อื่นๆ

ภาพจำเกี่ยวกับรอยสักของคนไทย เป็นมายังไงทำไมถึงดูแย่ขนาดนั้น?

1.2k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ภาพจำเกี่ยวกับรอยสักของคนไทย เป็นมายังไงทำไมถึงดูแย่ขนาดนั้น?

        สวัสดีค่าทุกคน เหตุเกิดจากบทความแรกที่เขียนแนะนำร้านรอยสักไป แล้วเกิดสงสัยแบบดื้อ ๆ เกี่ยวกับรอยสักขึ้นมาว่า เอ๊ะ..ตอนนี้โลกมันไปไกลมากแล้ว มุมมองของคนไทยเกี่ยวกับรอยสักจะเป็นยังไงบ้างนะ แล้วอะไรทำให้คนไทยมีภาพจำเกี่ยวกับรอยสักแย่ขนาดนั้น ก็เลยเกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมาค่ะ

        คนสักคือคนไม่ดี คำนี้เป็นคำที่อย่าเอาไปพูดต่อหน้าคนสักเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะตัวคนสักเองก็รู้ดีว่า

รอยสักมันสักลงที่ผิวหนัง ไม่ได้สักลงที่นิสัยสันดาน

คนสักก็ใช่จะเป็นคนไม่ดี คนไม่สักที่ทำไม่ดีก็มีถมไปใช่มั้ยล่ะคะ เดี๋ยวนี้จะเห็นคนรุ่นใหม่ไปสักกันเยอะมาก เพราะคนรุ่นใหม่มองว่ามันคือศิลปะรูปแบบหนึ่งที่ถ่ายทอดออกมาบนผิวหนัง แถมลายสักเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดด้วยนะ จะมีลายที่เรียกว่า มินิมอล ที่ผู้หญิงนิยมไปสักกัน เป็นลายสักเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ไม่มากเกินไป บางคนก็สักเป็นแฟชั่น แต่บางคนก็สักโดยมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่ในนั้นด้วย บางคนก็สักตั้งแต่ยังเรียนอยู่เลยล่ะค่ะ         รอยสักกับการรับเข้าทำงาน

Advertisement

Advertisement

        อย่างที่บอกค่ะว่าบางคนก็สักตั้งแต่ยังเรียนอยู่  แล้วมันเป็นสิ่งที่ต้องระวังยังไง? ..เป็นสิ่งที่ต้องบอกตามตรงว่า 'รอยสักกับการรับเข้าทำงาน' ยังไม่เปิดกว้างกันเท่าไหร่นักในสังคมไทย งานบางอย่างนี่ระบุชัดเจนว่า ไม่รับคนมีรอยสักเข้าทำงาน เช่น งานราชการ พนักงานโรงแรม งานที่ต้องใช้บุคลิกภาพพบปะลูกค้าอย่าง นักการตลาด นักการขาย เพราะใครจะไปรู้ใช่มั้ยล่ะคะว่าลูกค้าที่เราต้องทำให้เขาเชื่อใจเนี่ย มีทัศนคติยังไงกับรอยสัก เกิดเขาอคติขึ้นมา มันจะทำให้บุคลิกภาพของเราไม่น่าเชื่อถือไปเลยล่ะ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลาย ๆ บริษัทไม่รับคนมีรอยสักเข้าทำงาน บางคนก็ไม่รู้ว่าจบการศึกษาไปแล้วจะไปทำอาชีพอะไร หากทำอาชีพอิสระ หรืออาชีพที่ไม่ได้เคร่งเรื่องรอยสักคงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่จบไปแล้วต้องทำงานในองค์กรนี่ รอยสักคงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่

Advertisement

Advertisement

กระทู้ หางานทำไม่ได้เลยเพราะมีรอยสัก เครียดเหลือเกินแค่อยากมาระบายหลายคนคงจะเห็นกระทู้ปรึกษาชีวิตเกี่ยวกับรอยสักผ่านตากันบ้างแล้ว กระทู้นี้เริ่มเรื่องจากเจ้าของกระทู้จบปริญญาตรีการตลาด ซึ่งเป็นสายงานที่ต้องพบปะลูกค้า จึงทำให้ไปสมัครงานที่ไหนบริษัทก็ไม่รับเนื่องจากติดปัญหารอยสักนอกร่มผ้า (สู้ ๆ นะคะเจ้าของกระทู้)

ความคิดเห็นที่ 1 จากกระทู้พันทิปจากความคิดเห็นที่ 1 ที่แสดงความคิดเห็นว่า "มาระบายแบบนี้ดีครับ นักศึกษาหรือวัยรุ่นที่ชอบในการสักหรือคิดที่จะสัก จะได้รู้ว่าผลกระทบในอนาคตเป็นอย่างไร อยากให้นักศึกษาหรือวัยรุ่นเข้ามาอ่าน จะได้วางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้าได้"

หลาย ๆ ความคิดเห็นก็แนะนำว่า หากอยากจะสักจริง ๆ แนะนำให้ไปสักในร่มผ้าดีกว่า จริงอยู่ที่มันไม่มีผลต่อความสามารถ แต่มันมีผลต่อบุคลิกภาพ(ในสายตาคนส่วนมาก) และมีผลต่อภาพรวมขององค์กร ซึ่งก็เห็นด้วยนะคะ กันไว้ดีกว่าแก้ หากมีความจำเป็นต้องทำงานในองค์กรจริง ๆ สักในร่มผ้าดีกว่าเพราะมันอาจจะเป็นสิ่งที่พออนุโลมกันได้ แล้วทำไมคนส่วนมากถึงมองรอยสักแย่ขนาดนั้น? ที่มารอยสักของคนไทยสมัยโบราณ

Advertisement

Advertisement

        สัก คืออะไร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยถาน พ.ศ.2525 เขียนว่า "สัก" คือ การเอาเหล็กแหลมแทงลงด้วยวิธีการหรือเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ  การใช้เหล็กแหลมจุ่มหมึกหรือน้ำมันงาผสมว่าน 108 ชนิดเป็นต้น แทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระเครื่องหมายหรือลวดลายถ้าใช้หมึก เรียกว่าสักหมึก ถ้าใช้นํ้ามัน เรียกว่าสักนํ้ามัน ทำเครื่องหมายสักเพื่อแสดงเป็นหลักฐาน สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือมีสังกัดกรมกอง สักหน้าแสดงว่าเป็นผู้ต้องโทษปราชิก 

ทีนี้พอจะรู้ที่มาที่ไปแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ว่าทำไมคนไทยส่วนมากถึงไม่เปิดกว้างเรื่องรอยสัก เนื่องจากความเชื่อเก่า ๆ ของคนโบราณที่การสักมักจะใช้แบ่งแยกผู้คนว่าคือทาส ไพร่ หรือคนชั้นล่าง รวมทั้งการสักยันต์ เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ เป็นที่นิยมในหมู่คนสองกลุ่ม คือ กลุ่มอันธพาล อาชญากร และพระภิกษุที่คิดจะปกป้องตนเองและผู้อื่นจากสิ่งชั่วร้ายโดยการสักยันต์ แต่ความเชื่อนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียวนะคะ ความเชื่อของทางฝั่งตะวันตกก็มีเช่นกัน

        เริ่มต้นจากที่กรีก การสักเป็นการทำสัญลักษณ์เฉพาะใบหน้าของทาส และอาชญากรเช่นเดียวกับไทย และการสักก็เริ่มแพร่หลายในทวีปยุโรป ต่อมาประมาณ ค.ศ. 787 ถือว่าการสักบนใบหน้า เป็นการหลบหลู่พระเจ้า คนตะวันตกที่หัวโบราณเลยมีความเชื่อว่าคนสักคือคนขี้คุกและเมายา ไม่เพียงแต่ฝั่งตะวันตก มาฝั่งเอเชียบ้านเราอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเชื่อว่าคนที่สักคือ 'แก๊งยากูซ่า' เริ่มในคริสต์ศตวรรษที่ 8 การสักจะประทับตาคนกลุ่มต่างๆ เพื่อแบ่งแยกเช่น เพชฌฆาต สัปเหร่อ อาชญากร และต่อมายังนิยมในหมู่ 'Eta' ซึ่งเป็นกลุ่มคนฐานะชั้นตำ่ที่สุด

        แต่ใด ๆ นั่นก็เพียงแค่เป็นความเชื่อของคนโบราณเท่านั้น แถมการสักเพื่อแบ่งแยกก็ถูกยกเลิกนานแล้วด้วย จะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้มีการเปิดกว้างกันมากขึ้น ถึงขนาดมีการแข่งขันสักลายทั้งในและต่างประเทศมากมาย ช่างสักบางคนที่มีฝีมือก็รายได้ดีเอามากๆด้วย อยากให้ทิ้งความเชื่อเดิม ๆ และมองว่า การสักก็คือศิลปะแขนงหนึ่ง

        สุดท้ายแล้วอยากบอกว่าการสักเป็นเพียงความชอบส่วนบุคคล ไม่จำเป็นว่าคนสักจะต้องไปชี้หน้าคนไม่สักว่าไม่ตามเทรนด์สมัยใหม่ หรือคนไม่สักจะต้องไปชี้หน้าว่าคนสักคือคนไม่ดี อยากให้ทุกคนเคารพความชอบซึ่งกันและกัน 

 

 ขอบคุณผู้อ่านทุกคนมาก ๆ เลยย~  สามารถติชมบทความกันได้เลยนะคะ 


เครดิตทั้งหมด

ภาพหน้าปก // รอยสักกับการรับเข้าทำงาน // ที่มารอยสักของคนไทยโบราณ

ที่มากระทู้พันทิป : หางานทำไม่ได้เลย เพราะมีรอยสัก เครียดเหลือเกินแค่อยากมาระบาย 

 

 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์