อื่นๆ
ผีโบกรถ

นายเมืองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ โดยจะขับรถแท็กซี่ทุกวันในตอนกลางคืน ในเวลา 6 โมงเย็น จนถึงตรี 5 พอกลับเข้าบ้านในตอนเช้านายเมืองก็จะอยู่ช่วยแฟนสาวขายของ ซึ่งที่บ้านก็เปิดเป็นร้านชำ นายเมืองจะช่วยขายของก่อนไปจนถึงเที่ยง เพราะว่าที่นี้ติดกับตลาด ตอนเช้ามีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยกันเยอะ หรือบางทีแม่ค้าในตลาดก็มาเป็นลูกค้าที่นี้ เพราะว่าร้านสะดวกซื้อนั้นค่อนข้างอยู่ไกลออกไปอีก
ในช่วงหลัง ๆ นายเมืองขับรถแท็กซี่นั้น บ่นกับแฟนสาวว่า ตนเองลูกค้าค่อนข้างเงียบน้อยลงกว่าเก่ามากเลย ทำให้รายได้ไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อน นายเมืองคิดว่าจะขับรถไปยังสถานที่ไกลออกไปมากขึ้นเพื่อที่ทำให้มีรายได้ดีเหมือนเคย
ลูกค้านายเมืองหลัง ๆ มักจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าเจ้าของร้านอาหาร ที่ต้องตื่นเช้ามายังที่ตลาดที่ต้องตื่นมาจ่ายตลาดช่วงตรี 2-3 เพื่อซื้อของไปเตรียมเปิดร้านให้ทันในช่วงเช้า
Advertisement
Advertisement
เจ๊ปานเจ้าของร้านข้าวแกง ซึ่งนายเมืองมักจะไปกินข้าวแกงที่ร้านแกบ่อย ๆ ในตอนเช้าก่อนเข้าบ้าน วันนี้เจ๊ปานก็ได้โทรให้นายเมืองพาไปส่งที่ตลาดหน่อย เพราะว่ารถที่มารับประจำเขากลับต่างจังหวัดไปอาทิตย์นึง นายเมืองก็ตกลงที่จะไปส่งเจ๊ปานที่ตลาด ตลาดที่เจ๊ปานจะไปนี้อยู่แถว ๆ ชานเมือง นายเมืองนั้นไม่เคยมาแถวนี้มาก่อนเลย แต่ก็ใช้เวลาในการขับรถไม่นานนักก็มาถึงยังตลาด พอถึงตลาด เจ๊ปานก็จ่ายค่ารถ บอกกับนายเมืองว่ากลับได้เลยเดี๋ยวขากลับจะนั่งรถตุ๊ก ตุ๊ก ไปเอง
ภาพโดยFree-photosจากPixabay
นายเมืองขับรถออกมาก็เลี้ยวรถเข้าซอยผิด ๆ ถูก ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะแถวนี้ตนเองไม่ค่อยที่จะรู้จักเส้นทางนี้เท่าไร่ และพอตอนที่นายเมืองกำลังจะเลี้ยวรถไปยังถนนใหญ่ ก็ได้เห็น ชายค่อนข้างมีอายุคนนึงกำลังโบกมือเรียกรถอยู่ตรงหน้าบ้านร้างหลังนึง นายเมืองก็ถึงกับอมยิ้ม เพราะว่าตนเองก็จะได้ผู้โดยสารเพิ่มมาอีกคน แต่ก็แปลกใจไม่ได้ว่าทำไมแกถึงได้ยืนอยู่ตรงบ้านร้างในตอนมืด ๆ แบบนี้ไม่กลัวบ้างเหรอไง นายเมืองก็จอดรถ แล้วชายสูงอายุคนนั้นก็ได้เปิดประตูเข้ามา แล้วปิดประตูเสียงดัง ปัง แกปิดประตูเสียงดังมากจนนายเมืองต้องพูดว่า
Advertisement
Advertisement
"ปิดเบา ๆ ก็ได้ครับคุณลุง"
"จะไปไหนครับ คุณลุง" นายเมืองถาม
แกชี้นิ้วแล้วพูดว่า "ไปข้างหน้า ขับไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวถึงแล้วจะบอก" ชายสูงอายุพูดด้วยน้ำเสียงช้า ๆ เรื่อย ๆ เนิบ ๆ ผิดกับตอนปิดประตูรถที่ดูเหมือนท่าทางยังแข็งแรงอยู่ แล้วนายเมืองก็ขับรถออกไป
ภาพโดยFree-photosจากPixabay
"แล้วทำไมลุงถึงได้มายืนรอรถที่บ้านร้างนั้นในตอนมืด ๆ แบบนี้ละครับ ไม่กลัวเหรอครับ" นายเมืองเอ๋ยถาม
"จะกลัวทำไม นั้นมันที่อยู่ฉัน ฉันมายืนตรงนี้ประจำ"
"อะไร นั้นบ้านลุงเหรอ นั้นมันบ้านร้างนะลุง"นายเมืองถามด้วยความแปลกใจ
"ใช่ บ้านฉัน ฉันอยู่มานานแล้ว จอดข้างหน้านะพ่อหนุ่ม"
นายเมืองก็ได้จอดรถตามที่ชายสูงอายุคนนั้นบอก แล้วหันไปเก็บค่าโดยสาร แต่ทันใดนั้น หน้าตาของชายผู้สูงอายุก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ใบหน้าเน่าเฟอะ มีหนอนชอนไชอยู่อย่างน่าสยดสยอง มีน้ำตาเป็นเลือดไหลออกมาจากดวงตา เท่านั้นแหละนายเมืองก็รีบวิ่งลงออกจากรถไปอย่างรวดเร็วทันที นายเมืองวิ่งเข้าไปยังร้านสะดวกซื้อสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ ๆ เอาพระที่ห้อยคอออกมาแล้วเอามือพนมไว้
Advertisement
Advertisement

ภาพโดยfotografierendeจากPixabay
นายเมืองทิ้งรถเอาไว้อย่างนั้นตลอดทั้งคืน จนถึงรุ่งเช้าแล้วจึงได้กลับเข้ารถไป เพราะว่าตอนนั้นกลัวมาก
นายเมืองได้เล่าเรื่องนี้ให้กับเจ๊ปานฟัง เจ๊ปานเอ๋ยขึ้นว่า โดนกันอีกแล้วเหรอเนี้ย มีคนโดนหลอกแบบนี้บ่อยมาก เจ๊ปานเล่าว่า เดิมทีชายสูงอายุคนนั้น เป็นเจ้าของบ้านร้างนั้นแหละ แกป่วยตายที่บ้านหลังนั้น วิญญาณเกิดเฮี้ยน ลูกหลานที่บ้านก็กลัว ย้ายออกกันหมด ต่อมาบ้านก็ร้าง บ่อยครั้งมีคนเห็นแกยืนอยู่หน้าบ้าน บางทีก็โบกแท็กซี่ โบกวินบ้างละ
นายเมืองได้ยินแบบนั้นก็บอกกับ เจ๊ปานว่า คราวหลังผมจะไม่ไปที่นั้นอีกแล้ว เจ๊ไม่ต้องโทรตามผมให้ไปส่งนะ
ขอบคุณภาพหน้าปกโดยNightMarDrugจากPixabay
ความคิดเห็น






