คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

รีวิวประสบการณ์ อาชีพนักเขียน ข้อดี ข้อเสีย

ด.ช.คณัสนันท์
ด.ช.คณัสนันท์
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก ด.ช.คณัสนันท์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิวประสบการณ์ อาชีพนักเขียน ข้อดี ข้อเสีย

ฟ้องแม่แน่        พอดีวันนี้ ผมค่อนข้างว่างถึงว่างมาก และกำลังหาแรงบันดาลใจในการเขียนบทความ นั่งนึกตั้งแต่เช้าจนเที่ยงก็นึกไม่ออก เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มี mail เด้งมาจากเว็บที่ผมเขียนงานส่งเป็นประจำ บอกว่า "น้อง งานเธอไม่ผ่านนะ ไปแก้มาเดี๋ยวนี้" ผมเลยลุกขึ้น และทำท่าเบจิต้าเบ่งพลัง พร้อมตระโกนลั่นบ้าน! ย๊าก อุตส่าห์ตั้งใจเขียนไม่ผ่านได้ยังไง เชื่อไหมจากความคิดที่ตัน ๆ มันก็โพล่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แทนที่จะหงุดหงิด แต่ในหัวมันกลับโล่งสบาย ความคิดเรื่องต่าง ๆ นานา มันไหลพวยพุ่งเข้ามา พร้อมกับความรู้สึกขอบคุณพี่คนสวยที่ตรวจงานให้ (ไม่รู้ว่าชายหรือหญิง แต่มั่นใจว่าสวยสุดในออฟฟิศ) ที่ทำให้บทความที่ส่งไปก่อนหน้านั้นมันไม่ผ่าน เพราะถ้ามันผ่านไปแบบราบรื่น ไร้อุปสรรคใดมาขวางกั้น ป่านนี้นักเขียนคงกำลังนอนตีพุงอ่านนิยายอยู่ จนในที่สุดก็แก้ไขงานเสร็จ พร้อมฉุกคิดขึ้นมา จริง ๆ แล้ว แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น กับชีวิตเรามันไม่จำเป็นที่จะต้อง เป็นเรื่องที่ดีเสมอไป เป็นเรื่องแย่ ๆ บ้างก็ได้ อยู่ที่ตัวเราเลือกที่จะมองมากกว่า ความผิดพลาดที่ได้รับการติติง  เป็นสิ่งชี้ชัดว่ายังมีคนใส่ใจเราอยู่ หากคิดได้แบบนี้กำลังใจมันก็มา และเมื่อกำลังใจมา ก็อย่าลืมส่งมันต่อให้คนรอบข้าง 

Advertisement

Advertisement

สำเร็จ

      เมื่อผู้คนรอบข้างเราได้รับกำลังใจที่เราส่ง นั่นก็หมายความว่า เขาย่อมได้รับเจตนา และความตั้งมั่นของเราไปด้วย จากผู้รับกลายเป็นผู้ให้ เกิดเป็นวงจรกำลังใจไปทั่วสารทิศ นี่แหล่ะคือสิ่งที่เรียกว่ามุมมอง ถ้าเปลี่ยนมันได้ ก้อนกรวดก็กลายเป็นทองคำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนมันไม่ได้ อุปสรรคที่เล็กเท่ามด ก็จะกลายเป็นช้างตัวใหญ่โตบดบังทุกสิ่งอย่างที่คุณควรจะมองเห็น การเปลี่ยนมุมมองนั้น สำหรับตัวนักเขียนเอง ไม่จำเป็นต้องฝึก หรือต้องเรียนรู้อะไรทั้งสิ้น เพียงแค่เลือกและตัดสินใจ นึกภาพอุปสรรคที่เจอขึ้นในหัว แล้วเปลี่ยนมันเป็นภาพที่เราเอาชนะมันได้ ที่เหลือปล่อยสมองสั่งการมายังร่างกาย ให้เราลงมือทำตามภาพในหัวนั้น โดยไม่ต้องคิดอะไรมากก็พอ   

Advertisement

Advertisement

ขอบคุณทุกอุสรรค

     และนี่คือส่วนสำคัญที่สุด ก็คือ กล่าวขอบคุณอุปสรรคต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา และชื่นชมตัวเองที่ผ่านมันไปได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ฉันเก่งมาก ฉันเก่งมาก พูดวนไปเรื่อย ๆ เอาให้ดัง ๆ ลั่นออฟฟิศ  (ล้อเล่น) สุดท้ายนี้นักเขียนแค่อยากจะบอกว่า ขอบคุณพี่ทีมงานที่ตรวจบทความให้ไม่ผ่าน (บทความนี้ก็คงไม่ผ่านอีก 555) แต่สุดท้ายแล้ว ตัวนักเขียนก็จะแก้มันจนผ่าน และจะเขียนบทความให้พี่คนสวยตรวจต่อไปเรื่อย ๆ ! เอาสิ 555 และขอส่งกำลังใจนี้ไปถึงพี่ตรวจงานคนสวย รวมถึงคนรอบกายของพี่ด้วย

Advertisement

Advertisement

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด