว่า ”เราเข้ากันไม่ได้” เมื่อมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันเกิดขึ้น

Advertisement

Advertisement

 

2. “เราต้องรู้ใจกันทุกเรื่อง” คือการที่เชื่อว่าเราจะต้องรู้ใจกันในทุกๆ เรื่อง ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกันมากมาย ถ้าเราไม่รู้ใจกัน มีอะไรก็ต้องให้บอกตลอด แสดงว่าเราไม่เข้าใจกัน เข้ากันไม่ได้ หรือรักกันไม่มากพอ

m(ภาพจาก wunderstock.com)

การที่เราเชื่อแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์เพราะมันเป็นการคาดหวังแบบผิดๆ ว่าอีกฝ่ายจะรู้ใจเราไปหมด ในความเป็นจริง การที่คนสองคนจะรู้ใจกันไปหมดจนเหมือนกับอ่านใจกันได้นั้นเป็นไปได้ยากมาก เรื่องบางเรื่องถ้าไม่พูดออกมาตรงๆ ก็ไม่มีทางรู้ได้เลย เมื่อเราคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะรู้ใจเราไปหมดแล้วอีกฝ่ายไม่สามารถทำได้ เราก็เกิดความรู้สึกผิดหวังและนำไปสู่ความรู้สึกแย่ในความสัมพันธ์ จริงอยู่ที่การรู้ใจกันนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความใกล้ชิดและสนิทสนมกัน แต่เราก็ควรยอมรับว่าการที่เราไม่เข้าใจกันในบางเรื่องนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ปกติ เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกัน ก็ควรจะบอกกันให้ชัดเจนว่าต้องการอะไรเพื่อที่จะให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างคู่ของเรา

Advertisement

Advertisement

 

3. “ผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกัน” สำหรับคู่ชาย-หญิง คือการที่เชื่อว่าผู้ชายกับผู้หญิงนั้นต่างกัน เราไม่มีทางเข้าใจเพศตรงข้ามได้จริงๆ หรอก

s(ภาพจาก onlinewebfonts.com)

Advertisement

Advertisement

การที่เชื่อแบบนี้จะทำให้เรามองข้ามการเรียนรู้และปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันไป เพราะเมื่อเวลาที่เกิดโมเม้นท์ที่ไม่เข้าใจกันขึ้นมาเช่น ทำไมผู้หญิงถึงใช้เวลานานในการเดินช็อปปิ้งหรือทำไมผู้ชายถึงยอมเสียเงินซื้อของเล่นของสะสมราคาแพงๆ เราจะอธิบายกับตัวเองไปว่ามันคือความแตกต่างระหว่างเพศ ยังไงเราก็ไม่เข้าใจหรอก จนทำให้เราละเลยที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันและทำให้เราไม่ได้เข้าใจกันอย่างแท้จริง จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายกับผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างกัน บางครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจในเพศตรงข้ามเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงเราไม่ได้เข้าใจกันตอนแรก เราก็สามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ในภายหลังได้ แม้จะต้องใช้เวลา เราก็ควรพยายามเรียนรู้และปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันอยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น

 

4. “ถ้ามันใช่ก็ไม่ต้องพยายาม” คือการที่เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีหรือที่เรียกว่า”ใช่”นั้น ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก ถ้าต้องพยายามก็แสดงว่ามันไม่ใช่แล้ว

y(ภาพจาก wunderstock.com)

การที่เชื่อแบบนี้จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นจบลงโดยที่เราไม่ทันจะได้พยายามเรียนรู้หรือปรับตัวเข้าหากันเลย เพราะเมื่อมีอะไรที่ต้องใช้ความพยายามขึ้นมาเราก็จะรู้สึกแล้วว่าความสัมพันธ์นี้มันไม่ใช่ แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นต้องใช้ความพยายาม ทั้งความพยายามที่จะปรับตัวเข้าหากัน ความพยายามที่จะเรียนรู้กัน ความพยายามที่จะดูแลอีกฝ่าย ความพยายามที่จะประคับประคองความสัมพันธ์ ทั้งหมดล้วนต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น ดังนั้นแล้วจึงไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่ ”ใช่” มาตั้งแต่แรก มีแต่เราต้องพยายามทำให้ความสัมพันธ์นั้นมัน “ใช่” เองต่างหาก

 

5. “พรหมลิขิต” คือการเชื่อว่าเราถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องคู่กับใคร การที่เรามีอุปสรรคในความสัมพันธ์แสดงว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาให้คู่กัน

c(ภาพจาก wunderstock.com)

การที่เชื่อแบบนี้จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นจบลงอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อเจอกับอุปสรรคในความสัมพันธ์ เราจะคิดว่าไปว่าคงไม่ได้ถูกกำหนดมาให้คู่กันและตัดสินใจจบความสัมพันธ์นั้น และจะไม่มีทางได้พบเจอกับความสัมพันธ์ที่ดีได้เลยเพราะในความเป็นจริง เราย่อมต้องเจอกับอุปสรรคในทุกความสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้เราจึงต้องช่วยกันแก้ปัญหาฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปด้วยกันมากกว่าเพราะการที่เราผ่านมันมาได้ด้วยกันนั้น จะยิ่งทำให้เราใกล้ชิดและผูกพันกันมากยิ่งขึ้น

 

            จากทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมานั้น สามารถสรุปได้ว่ากุญแจที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีได้คือการพยายามปรับตัว เรียนรู้ ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันและจับมือแก้ปัญหาฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันนั่นเอง ทางผู้เขียนก็ขอฝากบทความนี้เผื่อไว้ประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมีหรืออาจจะยังไม่มีความสัมพันธ์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและขอเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านทุกคนในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับใครก็ตาม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่ก็อย่าให้ความสัมพันธ์นั้นไปทำร้ายผู้อื่นหรือตัวเราเองนะครับ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์